หมอชี้นอนดึกต้นเหตุทำอ้วนเตี้ย เหตุจากฮอร์โมนแปรปรวน

prachachat140116_001เครือข่ายคนไทยไร้พุง ศึกษาพบปัญหาอ้วน เตี้ยในวัยรุ่นมาจากนอนดึก ส่งผลให้ฮอร์โมนเครียด-หิว หลั่งมาก ฮอร์โมนอิ่มลดลง แนะเข้านอนช่วง 3-5 ทุ่ม งดอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง


วันที่ 15 มกราคม พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล นักวิชาการโครงการ “รวมพลัง ขยับกาย สร้างสังคมไทย ไร้พุง” เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาความอ้วน ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งโรคอ้วนนั้น มีปัจจัยที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ระดับยีน ซึ่งบางคนมียีนที่ทำให้เกิดความเสี่ยงทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ไปจนถึงโรคบางอย่าง หรือความเครียด การใช้ชีวิตประจำวัน และการนอน

พญ.ธิดากานต์กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะการนอนดึกหรือนอนไม่พอนั้น จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับร่างกายหลายด้าน โดยด้านที่เกี่ยวกับความอ้วน คือ ส่งผลให้ฮอร์โมนเครียดที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) หลั่งมากขึ้นในวันถัดมา ฮอร์โมนเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้จะกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากอาหารหวานๆ หรือน้ำตาลมากกว่าเดิม นอกจากฮอร์โมนเครียดแล้ว ฮอร์โมนหิว หรือเกรลิน (Ghrelin) ก็จะหลั่งเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้หิวเป็นสองเท่า นอกจากนี้ ยังทำให้ฮอร์โมนความอิ่ม หรือเลปติน (Leptin) จะหลั่งลดลง ส่งผลให้แม้ว่าจะรับประทานแล้ว แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยอิ่ม ทำให้ต้องหาอะไรรับประทานอยู่ตลอดจนกลายเป็นการกินมากเกินไป และหากอยู่ในช่วงวัยรุ่นถ้านอนดึกก็ยังส่งผลทำให้เตี้ยด้วย ควรเข้านอนช่วง 21.00-23.00 น. ไม่นอนดึกกว่าเที่ยงคืน

นพ.ฆนัท ครุธกูล เลขานุการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า การนอนดึกนั้นจะส่งผลให้โกรท ฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตทำงานน้อยลง นอกจากนี้ ขอแนะนำว่าไม่ควรรับประทานอาหารก่อนนอนต่ำกว่า 4 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานเพื่อนำไปใช้ต่ำกว่าปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของร่างกายโดยตรง

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ว่าการดำเนินชีวิตของคนในสังคมเมือง มีการแข่งขันกันสูงมากขึ้น ทำให้คนเรามองข้ามสุขภาพร่างกายของตัวเองไป พบว่าร้อยละ 10 ของคนเมือง มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการทำงาน คือ มีอิริยาบถในการทำงานไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาทิ การนั่งหลังค่อม การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ หรือแม้แต่การนอนดึก ทั้งหมดส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมได้ทั้งสิ้น สิ่งสำคัญอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ หมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
ที่มา : มติชน 16 มกราคม 2557

สารเคมีหลายชนิดมีผลกระทบต่อระบบต่อมฮอร์โมนในร่างกายและอาจมีผลเสียรุนแรงต่อสุขภาพได้

voathai130311_002สุขภาพของคนเราขึ้นอยู่กับการทำงานอย่างเป็นปกติของระบบต่อม ที่ทำหน้าที่ควบคุมการปล่อยฮอร์โมนบางชนิดที่มีความสำคัญต่อการทำงานบางอย่างของร่างกาย อาทิ ควบคุมระบบเผาผลาญอาหาร การเจริญเติบโตและพัฒนาการ การนอนหลับและอารมณ์

สารเคมีบางชนิดที่เรียกว่า endocrine disrupters สามารถไปรบกวนการทำงานของระบบผลิตฮอร์โมนจนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติทางสุขภาพได้

ด็อกเตอร์มาเรีย เนียร่า ผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การอนามัยโลกกล่าวว่ามีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นที่ยืนยันว่าโรคที่เกิดจากความผิดปกติในระบบผลิตฮอร์โมนกำลังเพิ่มมากขึ้น

สารเคมีที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบฮอร์โมนพบได้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนและในภาคอุตสาหกรรม สารเคมีเหล่านี้เจือปนในสิ่งเเวดล้อมผ่านการปล่อยของเสียจากภาคอุตสาหกรรม จากชุมชนเมือง จากภาคการเกษตร และการเผาขยะหรือทิ้งของเสีย

การได้รับสารเคมีเหล่านี้เข้าไปในร่างกายอาจส่งผลให้ผู้ชายวัยหนุ่มเกิดปัญหาเชื้ออสุจิอ่อนแอและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิง ด็อกเตอร์เนียร่ากล่าวว่าผู้ชายที่สัมผัสกับยาฆ่าแมลงมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการเกิดมะเร็งในต่อมลูกหมาก

ด็อกเตอร์เนียร่าแห่งองค์การอนามัยโลกกล่าวว่ายังพบว่าสารเคมีที่รบกวนระบบผลิตฮอร์โมนยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางระบบประสาทส่วนกลางในเด็ก รวมถึงผลเสียต่อพัฒนาการของสมองและยังพบด้วยว่าสารเคมีทำให้เกิดความเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งในต่อมไทรอยด์ในกลุ่มคนงานที่ใช้ยาฆ่าแมลง

รายงานชิ้นนี้ยังเน้นความกังวลต่อผลเสียของสารเคมีที่รบกวนต่อระบบฮอร์โมนต่อสัตว์ป่าด้วย โดยยกตัวอย่างว่าการปนเปื้อนของสารเคมีเหล่านี้ในสิ่งแวดล้อมในรัฐอาลัสก้า สหรัฐอเมริกา มีผลให้กวางมีความผิดปกติในระบบเจริญพันธุ์ เป็นหมันและทำให้เขากวางพัฒนาผิดรูปร่าง

รายงานนี้เปิดเผยด้วยว่าสารเคมีจำพวกยาฆ่าแมลงดีดีที สารจำพวกพีซีบี และสารปรอทที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมน่าจะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้จำนวนประชากรนากทะเล กับสิงโตทะเลลดลง

ผลการศึกษาของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาิติและองค์การอนามัยโลกออกข้อแนะนำหลายประการเกี่ยวกับสารเคมีเหล่านี้ ข้อแนะนำอย่างหนึ่งคือการจัดหาวิธีทดสอบที่ครอบคลุมเพื่อระบุว่าสารเคมีชนิดใดบ้างที่มีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน เพื่อระบุแหล่งที่มาและการรับเข้าสู่ร่างกาย

ที่มา :  voathai.com 11.03.2013

.

Related Article :

.

A view of red polluted water in the Jianhe River in Luoyang, Henan province, December 13, 2011. According to local media, the sources of the pollution are two illegal chemical plants discharging their production waste water into the rain sewer pipes.

A view of red polluted water in the Jianhe River in Luoyang, Henan province, December 13, 2011. According to local media, the sources of the pollution are two illegal chemical plants discharging their production waste water into the rain sewer pipes.

Many Synthetic Chemicals Disrupt Hormone System

Lisa Schlein
February 19, 2013

GENEVA, SWITZERLAND — A new study by the U.N. Environment Program and the World Health Organization finds many synthetic chemicals affect the hormone system and could have significant health implications.  The joint study updates scientific evidence presented 10 years ago and identifies the effects of human exposure to so-called Hormone-Disrupting Chemicals.

Human health depends on a well-functioning endocrine or glandular system to regulate the release of certain hormones that are essential for some functions.  They regulate metabolism, growth and development, sleep and mood.

Some substances known as endocrine disrupters can alter the functions of this hormonal system increasing the risk of adverse health effects.  World Health Organization Director of Public Health and Environment, Maria Neira, says there is growing evidence that some endocrinal disrupting disorders or diseases are on the rise.

“The speed to which these diseases are increasing cannot exclusively be justified by genetic problems,” said Dr. Neira. “It has to be as well be associated with environmental factors, issues like nutrition or bad nutrition or age or other factors that I would say are external and probably combined.”

Endocrine disrupting chemicals are found in many household and industrial products.  They can enter the environment mainly through industrial and urban discharges, agricultural run-off and the burning and release of waste.

Human exposure to these chemicals can create a lower sperm count in young men and contribute to breast cancer in women.  Dr. Neira says prostate cancer risks are higher among those men exposed to pesticides, particularly in those countries where occupational health is not well developed.

“We have an association as well with adverse effects on the developing nervous system  in children and those can include a negative impact on brain development… and we have seen an excess risk of thyroid cancer among those workers who are using pesticides,” said Dr. Neira.

The report also raises concerns on the impact of endocrine disrupting chemicals on wildlife.  For example, it notes exposure to such chemicals in the U.S. State of Alaska may contribute to reproductive defects, infertility and antler malformation in some deer populations.

It says the decline in population species of otters and sea lions may also be partially due to their exposure to PCBs, the insecticide DDT, and other persistent organic pollutants and metals, such as mercury.

Among its recommendations, the study urges more comprehensive testing to identify other possible endocrine disrupters, their sources, and routes of exposure.  It notes what is known about these chemicals is just the tip of the iceberg.

SOURCE : voanews.com

ร่างกายล้า สุขภาพเสื่อม เบื่อเซ็กซ์! ศาสตร์ “ชะลอวัย” ช่วยคุณป้องกันได้

มักได้ยินคำว่า ศาสตร์แห่งการชะลอวัย หรือ Anti-Aging บ่อยๆ ถึงขนาดมีการร่ำเรียนเป็นล่ำเป็นสัน ผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจบสาขาวิชานี้โดยตรง

เรามารู้จักกันหน่อยว่า เจ้าศาสตร์นี้ใช้วิธีอะไรในการรักษา และภาวะเริ่มแก่(แล้ว)เป็นโรคด้วยหรือ ฯลฯ พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชะลอวัย จาก Addlife Anti-Aging Center มาอธิบาย ณ ตรงนี้ค่ะ

ร่างกายเริ่มเสื่อม โรคร้ายเริ่มมา บ่งชี้ “แก่”

ร่างกายรู้สึกล้าตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงบ่าย รู้สึกอ่อนเพลีย แม้จะนอนพักเพียงพอ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โดยไม่สามารถหยุดยั้งได้ ขี้หลง ขี้ลืม มากขึ้นเรื่อยๆ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหลัง ปวดข้อ นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทดี ความรู้สึกว่าสมรรถภาพ หรือความต้องการทางเพศลดลง

คุณหมอกฤดากร บอกว่า ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะความแก่หรือร่างกายเริ่มเกิดความเสื่อม

“ซึ่งโรคร้ายมากมายล้วนมีสาเหตุมาจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคมะเร็งต่างๆ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคต้อกระจก โรคเสื่อมระบบประสาท โรคกระดูกพรุน เป็นต้น จึงทำให้คนให้ความสนใจเรื่องความเสื่อมของร่างกาย และหาวิธีที่จะดูแลและป้องกันกันมากขึ้น”

และนี่คือ ที่มาของศาสตร์แห่งการชะลอวัย

ศาสตร์ชะลอวัย เน้นป้องกัน

“หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Anti-Aging มาบ้างแล้ว แต่อาจยังไม่ค่อยเข้าใจว่าจะเข้ามาช่วยได้อย่างไร ซึ่งการแพทย์เฉพาะทางด้านชะลอวัย (Anti-Aging Medicine) จะมุ่งเน้นการป้องกันโรคโดยอิงหลักธรรมชาติ การฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการรักษาสุขภาพก่อนที่จะเกิดโรคที่เกิดจากความเสื่อม และการฟื้นฟูภาวะเสื่อมของร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น

โดยแพทย์จะใช้ความรู้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การตรวจวัดและรักษาปรับสมดุลระดับสารอาหารวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ สารสื่อประสาท รวมถึงฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีกับคุณภาพชีวิตในระยะยาว และการจะรักษาด้วยวิธีใดนั้น เราดูที่สาเหตุความเสื่อมของร่างกายว่ามาจากสาเหตุใด สามารถอธิบายแบ่งออกได้เป็น 2 เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก-สารอนุมูลอิสระ คือโมเลกุลที่มีอิเล็กตรอนที่ไม่สมดุล พยายามไปจับโมเลกุลเซลล์ปกติ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ไปทำลายเซลล์ที่ดีให้เสื่อมลง เมื่อเซลล์เสื่อมจึงทำให้อวัยวะทั้งหลายทำงานลดลง แล้วในที่สุดร่างกายก็เสื่อมตาม ทำให้ความแก่และโรคภัยต่างๆ มาเยือน”

คุณหมอบอกว่า พบสารอนุมูลอิสระได้ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย

“ภายในร่างกาย คือ โดยธรรมชาติร่างกายของคนเราเป็นผู้สร้างสารอนุมูลอิสระนี้ขึ้นเองและสร้างอยู่ตลอดเวลาในขบวนการเผาผลาญอาหาร ซึ่งสารอนุมูลอิสระตัวร้ายนี้มีฤทธิ์ไปทำลายส่วนต่างๆ ของร่างกายในระดับของเซลล์ ค่อยๆ สะสมเป็นไปทีละเล็กทีละน้อยแล้วในที่สุดเซลล์ก็จะตายไปเอง

พบว่าอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์พันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ มีผลทำให้เซลล์ที่ถูกทำลายจะสามารถกลายเป็นเนื้อร้ายได้ เช่น โรคมะเร็งต่างๆ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคต้อกระจก

ส่วนสารอนุมูลอิสระที่พบจากภายนอกร่างกาย คือ มลภาวะเป็นพิษต่างๆ รังสี UVA และ UVB ในแสงแดด ควันบุหรี่ เป็นแหล่งอนุมูลอิสระที่สามารถเข้ามาทำร้ายร่างกายและผิวพรรณของเราได้โดยตรง

สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Anti-oxidant มีคุณสมบัติคือจับสารอนุมูลอิสระทำให้สารอนุมูลอิสระคงตัวไม่ไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ระดับการถูกทำลายจะช้าลง นี่ก็เป็นการชะลอความชราอีกวิธีหนึ่ง ในร่างกายตับสามารถผลิตสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดด้วยกัน

แต่เพราะความเสื่อมย่อมเกิดขึ้นตามวัย การผลิตสารอนุมูลอิสระดังกล่าวก็จะลดน้อยลง เราจึงควรทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) โคเอ็นไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) อัลฟาไลโพอิกแอสิด (Alpha Lipoic Acid ; ALA) และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) กับโพลีฟีนอล (Pholyphenols) และควรเลือกรับประทานอาหารประเภทที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี ทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น”

นอกจากนี้ คุณหมอแนะให้หลีกเลี่ยงมลภาวะที่เป็นพิษต่างๆ อย่างเช่น ควันรถ ควันบุหรี่ หลีกเลี่ยงรังสีในแสงแดด UVA และ UVB รวมทั้งควรลดความเครียด

เรื่องที่สอง ภาวะพร่องฮอร์โมนเร่งเสื่อม ฮอร์โมนมีหน้าที่คอยควบคุมทุกระบบในร่างกายรวมไปถึงจิตใจด้วย เช่น การเจริญเติบโต เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ความต้องการทางเพศ ควบคุมอารมณ์ ช่วยในเรื่องความจำ เป็นต้น

แหล่งที่ผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ได้แก่ ต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง หรือต่อมไทรอยด์ ถ้าระดับฮอร์โมนลดต่ำลงการทำงานของร่างกายก็จะไม่ดีเท่าที่ควร

หญิงวัยทอง ชายเซ็กซ์เสื่อม

“ตัวอย่างผู้หญิงที่อยู่ในภาวะประจำเดือนหมด (Menopause) มักจะมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย ขาดชีวิตชีวา เฉื่อยชา อารมณ์หดหู่ซึมเศร้าแต่บางครั้งก็หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย เครียดและวิตกกังวลไม่มีสาเหตุ ความจำพร่าเลือนหรือขาดสมาธิ มักจะปวดศีรษะบ่อย หน้าอกหย่อนยาน การตอบสนองทางเพศไม่เป็นที่พอใจ ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น ผมและผิวแห้งเสียสมดุล

ส่วนในผู้ชายที่สูงอายุก็จะผลิตฮอร์โมนเพศชายน้อยลงหรือบกพร่อง คือ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ขาดความกระปรี้กระเปร่าพละกำลังลดลง เริ่มลงพุง อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าง่าย มักจะอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวบ่อยครั้งหรือบางครั้งหดหู่ซึมเศร้า ท้อแท้ต่อชีวิต ความจำพร่าเลือนหรือขาดสมาธิ ปวดหลัง ปวดข้อ มีความเครียดง่ายขึ้นทำให้มีปัญหาสุขภาพหลายประการได้”

อย่างไรก็ตาม คุณหมออธิบายว่า อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือน หาใช่ผิดปกติจนถือว่าเป็นโรค เพียงแต่ทำให้เกิดความทุกข์ใจและทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดีเท่าที่ควร สามารถให้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อช่วยให้การทำงานของร่างกายดีขึ้น ความจำดีขึ้น มวลกระดูกหนาแน่นขึ้น อารมณ์คงที่มากขึ้น

ทว่าการให้ฮอร์โมนทดแทนควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งควรไปเจาะเลือดตรวจระดับสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ฮอร์โมนเฉพาะบุคคล หมอชะลอวัยจะเป็นผู้แนะนำปริมาณสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ฮอร์โมนที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของร่างกาย

และนี่แหล่ะค่ะ วิธีการป้องกันรักษาตามหลักชะลอวัยสไตล์

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2555

ทำอย่างไร….เมื่อร่างกายเริ่มเสื่อม

เคยเป็นหรือมีอาการต่างๆ เหล่านี้หรือไม่… รู้สึกล้าตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงบ่าย รู้สึกอ่อนเพลีย แม้จะนอนพักเพียงพอ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โดยไม่สามารถหยุดยั้งได้ ขี้หลง ขี้ลืม มากขึ้นเรื่อยๆ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหลัง ปวดข้อ นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทดี ความรู้สึกว่าสมรรถภาพ หรือ ความต้องการทางเพศลดลง

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นเพราะ “ความแก่” หรือร่างกายเริ่มเกิดความเสื่อม พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชะลอวัย จาก Addlife Anti-Aging Center กล่าวว่า ความเสื่อมของร่างกาย ในทางการแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยสามารถรักษาหรือบรรเทาปัญหาเหล่านี้ได้ โดยมุ่งเน้นการป้องกันโรคโดยอิงหลักธรรมชาติ การฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการรักษาสุขภาพก่อนที่จะเกิดโรคที่เกิดจากความเสื่อม รวมถึงการฟื้นฟูภาวะเสื่อมของร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น

ทั้งนี้ การจะรักษาด้วยวิธีใดนั้น เราต้องดูที่สาเหตุความเสื่อมของร่างกายว่ามาจากสาเหตุใด ซึ่งสามารถอธิบายแบ่งออกได้เป็น 2 เรื่องด้วยกันคือ

1. สารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) คือโมเลกุลที่มีอิเล็กตรอนที่ไม่สมดุล พยายามไปจับโมเลกุลเซลล์ปกติ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ไปทำลายเซลล์ที่ดีให้เสื่อมลง เมื่อเซลล์เสื่อมจึงทำให้อวัยวะทั้งหลายทำงานลดลง แล้วในที่สุดร่างกายก็เสื่อมตาม ทำให้ความแก่และโรคภัยต่างๆ มาเยือน

สารอนุมูลอิสระพบได้ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ภายในร่างกาย คือ โดยธรรมชาติร่างกายของคนเราเป็นผู้สร้างสารอนุมูลอิสระนี้ขึ้นเองและสร้างอยู่ตลอดเวลาในขบวนการเผาผลาญอาหาร มีฤทธิ์ไปทำลายส่วนต่างๆ ของร่างกายในระดับของเซลล์ ค่อยๆ สะสมจนในที่สุดเซลล์ก็จะตายไปเอง

และยังพบว่าอนุมูลอิสระภายนอกร่างกายจะเข้าไปทำลายเซลล์พันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ มีผลทำให้เซลล์ที่ถูกทำลายจะสามารถกลายเป็นเนื้อร้ายได้ เช่น โรคมะเร็งต่างๆ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคต้อกระจก และเข้ามาทำร้ายร่างกายและผิวพรรณของเราได้โดยตรง

ในขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Anti-oxidant มีคุณสมบัติคือจับสารอนุมูลอิสระทำให้สารอนุมูลอิสระคงตัวไม่ไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ทำให้ระดับการถูกทำลายจะช้าลง นี่ก็เป็นการชะลอความชราอีกวิธีหนึ่ง แต่ถึงแม้ ตับจะสามารถผลิตสารต้านอนุมูลอิสระได้ แต่เราก็ควรทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน โคเอ็นไซม์คิวเท็น อัลฟ่าไลโพอิกแอสิด และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ กับโพลีฟีนอล เลือกรับประทานอาหารประเภทที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี รับประทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงมลภาวะที่เป็นพิษต่างๆ อย่างเช่น ควันรถ ควันบุหรี่ หลีกเลี่ยงรังสีในแสงแดด UVA และ UVB รวมทั้งควรลดความเครียด

2. ภาวะพร่องฮอร์โมนเร่งเสื่อม ฮอร์โมนมีหน้าที่คอยควบคุมทุกระบบในร่างกายรวมไปถึงจิตใจด้วย เช่น การเจริญเติบโต เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ความต้องการทางเพศ ควบคุมอารมณ์ ช่วยในเรื่องความจำ เป็นต้น แหล่งที่ผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ได้แก่ ต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง หรือต่อมไทรอยด์ ถ้าระดับฮอร์โมนลดต่ำลงการทำงานของร่างกายก็จะไม่ดีเท่าที่ควร

ตัวอย่างผู้หญิงที่อยู่ในภาวะประจำเดือนหมด (Menopause) มักจะมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย ขาดชีวิตชีวา เฉื่อยชา อารมณ์หดหู่ซึมเศร้าแต่บางครั้งก็หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย เครียดและวิตกกังวลไม่มีสาเหตุ ความจำพร่าเลือนหรือขาดสมาธิ มักจะปวดศีรษะบ่อย หน้าอกหย่อนยาน การตอบสนองทางเพศไม่เป็นที่พอใจ ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น ผมและผิวแห้งเสียสมดุล

ในผู้ชายที่สูงอายุก็จะผลิตฮอร์โมนเพศชายน้อยลงหรือบกพร่อง คือ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ขาดความกระปรี้กระเปร่า พละกำลังลดลง เริ่มลงพุง อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าง่าย มักจะอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวบ่อยครั้งหรือบางครั้งหดหู่ซึมเศร้า ท้อแท้ต่อชีวิต ความจำพร่าเลือนหรือขาดสมาธิ ปวดหลัง ปวดข้อ มีความเครียดง่ายขึ้นทำให้มีปัญหาสุขภาพหลายประการได้

ฉะนั้น การให้ฮอร์โมนทดแทนจะทำให้การทำงานของร่างกายดีขึ้น ความจำดีขึ้น มวลกระดูกหนาแน่นขึ้น อารมณ์คงที่มากขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้การให้ฮอร์โมนทดแทนควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และควรได้รับการเจาะเลือดตรวจระดับสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ฮอร์โมนเฉพาะบุคคล เพื่อให้แพทย์เป็นผู้แนะนำปริมาณสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ฮอร์โมนที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของร่างกาย จึงจะเป็นแนวทางที่สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพและความเสื่อมของร่างกายได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยอย่างแท้จริง

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 18 มิถุนายน 2555

การแพทย์แนวป้องกัน ตรวจเลือดสดหาสมดุลฮอร์โมน

รู้ก่อน รักษาเร็ว หายเร็ว แต่รู้ช้า รักษาช้า ไม่นานก็เสียชีวิต ปรัชญาของการแพทย์แนวป้องกัน ที่เชื่อว่าการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาประยุกต์ผสมผสานกับการเลือกอาหารการกินที่มาจากธรรมชาติ ทำให้ร่างกายของมนุษย์มีอายุขัยที่ยาวนานและปลอดภัยจากโรค

ร.ต.ต.นพ.อัญวุฒิ ช่วยวงษ์ญาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ผสมผสาน ประจำศูนย์สุขภาพ Bangkok Holistic Clinic กล่าวว่า ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งให้คนไทยมีสุขภาพดี ลดการใช้ยา เลือกอาหาร หันมาออกกำลังกาย วิทยาการทางแพทย์สมัยใหม่ ในปัจจุบันสามารถตรวจวิเคราะห์ประเมินสถานะของร่างกายที่ก้าวหน้าและทำให้รู้สาเหตุของโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งปัจจุบันมีการตรวจวิเคราะห์เม็ดเลือดที่เรียกว่า Live Blood Test Analysis โดยวิธีการตรวจเลือดสดจากปลายนิ้ว ผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังการขยายสูง ซึ่งสามารถเห็นลักษณะการทำงานของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว รวมทั้งสิ่งผิดปกติในเลือด ตลอดจนการได้รับมลพิษ สารโลหะต่าง ๆ รวมถึงระบบการย่อย


นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมตรวจเช็กระดับอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระในเลือด รวมถึงการตรวจระดับความพร่องหรือความสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ เช่น ฮอร์โมนเพศ ไทรอยด์ ซึ่งเมื่อทราบสถานะ ก็จะทราบสาเหตุในการเกิดโรค ที่นำไปสู่การรักษาหรือป้องกันได้อย่างถูกต้อง ซึ่งรูปแบบการรักษามุ่งเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ต่าง ๆ ทั้งการป้องกันและรักษามีทั้งในเรื่องของคำปรึกษาปรับพฤติกรรม การเติมสารอาหาร ตลอดจนการขจัดของเสียโลหะหนักออกจากร่างกายที่เรียกว่า ครีเรชั่น (Celation)
 

 

“เราพบว่าร้อยละ 90 ของสาเหตุการเกิดโรคนั้น เป็นเพราะเซลล์เสื่อม ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอก การติดเชื้อ หรือสาเหตุอื่น ๆ ล้วนเป็นเพราะเซลล์ เมื่อภูมิคุ้มกันเซลล์บกพร่อง โอกาสที่ร่างกายจะติดเชื้อก็มีสูง หรือเมื่อเซลล์ถูกกระทำ อาจจะทำให้เป็นเนื้องอก ขณะที่เซลล์ที่ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เนื่องจากร่างกายขาดน้ำ ขาดออกซิเจน ก็จะเสื่อมและฝ่อ กลายป็นความเหี่ยวย่นชรา ต่าง ๆ ก่อนวัย”

ร.ต.ต.นพ.อัญวุฒิ กล่าวอีกว่า เรื่องของฮอร์โมนเป็นสารสื่อประสาทที่ไปควบคุมในหลายอวัยวะ ในเด็กแรกเกิดถ้าไทรอยด์มีความผิดปกติ หลั่งน้อยไปทำให้เด็กตัวเล็ก หลั่งมากไปทำให้เด็กตัวใหญ่ เหล่านี้คือผลกระทบของการมีฮอร์โมนที่ผิดปกติ ในเด็กแรกเกิดสามารถตรวจโกรทฮอร์โมนได้ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นฮอร์โมนก็จะแสดงอาการออกมา อาทิ เด็กผู้หญิงจะแสดงผลที่รอบเดือนจะมาช้ามาเร็วหรือมีรอบเดือนผิดปกติขึ้นอยู่กับฮอร์โมน หรือในผู้ชายจะแสดงออกเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ บางคนผมร่วง หัวล้าน ลงพุง สาเหตุมาจากฮอร์โมนเพศชายที่บกพร่อง ในรายความผิดปกติด้านฮอร์โมนของผู้หญิงจะส่งผลเรื่องของการมีบุตรยาก หรือตั้งครรภ์ไม่ประสบความสำเร็จ ป่วยมะเร็งปากมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ เป็นเรื่องของฮอร์โมนไม่มีความสมดุล

สำหรับปัจจัยที่ฮอร์โมนผิดปกติเริ่มจากยีนส์ไม่ดี และมาจากอาหารทีมีเอสโตรเจนสูงต่ำ ร่างกายแต่ละคนจะมีเอสโตรเจนสูงต่ำไม่เท่ากัน สามารถรู้ได้ด้วยวิธีตรวจเลือดสดโดยใช้เวลาประมาณ 2 วันจะทราบผล สำหรับผู้หญิงวิธีตรวจเลือดสดเพื่อเช็กฮอร์โมนของผู้หญิงวันเวลาที่ดีที่สุดคือวันที่ 21 ของการมีรอบเดือน เช่น มีรอบเดือนวันที่ 1 พ.ย.นับไปอีก 21 วัน คือวันที่ 27 พ.ย. หรืออาจตรวจก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 2-3 วัน

“ค่าเฉลี่ยของฮอร์โมนขึ้นอยู่กับค่าเฉลี่ยของแพทย์แต่ละด้านด้วย เช่น สูตินรีแพทย์จะมีมาตรฐานของตัวเอง ส่วนสมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูชะลอวัยก็จะมีค่าเฉลี่ยอีกตัว แต่เราจะหาค่าเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกับร่างกายของคนไข้ให้มากที่สุด”

ร.ต.ต.นพ.อัญวุฒิ กล่าวอีกว่า ถ้าฮอร์โมนปกติเซลล์ก็จะปกติ เซลล์เชื่อมโยงกับความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ หรือผู้หญิงถ้ามีรอบเดือนไปจนอายุ 60 ก็ยังถือว่าเป็นสาวไม่เป็นวัยทอง หน้าตารูปร่างผิวพรรณก็จะดี แต่ถ้ารอบเดือนหมดผิวพรรณเต้านมหย่อนคล้อย และโรคเบาหวานก็ตามมาเพราะเกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมน ดังนั้นวิธีการตรวจเช็กฮอร์โมนคือตรวจว่ามีความสมดุลหรือไม่ หากพบว่าไม่สมดุล แพทย์จะแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีเอสโตรเจนสูงต่ำ เพื่อปรับให้มีความสมดุล

สำหรับอาหารที่มีเอสโตรเจนสูงที่ควรหลีกเลี่ยง คือพืชจำพวกถั่ว ป๊วยกั๊ก แอปเปิล แครอท เชอร์รี่ แตงกวา อินทผลัม ไข่ ฟักทอง นม และอาหารจีเอ็มโอ ส่วนอาหารที่เข้าไปยับยั้งเอสโตรเจนที่ควรกิน คือ กะหล่ำ บรอกโคลี ผลไม้ในกลุ่มรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด องุ่น แตงโม

อย่างไรก็ตามภาวะเอสโตรเจนสูงสังเกตได้ง่ายในหญิงหลังคลอด จะมีภาวะซึมเศร้า รวมทั้งผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวน นอกจากนี้ภาวะเอสโตรเจนสูงมีโอกาสเสี่ยงที่จะมีเนื้องอกที่รังไข่ มดลูก สังเกตอาการที่พบคือ ท้องอืด เต้านมตึง เป็นตะคริว ตื่นเต้นง่าย มีความเครียด วิตกกังวล ปวดหัว อารมณ์แปรปรวน ปวดหัวไมเกรน นอนไม่หลับ ภูมิแพ้ ความต้องการทางเพศน้อยลง รอบเดือนไม่ปกติ โลหิตจาง

ทั้งนี้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันนั้น ทุกเพศทุกวัยสามารถรับการตรวจได้ทุกเพศทุกวัย โรคภัยหายได้ถ้ารู้ก่อนป้องกันก่อน.

article@dailynews.co.th

 

ที่มา: เดลินิวส์  24 พฤศจิกายน 2554