เรื่องที่ผู้หญิงต้องเคลียร์

สูติแพทย์ร่วมไขปริศนาท้าความเชื่อเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สาวๆ ไม่อยากข้องเกี่ยว แต่จำเป็นต้องรู้ให้เท่าทันเพื่อป้องกันตัวเองจากโรคร้ายนี้

“มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมแต่อย่างใด” พญ.เพชรรัตน์ ปิตะหงษ์นันท์ แพทย์ประจำแผนกสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เปิดประเด็นด้วยข้อเท็จจริงที่ค้านความเชื่อของหลายคน พร้อมทั้งมีคำตอบให้กับหลากหลายข้อสงสัย

Q พรหมจรรย์กับมะเร็งปากมดลูก ?

มะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่พบมากในกลุ่มอายุ 15-59 ปี ทุกๆ 2 นาทีจะมีผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก 1 คน ขณะที่แต่ละปี ไทยจะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 10,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 27 คน ซึ่งกว่าครึ่งของผู้ป่วยเหล่านี้จะเสียชีวิต

สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก 70-80% มาจากการติดเชื้อฮิวแมนแพปปิลโลมาไวรัส (HPV) ซึ่งติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น สาวพรหมจรรย์มีความเสี่ยงน้อยมาก อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยอีก 20-30% ที่อาจเป็นข้อยกเว้น หรือถูกปัจจัยบางอย่างกระตุ้น เช่น การสูบบุหรี่ เป็นต้น

Q หูดหงอนไก่จะกลายเป็นมะเร็ง ?

เอชพีวีคือ ไวรัสชนิดหนึ่งที่พบได้โดยทั่วไปและมีกว่าร้อยชนิด โดยแบ่งได้เป็นสองกลุ่มคือ ชนิดที่ก่อมะเร็งและชนิดที่ไม่ก่อมะเร็ง

ชนิดที่ก่อมะเร็ง สายพันธุ์หลักคือ HPV ชนิด 16 และ 18 ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70% และยังก่อให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้แก่ มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก และ อีกกลุ่มคือชนิดที่ไม่ก่อมะเร็ง สายพันธุ์หลักคือ เอช พี วี ชนิด 6 และ 11 ซึ่งเป็นชนิดที่ทำให้เกิดโรคหูดของอวัยวะเพศ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าหูดหงอนไก่ถึง 90%

หูดหงอนไก่ไม่ก่อมะเร็ง แต่เป็นติ่งเนื้อที่เกิดจากติดเชื้อที่ผิว จนกลายเป็นติ่งที่มีลักษณะเหมือนหงอนไก่ ซึ่งผลกระทบของการเกิดหูดหงอนไก่นี้คือ ความไม่สวยงาม แต่ไม่สามารถกระจายไปเป็นเนื้อร้าย ทั้งยังรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องอาศัยระยะเวลาในการรักษา เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง

Q การตรวจคัดกรองป้องกันได้ 100% ?

ปัจจุบันการป้องกันมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่เริ่มต้น คือการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี จะมีประสิทธิภาพสูงสุดคือช่วงก่อนมีเพศสัมพันธ์ หรือฉีดให้กับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 9 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นเสมือนการล้อมรั้วบ้านของเราเอาไว้ สามารถป้องกันได้ 70-80% อย่างไรก็ดีแม้ผู้หญิงที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้วก็สามารถฉีดวัคซีนได้ เนื่องจากวัคซีนจะสามารถป้องกันไวรัสเอชพีวีในสายพันธุ์ที่ไม่เคยติดมาก่อน ยังอาจมีบางส่วนที่หลุดรอดเข้าไปได้บ้าง

ฉะนั้น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ไม่ว่าจะเป็น การตรวจภายใน แป๊บสเมียร์ คอลโปสโคป หรืออื่นๆ เป็นประจำทุกปี จึงทำหน้าที่เป็นตัดคัดกรองอีกขั้นหนึ่ง เพื่อให้การป้องกันโรคร้ายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ทราบถึงความร้ายแรงของโรคเหล่านี้ แต่ผู้หญิงบางคนก็อายที่จะพบแพทย์และตรวจภายใน

วัคซีนตัวเดียวกันนี้ยังฉีดให้ผู้ชายได้ด้วยเพื่อป้องกันโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนักและโรคหูดหงอนไก่ โดยต้องฉีดให้ครบ 3 เข็มภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน เหมือนกันทั้งชายและหญิง

Q ถุงยางอนามัยป้องกันมะเร็งปากมดลูก ?

ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ จนหลายคนเข้าใจว่า น่าจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดเพราะเชื้อเอชพีวีไม่ได้ติดต่อจากสารคัดหลั่ง แต่เชื้อจะอยู่ภายนอกหรือบริเวณพื้นผิวสัมผัส การติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นได้โดยเพียงสัมผัสเท่านั้น แต่ที่สำคัญ คือ การรักเดียวใจเดียว ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 26 มิถุนายน 2555

Advertisements