กินเบา ๆ สยบเบาหวาน โดย กานต์ดา บุญเถื่อน

bangkokbiznews130509_001โรคเบาหวานไม่ได้เกลียดของหวานถึงขั้นแตะไม่ได้ เพียงแต่ลดปริมาณลงมากหน่อย ทั้งคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญได้ทันและไม่ทิ้งส่วนเกินไว้ก่อโรค

หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่ากินหวานมากๆ จะต้องเป็นเบาหวาน หรือคนที่เป็นเบาหวานต้องงดทั้งน้ำตาลและแป้งเด็ดขาด ที่จริงแล้ว คนกินหวานไม่ได้เป็นเบาหวานก็มี และคนที่เป็นเบาหวานยังกินรสหวานได้ก็มี เพียงแต่ต้องจำกัดปริมาณความหวานที่เข้าสู่ร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมก็เท่านั้น

“โรคเบาหวานไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ต้องมีพันธุกรรมจากครอบครัวเป็นทุนเดิมมาก่อน โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาอ้วนลงพุงต่อเนื่อง ร่วมกับการทำงานที่ผิดปกติของตับอ่อนในการผลิตอินซูลินไปย่อยน้ำตาลในเลือด และไม่ออกกำลังกายเลย ถึงจะเป็นเบาหวานกันได้” ผศ.พรรัตน์ สินชัยพานิช อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

โรคเบาหวานเป็นแล้วต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินอย่างมาก เพราะเมื่อตับผลิตอินซูลินได้น้อย การกินอาหารที่มากเกินไปในแต่ละมื้อ โดยเฉพาะอาหารที่ทำมาจากแป้งและน้ำตาล จะยิ่งสะสมในเลือดและมีโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้มากกว่าเดิม ทั้งโรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง โรคอัมพาตจากหลอดเลือดในสมองตีบ

มีหลายคนพอรู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน จะเครียดทันที กินไม่ได้นอนไม่หลับ สรุปอาการทรุด เพราะคิดว่าอาหารทุกอย่างที่มีรสหวาน และอาหารทุกอย่างที่เป็นแป้งจะต้องงด เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ถือว่าเข้าใจผิดเต็มประตู เพราะที่จริงแล้วก็กินได้เหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าเราป่วยเรากินได้น้อยลงกว่าเดิม

“ง่าย ๆ คือ จึงต้องเลือกกินแป้งและน้ำตาลที่มีอยู่ แต่อาศัยลดปริมาณเอา จึงทำให้บางคนก็คุมน้ำตาลในเลือดได้บ้างและบางคนก็คุมไม่ได้บ้าง เพราะกะเกณฑ์ได้ไม่ถูกต้อง จึงมีการปรุงอาหารพิเศษสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนมากเป็นสินค้านำเข้า ราคาแพงมาก ผู้ป่วยส่วนมากเข้าไม่ถึง”

คนเป็นเบาหวานต้องเน้นอาหารที่มีกากใยสูง และผ่านการขัดสีน้อยที่สุด อย่างเช่น ขนมโฮลวีท ข้าวกล้อง เพื่อให้ร่างกายมีกระบวนการย่อยจากแป้งเป็นน้ำตาลอย่างช้าๆ และเซลล์ต่างๆ ในร่างกายสามารถดึงน้ำตาลที่อยู่ในเลือดไปใช้งานได้ทัน ไม่เกิดการสะสมมากเกินความจำเป็นของร่างกาย

ข้าวกล้องทุกชนิดเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะมีกากใยสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลงานของ รศ.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีการปรับปรุงพันธุ์ขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

ข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวโภชนาการสูง พัฒนาขึ้นจากข้าวเจ้าหอมนิลและขาวดอกมะลิ 105 มีคุณสมบัติเด่นด้านการต้านอนุมูลอิสระและกลิ่นหอม โดยผลการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการยังพบอีกว่า มีกากใยสูง ช่วยในเรื่องการคุมน้ำหนัก เมื่อกินติดต่อกันจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ลดระดับไขมันและโคเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย

ทั้งนี้ สถาบันโภชนาการได้นำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาทดลองแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โดยทดลองทำเป็นเครื่องดื่มข้าวสำเร็จรูป เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสุขภาพในอนาคต และลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างประเทศที่ราคาแพง

เครื่องดื่มข้าวสำเร็จรูปสามารถดื่มเพื่อสุขภาพทั้งทดแทนมื้ออาหารและเป็นอาหารเสริมระหว่างมื้อ ไม่มีผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด โดยจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ กลไกของร่างกายจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังได้ปรับปรุงกลิ่นและรสชาติโดยเฉพาะรสหวานซึ่งใช้น้ำตาลแอลกอฮอล์ ไม่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด ส่วนประกอบทั้งหมดผ่านการวิจัยแล้วว่ามีสัดส่วนที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ โดยคำนึงถึงประโยชน์และสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวาน

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้ว ผู้ป่วยต้องไม่ลืมที่จะเรียนรู้และปฏิบัติตนในหลายๆ ด้านควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็น กินยาตามแพทย์สั่ง กินอาหารที่ถูกต้อง พิจารณาว่าอาหารกลุ่มใดเหมาะสม กลุ่มใดควรเลี่ยง พร้อมทั้งทำจิตใจให้ผ่อนคลาย เพียงเท่านี้สุขภาพก็ดีขึ้นได้

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 9 พฤษภาคม 2556

Advertisements