‘เซ็กซ์’ ปลอดภัยวัยว้าวุ่น

dailynews130915_002วัยรุ่นที่รักสนุก ไม่ป้องกัน อาจพลาดพลั้งตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ หรือติดโรคจากคู่นอนเป็นของแถม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ในบ้านเรายังพบเห็นอยู่เป็นประจำ ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

รศ.นพ.สุรสิทธิ์ ชัยทองวงศ์วัฒนา ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบาย กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์พบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากสถิติผู้หญิงตั้งครรภ์ 100 คน พบว่า 14-15% เป็นผู้หญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี เฉลี่ยประมาณ 300 คนต่อวัน หรือถ้าอายุน้อยกว่า 15 ปี คือ อายุ 14 ปีลงไป ตั้งครรภ์เฉลี่ย 10 คนต่อวัน ถือเป็นปัญหาที่สำคัญ ในฐานะคนทำงานด้านนี้มองว่าทำอย่างไรจะลดปัญหาลงได้

ปัญหาการมีเซ็กซ์ไม่ปลอดภัย นำไปสู่การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ทำแท้ง ถ้าทำแท้งไม่ปลอดภัยก็นำไปสู่การติดเชื้อ เสียชีวิตของมารดาได้ ถ้าไม่ทำแท้ง เขาก็จะไม่ค่อยดูแลครรภ์ การตั้งครรภ์นั้นก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น คลอดออกมาทารกถูกทิ้ง ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม และเป็นปัญหาสังคมตามมา

เซ็กซ์ไม่ปลอดภัยยังเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะการติดเชื้อเอชไอวี ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในวัยรุ่นสูงอยู่

นอกจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ติดโรคแล้ว แม่อายุน้อยอาจจะมีอัตราการคลอดทารกน้ำหนักตัวน้อยกว่ากำหนดเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับแม่ที่อายุปกติ หรืออาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ต้องผ่าตัดคลอดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเชิงกรานยังไม่พร้อมที่จะคลอดลูกทางช่องคลอด มีโอกาสจะเจ็บท้องก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น

ส่วนทารกนั้น เมื่อคลอดออกมาถ้าได้รับการดูแลดีก็จะมีพัฒนาการตามปกติได้ แต่วัยรุ่นบางคนมีการดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ยาเสพติดขณะตั้งครรภ์ ตรงนี้จะเป็นปัญหากับทารกในครรภ์ได้

การมีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควร เกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน ถ้าเป็นปัจจัยที่เกิดจากตัววัยรุ่นเอง ด้านร่างกาย มีการเปลี่ยนแปลง จากเด็กผู้ชายเป็นหนุ่มที่มีกล้ามเนื้อ มีอารมณ์ทางเพศ เด็กผู้หญิงเป็นสาวมีเต้านม มีทรวดทรง

ส่วนด้านจิตใจ วัยรุ่นมีความสนใจในตัวเองและเพศตรงข้าม เริ่มไม่ฟังผู้ใหญ่ เชื่อเพื่อน เชื่อคนอื่นมากกว่าผู้ปกครอง มีพฤติกรรมเลียนแบบ เพื่อนมีแฟนตัวเองก็ต้องมีแฟนด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยภายในตัววัยรุ่น

ด้านปัจจัยภายนอกมาจากครอบครัว เช่น พ่อแม่ทำแต่งาน ไม่มีเวลาให้ลูก ครอบครัวแตกแยก มีแนวโน้มที่ลูกจะไปหาความอบอุ่นจากข้างนอก เพื่อนจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เขาออกนอกลู่นอกทางได้

ขณะเดียวกันการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนก็ยังทำได้ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร ด้วยสาเหตุหลายอย่าง เท่าที่เคยพูดคุยกับคุณครูที่ทำเรื่องนี้บอกว่าไม่ได้รับการสนับสนุน ถือว่าไม่ใช่ภาระงานของครู ดังนั้นเขาก็ทำแบบขอไปที ไม่เต็มที่

ส่วนปัจจัยอื่น ๆ เช่น สื่อลามก ภาพยนตร์ ดารา ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่านิยม ทัศนคติของวัยรุ่นเรื่องการมีเซ็กซ์ไม่ถูกต้อง คือ มีเซ็กซ์โดยไม่ต้องกลัวอะไร

คำแนะนำเพื่อป้องกันปัญหามี 2 ส่วน คือ

ส่วนแรก ครอบครัว พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรให้คำแนะนำ เป็นเพื่อนเด็กได้ ให้เด็กกล้ามาปรึกษา หรือมาพูดคุยก่อนที่เขาจะไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงต่อการมีเซ็กซ์ เช่น เด็กผู้หญิงมีเพื่อนผู้ชายชวนไปเที่ยวต่างจังหวัดสองต่อสอง สุ่มเสี่ยงต่อการเสียตัว ถ้าเขาได้รับการชักชวนแล้วพูดคุยกับพ่อแม่จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ดังนั้นพ่อแม่ต้องเปิดใจ ทำให้เด็กไว้ใจ เชื่อใจมาขอคำปรึกษา

ส่วนที่สอง เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงมีแนวคิดที่แตกต่างกัน แนวคิดของผู้ชาย “เซ็กซ์” สำคัญกว่า “ความรัก” ในขณะที่เด็กผู้หญิงความรักก่อน แล้วจึงยอมมีเซ็กซ์ด้วย คือ ยอมมีเซ็กซ์เพื่อความรัก

ดังนั้นกรณีเด็กผู้ชาย ถ้าพ่อแม่ ผู้ปกครอง สอนเขาให้เกียรติผู้หญิง รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ทำอะไรก่อนวัยอันสมควรหรือก่อนเวลาอันสมควร ก็จะทำให้เขาไม่เอาเปรียบผู้หญิง ส่วนเด็กผู้หญิงต้องสอนให้รู้จักปฏิเสธการเข้าไปอยู่ในภาวะที่สุ่มเสี่ยงต่อการมีเซ็กซ์

ผมมีตัวอย่างผู้หญิงอายุ 19 ปีมาฝากท้อง รพ.จุฬาลงกรณ์ แล้วติดเชื้อเอชไอวี ปรากฏว่า สามีคนปัจจุบันซึ่งเป็นวัยรุ่นเหมือนกัน ผลเลือดเป็นลบ คุยกันไปคุยกันมาถึงได้รู้ว่าน่าจะติดเชื้อเอชไอวีจากแฟนคนแรก ซึ่งมีเซ็กซ์กันตั้งแต่อายุ 15 ปี ตอนอยู่ ม.3 ผมก็ถามว่า แล้วทำไมจึงมีเพศสัมพันธ์ เขาบอกว่า ช่วงปิดเทอมได้ไปเลี้ยงฉลองกัน พอถามว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเปล่าทำให้ยินยอมมีเซ็กซ์ เขาบอกว่าไม่ใช่ ที่ยอมเพราะรักผู้ชายคนนั้น ในที่สุดความสัมพันธ์ก็ยุติ เมื่อผู้ชายมีเซ็กซ์ด้วยแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก กรณีนี้เป็นตัวอย่างว่า ถ้าผู้ชายถูกสอนไม่ให้เอาเปรียบผู้หญิง ผู้หญิงถูกสอนให้รู้จักปฏิเสธ รู้ว่า เซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ความรักยั่งยืน อาจจะช่วยให้เขาป้องกันปัญหาตรงนี้ได้

ถามว่า การทำโครงการนี้ไปส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์หรือเปล่า คำตอบ คือ ไม่ใช่ การไม่มีเซ็กซ์ก่อนวัยอันสมควรดีที่สุด แต่ในสหรัฐเคยมีการศึกษาว่า ถ้าทำให้เด็กไม่มีเซ็กซ์จะช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ในเด็กวัยรุ่นได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าโครงการนี้ล้มเหลว เพราะไม่สามารถไปห้ามเด็กมีเซ็กซ์ได้ ดังนั้นถ้าเขาจะมีเซ็กซ์ต้องดูว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ให้เขาติดโรค โดยเฉพาะติดเชื้อเอชไอวี คือ ไม่มีเซ็กซ์ดีที่สุด แต่ถ้ามีเซ็กซ์ต้องมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย

เรื่องการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเรา ในทางกฎหมายการทำแท้งไม่ได้รับการยอมรับ จึงมีการลักลอบการทำแท้งเกิดขึ้น ดังนั้นก็ต้องพยายามให้คำปรึกษาวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ว่าจะตั้งครรภ์ต่อหรือยุติการตั้งครรภ์ ถ้าต้องการยุติการตั้งครรภ์ก็ส่งไปในสถานที่ปลอดภัย แต่ตรงนี้อาจลำบากในการสื่อออกไปเพราะเป็นสิ่งที่ยังผิดกฎหมาย ถามว่ายังมีการให้บริการตรงนี้ไหม ยังมีอยู่

รพ.จุฬาลงกรณ์ มี “คลินิกดรุณรักษ์” ดูแลวัยรุ่นและเด็กที่มีปัญหาทางนรีเวช คลินิกนี้เป็นศูนย์รับส่งต่อคนไข้จากที่อื่น เป็นกรณีที่มีปัญหาเยอะ ๆ ไม่สามารถดูแลได้ในสถานบริการปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ หรือบางครั้งเด็กพุ่งตรงมาที่คลินิกเราก็ยินดีให้คำปรึกษา

ในบ้านเรามีองค์กรภาครัฐและเอกชนทำเรื่องตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเยอะ เพียงแต่ว่า อาจจะยังไม่ประสานกัน อีกทั้งวัยรุ่นก็ไม่รู้ว่าจะไปปรึกษา ขอคำแนะนำ และเข้าถึงบริการได้อย่างไร ก็เลยมีแนวคิดตั้งศูนย์ให้วัยรุ่นเข้าถึงได้ ด้วยการใช้สื่อออนไลน์เป็นตัวเชื่อมโยงวัยรุ่น ตอนนี้เรามีเฟซบุ๊กศูนย์สุขใจวัยว้าวุ่น” เป็นตัวเชื่อม เด็กวัยรุ่นสามารถติดต่อผ่านทางช่องทางนี้ ถามคำถาม หรือ ในกรณีที่ต้องการบริการด้านนี้ เราจะสื่อสารให้เขาไปพบศูนย์ที่อยู่ใกล้ ๆ ว่า ที่ไหนมีศูนย์บริการที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นบ้าง

ที่ผ่านมากระแสละครฮอร์โมนวัยว้าวุ่นดัง เราก็เลยจะจัดเสวนา “เซ็กซ์ปลอดภัย วัยว้าวุ่น” ในวันที่ 24 ก.ย. นี้ ที่ห้องประชุมเฉลิม พรหมมาส อาคาร อปร. เวลา 13.00-15.30 น. มีผู้ร่วมเสวนา อาทิ ทีมงานซีรีส์ ฮอร์โมน นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล คุณกรรณิกา ธรรมเกษร ผศ.นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร พญ.ทัศน์วรรณ รังรักษ์ศิริวร รวมทั้งตัวแทนวัยรุ่น ดังนั้นผู้สนใจสามารถไปร่วมรับฟังหรือแสดงความเห็นได้.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา: เดลินิวส์  15 กันยายน 2556

Advertisements

เผยเหตุผลของคนมีเซ็กซ์

dailynews130116_001ทุกสิ่งที่กระทำ ล้วนมีเหตุผล อย่างเรื่องเซ็กซ์ก็เช่นกัน เชื่อว่าแต่ละคู่มีเหตุผลของการทำกิจกรรทางเพศแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ก็เพื่อมีบุตร หรือเกิดจากความพึงพอใจ บ้างก็เมคเลิฟเพื่อกระชับสัมพันธ์รัก

แล้วทั้งสามเหตุผลพื้นฐานข้างต้นนั้นตรงกับคุณผู้อ่านบ้างหรือไม่ ถ้ายังไม่ตรงใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากสื่อออนไลน์ต่างแดน อาทิ เดอะ การ์เดียน, เว็บเอ็มดี, ไซโคโลจี ทูเดย์ ต่างเคยนำเสนอผลสำรวจจากงานวิจัยที่เสาะหาเหตุผลของการเสพสวาทมาเปิดเผย

อย่างเช่นผลสำรวจที่นักจิตวิทยาเคยสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง อายุ 17-52 ปี จำนวนราว 2,000 คน พบว่า คำตอบมีความหลากหลายมาก ซึ่งสามารถจัดกลุ่มคำตอบออกมาได้ 237 กลุ่มเหตุผล!!!

สำหรับเหตุผลยอดนิยมนั้นคือ มีเซ็กซ์เพราะเหตุผลทางกายภาพหรือสภาพแวดล้อมรอบตัว ต่อมาเป็นเพราะความพึงพอใจ ตามด้วยเพื่อผ่อนคลายแก้เครียด มีเซ็กซ์เพราะเชื่อว่าเป็นการออกกำลังกายทางหนึ่ง มีเพราะอยากรู้อยากลอง และเกิดจากความชื่นชอบกันและกัน

ส่วนที่ระบุเหตุผลแปลกๆ มีทั้งบอกว่า ทำเพราะหน้าที่ เพราะความกดดัน และเพื่อปกป้องคุ้มครองคนรัก อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยาคาดว่า สาเหตุที่ทำให้คำตอบมีหลากหลายเป็นเพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทว่าจะให้สรุปเหตุผลพื้นฐานที่ชายและหญิงส่วนใหญ่ตอบกันมากว่าทำไมถึงมีเซ็กซ์ นั่นก็คือ ความสนใจในกันและกัน และความพึงพอใจ

ไม่ว่าเซ็กซ์จะเกิดขึ้นเพราะเหตุผลใด ก็ควรต้องปลอดภัย สมวัย และถูกต้อง.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา: เดลินิวส์ 16 มกราคม 2556

.

Related Article:

.

Why Do People Have Sex?

By Stacy Lloyd
Mon, Jan 07, 2013

Researchers have generally assumed people have sex for one or more of three reasons: to have children, experience sexual pleasure, and cement relationships, according to PsychologyToday.com.

Well, wrote WebMD, today’s reasons why people have sex seem to vary much more.

A 2010 Sexuality & Culture review of sex motivation studies states people offer “far more reasons for engaging in sexual intercourse than in the past.”

These include a wide range of motivations, from pleasure and procreation, to insecurity, to inquisitiveness.

This aside, some sexologists still believe, at the most basic level, there is only one true reason people have sex. We’re wired for it, reported WebMD.

“Our brains are designed to motivate us toward that behavior,” Richard A. Carroll, PhD, sex therapist and associate professor in the psychiatry and behavioral sciences department at Northwestern University Feinberg School of Medicine, told WebMD.

Research from the University of Texas at Austin revealed hundreds of varied and complex motivations that range from the spiritual to the vengeful, wrote ScienceDaily.com.

After conducting comprehensive studies on why people have sex, psychology researchers David Buss and Cindy Meston uncovered 237 motivations, which appear in the Archives of Sexual Behavior.

The Guardian wrote the two psychologists canvassed 2,000 people to compile the list of the 237 most popular reasons. PsychologyToday.com added that they asked people aged 17 to 52, to list “all the reasons why you or those you know have engaged in sexual intercourse.”

The Texas psychologists used the research to identify four major factors and 13 sub-factors for why people have sex, wrote ScienceDaily.com.

One major factor is physical reasons. The sub-factors are pleasure, stress relief, exercise, sexual curiosity, or attraction to a person, wrote WebMD.

Dummies.com said that many people engage in sex for the sensory experience, the wide range of physical and emotional pleasures that a person can derive from sexual activity.

Another major factor is emotional reasons. These sub-factors are love, commitment and gratitude.

Part of the glue that holds longtime love together is sex, said Dummies.com.

WebMD said that a major factor of why people have sex is a variety of goal-based reasons. The sub-factors are procreation, improving social status (i.e. to become popular) or for revenge.

The fourth major factor is insecurity-based reasons. These sub-factors include self-esteem, a feeling of duty or pressure, and to guard a partner, wrote ScienceDaily.com.

PsychologyToday.com wrote, the myth is that men and women are emotionally very different. However, in the Meston-Buss survey, the top reasons why both men and women become sexual were based on attraction and pleasure.

Men and women gave the same priority to horniness and almost the same to expressing love, and feeling closeness/intimacy.

 

SOURCE: health.yahoo.net

มีเซ็กซ์หลังคลอด ผ่าตัด

dailynews130106_001มีหลายคนสงสัยว่าภายหลังการคลอดบุตร ผ่าท้องคลอด ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก รังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์ หรือตัดมดลูก ผู้หญิงจะมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติช่วงไหน อย่างไร?  เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ รอง ผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย  มีคำตอบ

รศ.นพ.ประเสริฐ อธิบายว่า  ภายหลังคลอดบุตร  ผ่าท้องคลอด ถ้าต้องการมีเพศสัมพันธ์ควรเว้นช่วงอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ดี ปลอดภัย คือ  6 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้ประมาณ 1 สัปดาห์แผลก็เริ่มหายแล้ว  แต่ปากมดลูกยังปิดไม่สนิท เพราะตอนคลอดปากมดลูกจะเปิด การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้ติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นช่วง 4 สัปดาห์แรกไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์

ส่วนใหญ่หลังคลอด หรือผ่าท้องคลอดแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์หลัง 6 สัปดาห์ไปแล้ว โดยภายหลังคลอด หรือผ่าท้องคลอด เรามักจะนัดคนไข้มาตรวจภายในประมาณสัปดาห์ที่ 5  เพื่อดูว่าทุกอย่างกลับเข้าสู่ปกติแล้วหรือยัง  รวมทั้งวางแผนการคุมกำเนิดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ เพราะหลัง 6 สัปดาห์ไปแล้ว ไข่อาจจะตก และคนไข้อาจท้องได้

ความจริงคนไข้ควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำ เพราะการมีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาที่ให้คำแนะนำ อาจเกิดปัญหาได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ฝ่ายชายมีเชื้อหนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อเข้าไปในอุ้งเชิงกราน หรือมดลูก ทำให้มีปัญหาตามมา อีกทั้งในช่วง 4 สัปดาห์อาจมีน้ำคาวปลา อะไรต่าง ๆ ออกมาจึงไม่เหมาะกับการมีเพศสัมพันธ์  หากห้ามใจไม่ไหวการใช้ถุงยางอนามัยถือว่ามีความปลอดภัยในการป้องกันการติดเชื้อ  แต่ถ้าจะให้ดีควรจะหลีกเลี่ยงไปเลย

ส่วนการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก ผ่าตัดปีกมดลูก  รังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์  โดยหลักแผลผ่าตัดจะดี 7 วันขึ้นไปแล้ว ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กันก็มี เพียงแต่คนไข้อาจรู้สึกเจ็บแผลอยู่เพราะหลังการผ่าตัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกคนไข้ยังมีการเจ็บแผลอยู่ ดังนั้น 4 สัปดาห์แผลค่อนข้างจะหายสนิท การมีเพศสัมพันธ์ก็จะไม่เจ็บ

แต่ถ้ามีการตัดมดลูกทิ้งต้องรอ 4 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ เนื่องจากการตัดมดลูกจะคล้ายกับการผ่าท้องคลอด เพียงแต่ปากมดลูกปิดมากกว่าการคลอดบุตรเท่านั้น

สิ่งที่น่ากลัว คือ การติดเชื้อ ต้นเหตุสำคัญอยู่ที่ฝ่ายชาย ถ้าฝ่ายชายไม่เป็นโรค  โอกาสเกิดการอักเสบติดเชื้อก็น้อย แต่ถ้าผู้ชายเป็นนักเที่ยวมีแฟนหลายคนก็มีโอกาสติดเชื้อได้

ท้ายนี้แนะนำว่าหลังคลอด ผ่าท้องคลอด ถ้าจะให้ดีควรมีเพศสัมพันธ์หลัง 6 สัปดาห์ไปแล้ว  ส่วนการผ่าตัดมดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์  รวมถึงการตัดมดลูก ต้องหลัง 4 สัปดาห์ไปแล้ว เพื่อให้แผลเรียบร้อยดี เวลายุ่งกันจะได้ไม่เจ็บ.

นวพรรษ บุญชาญ

ที่มา :  เดลินิวส์ 6 มกราคม 2556

เซ็กซ์ดี-มีลูกง่าย หลังลดน้ำหนัก?

คู่สามีภรรยาที่พร้อมจะมีบุตร มักไม่มองว่า เซ็กซ์ เป็นแค่เครื่องสนองความต้องการทางเพศเท่านั้น แต่จะคาดหวังให้เซ็กซ์ช่วยนำพาทายาทตัวน้อยมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายหญิงซึ่งต้องรับหน้าที่อุ้มท้องและคลอดบุตรนั้นดันมีน้ำหนักตัวเกินพิกัดหรืออวบอ้วนเกินไป ใครๆ ก็จะบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นมักจะมีลูกยาก ต้องรีบลดน้ำหนักก่อน

สำหรับความเข้าใจดังกล่าว ดร.ริชาร์ด ลีโกร หัวหน้าทีมวิจัย จากวิทยาลัยแพทย์เพนน์สเตท บอกว่า มีหลายคนเข้าใจว่าผู้หญิงอ้วนมีลูกยาก ความอ้วนขวางภาวะเจริญพันธุ์ จึงต้องลดน้ำหนักก่อนถึงจะมีลูกได้ง่าย แต่แท้จริงแล้วนั้น การลดน้ำหนัก ไม่ได้ช่วยให้ผู้หญิงมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมสู่ภาวะเจริญพันธุ์ แต่จะช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศให้มีมากขึ้นต่างหาก

สิ่งที่ ดร.ริชาร์ด กล่าวนั้นไม่ได้เป็นการพูดลอยๆ แต่มีผลงานวิจัยของตัวเขาเองและทีมงานมาแสดงให้เห็น โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงอ้วนแล้วเข้าผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก วิธีศึกษาคือการเก็บตัวอย่างปัสสาวะของพวกเธอไปตรวจดูปริมาณฮอร์โมนรังไข่ ตั้งแต่ช่วงก่อนผ่าตัดลดน้ำหนัก และหลังจากผ่าตัดไปแล้วนานสองปี เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง

ผลการวัดปริมาณฮอร์โมนรังไข่ชี้ว่า กลุ่มตัวอย่าง 29 รายนั้น การตกไข่ของพวกเธอไม่มีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ก่อนผ่าตัดรักษาโรคอ้วนไปจนกระทั่งพวกเธอผอม โดยรายที่มีปัญหาเรื่องการตกไข่ก็ยังคงมีปัญหานั้นอยู่เช่นเดิม แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือชีวิตเซ็กซ์ของกลุ่มตัวอย่าง หลังน้ำหนักลดลงไปแล้ว พวกเธอรู้สึกว่ามีความต้องการทางเพศมากขึ้น ตื่นตัวได้ไวเมื่อถูกกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ จึงมีเซ็กซ์บ่อยขึ้น ถือเป็นการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ไปด้วยนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้โรคอ้วน จะเชื่อมโยงกับการบกพร่องเรื่องการตกไข่ ขาดการตกไข่ และมีบุตรยาก แต่การหาสาเหตุและการแก้ไขภาวะมีบุตรยากต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย มิใช่แค่เรื่องน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา: เดลินิวส์  24 ตุลาคม 2555

มะกันวิจัยเจอต้นเหตุทำวัยรุ่นมั่วเซ็กซ์

ปัญหาการมีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควร และปัญหาการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย จนเสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงก็เสี่ยงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจไปอีกข้อ สิ่งเหล่านี้ไม่มีพ่อแม่ ผู้ปกครองคนไหนอยากให้เกิดขึ้นกับลูกหลาน แต่เคยสงสัยไหมว่า ทั้งๆ ที่เราเลี้ยงดูเอาใจใส่ใกล้ชิด เหตุใดปัญหาดังกล่าวยังเกิดขึ้นได้อีก

นักวิจัยชาวมะกัน รอสส์ โอฮารา จากมหาวิทยาลัยมิสซูรี อาจมีคำตอบให้จากงานวิจัยที่ระบุว่า ฉากเซ็กซ์ในหนังมีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น โดยโอฮาราได้วิเคราะห์หนังทำเงินหลายร้อยเรื่องดังที่ออกฉายช่วง ค.ศ.1998-2004 ซึ่งมีฉากเซ็กซ์ เนื้อหาเกี่ยวข้องเรื่องทางเพศ พร้อมกับสอบถามความเห็นจากกลุ่มตัวอย่างราว 1,200 ราย อายุ 12-14 ปี เกี่ยวกับหนังที่ได้ดู

การสอบถาม ทำให้ผู้วิจัยพบว่า หนังที่มีเนื้อหาทางเพศ ฉากเลิฟซีน ทำให้วัยรุ่น หรือเด็กๆ ที่ได้ดูต้องการแสวงหาความรู้สึกเหล่านั้นบ้าง อีกนัยหนึ่งคือ อยากรู้ อยากลอง อยากเลียนแบบ ดังนั้นเมื่อพวกเขามีโอกาสจึงมักลองมีเซ็กซ์

นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังชี้ว่า วัยรุ่นเรียนรู้พฤติกรรมที่เฉพาะเจาะจงจากฉากเซ็กซ์ในหนัง ซ้ำร้ายบางคนยังมีเซ็กซ์ตามฉากรักที่ได้เห็นจากหนัง แถมยังรับด้วยว่า เป็นวัยรุ่นที่ผ่านประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว บางรายเคยมีคู่นอนมากกว่าหนึ่ง และไม่ค่อยใช้ถุงยางอนามัย

จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยจึงมีคำแนะนำไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครองว่า ไม่ควรให้เด็กดูหนังที่มีเนื้อหาทางเพศ หรือมีฉากเลิฟซีน เพราะอาจนำมาซึ่งพฤติกรรมเลียนแบบในไม่ช้า.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

.

Related Link:

.

Children exposed to sex scenes in movies ‘will be more promiscuous and have more sexual partners’

  • Teenagers who watch movie sex scenes are sexually active younger and don’t use condoms
  • Sexual content makes them more prone to take risks
  • Children aged 12 to 14 were studied and their sexual behaviour was reviewed six years later
  • 84 per cent of movies contain sexual content
  • Parents need to restrict young children’s viewing

By ALEX WARD

PUBLISHED: 09:38 GMT, 18 July 2012 | UPDATED: 11:45 GMT, 18 July 2012

Watching sex scenes in movies can make children more sexually active from a younger age, research suggests.

Whether it’s Leonardo Dicaprio and Kate Winslet making love on the Titanic or Robert Pattinson and Kristen Stewart cuddling in bed on their vampire honeymoon in The Twilight Saga: Breaking Dawn, teenagers watching sex scenes have an increased curiosity for sex.

Watching sex on screen could lead to teenagers having more sex with more partners and without using condoms, researcher Ross O’Hara from the University of Missouri said.

The scenes can ‘fundamentally influence a teenager’s personality’ and make them more prone to take risks he said.

Dr O’Hara said: ‘Adolescents who are exposed to more sexual content in movies start having sex at younger ages, have more sexual partners and are less likely to use condoms with casual sexual partners.

While there’s been much research into the influence of drinking and smoking in movies, sex scenes has been overlooked.

Dr O’Hara said: ‘Much research has shown that adolescents’ sexual attitudes and behaviours are influenced by media.

‘But the role of movies has been somewhat neglected, despite other findings that movies are more influential than TV or music.’

Psychologists studied children aged 12 to 14 and then reviewed their sexual behaviour six years on.

The research, published in Psychological Science, followed 1,228 children over the six year period.

Dr O’Hara said adolescents often have a predisposition for ‘sensation seeking’ behaviour, which peaks between the ages of ten and 15, and leads to a tendency to seek more novel and intense stimulation of all kinds.

His team found that greater exposure to sexual content in movies at a young age actually led to a higher peak in sensation seeking during adolescence.

The sensation seeking behaviour could last well into the late teens and early twenties if young people were exposed to movie sex scenes Dr O’Hara said.

He said: ‘These movies appear to fundamentally influence their personality through changes in sensation seeking, which has far reaching implications for all of their risk taking behaviours.’

Teenagers could also learn ‘sexual scripts’ from the films, using them as examples of how to behave when confronted with complex emotional situations.

Given that for 57 per cent of American adolescents between the ages of 14 and 16, the media is their greatest source of sexual information, they often don’t differentiate between what they see on the screen and what they must confront in daily life, Dr O’Hara said.

The researchers also looked at 684 high grossing films and analysed them for sexual content, such as heavy kissing or actual sex.

Most of the recent films did not portray safe sex, with little mention of using contraception.

Each teenager identified which movies they had seen from a list of 50, randomly selected.

Six years later the teenagers were surveyed to find out how old they were when they became sexually active and how risky their sexual behaviour might have been.

They were also asked if they used condoms consistently and whether they had multiple sexual partners.

The findings revealed the link between exposure to sex on screen and sexual behaviour.

Dr O’Hara said: ‘This study, and its confluence with other work, strongly suggests that parents need to restrict their children from seeing sexual content in movies at young ages.’

Data from: dailymail.co.uk

สูตินรีแพทย์แนะหญิงวัยทอง เรียนรู้ปรับตัวช่วยเซ็กซ์ราบรื่น

ปัญหาที่พบได้บ่อยๆ สำหรับผู้หญิงที่อยู่ในวัย 50-70 ปี หรือวัยทองนั้น คือปัญหาช่องคลอดแห้ง ซึ่งจะส่งผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวัยดังกล่าว และสาเหตุของอาการดังกล่าวนั้นร้อยละ 72 พบว่า เกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งสร้างความกังวลใจให้สาววัยทองจำนวนมาก เพราะอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว อย่างไรก็ตามมีคำแนะนำดีๆ ในการดูแลสุขภาพจากคุณหมอมาฝากกัน เพราะปัญหาช่องคลอดแห้งสามารถแก้ไขได้ หากเรียนรู้วิธีการดูแลตนเองที่ถูกต้อง เมื่อวัยหมดประจำเดือนมาถึง

นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์ สูตินรีแพทย์ประจำคลินิกเครือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เปิดเผยว่า “ผู้หญิงไทยจะเริ่มเข้าสู่วัยทองในช่วงอายุประมาณ 45-59 ปี ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ จากประจำเดือน ช่วงแรกมักเกิดขึ้นตอนอายุ 40-45 ปี เป็นช่วงที่ประจำเดือนจะมาเร็วขึ้น จากรอบ 1 เดือน เปลี่ยนเป็น 3 อาทิตย์ ช่วงที่ 2 จะเป็นช่วงที่ประจำเดือนเริ่มห่างขึ้น เช่น อาจเปลี่ยนเป็น 2-3 เดือนมาครั้งหนึ่ง ส่วนช่วงสุดท้ายคือช่วงที่ประจำเดือนหมด มักเกิดในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยประจำเดือนจะหายไป 1 ปีขึ้นไป

สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ช่องคลอดแห้ง และเพศสัมพันธ์ไม่ค่อยราบรื่นช่วงวัยทองนั้น เกิดจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) หนึ่งในหน้าที่ของฮอร์โมนดังกล่าวคือ ทำให้ภายในช่องคลอดมีความอวบอิ่ม ยืดหยุ่น และทำให้เกิดความชุ่มชื้นภายใน เมื่อระดับฮอร์โมนที่ลดลงช่วงวัยทอง ทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง ช่องคลอดไม่ยืดหยุ่นบาง และรู้สึกแห้งเพราะความชุ่มชื้นภายในลดลง และยังส่งผลให้ปริมาณแบคทีเรียที่ดีต่อช่องคลอดน้อยลงตามไปด้วย อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและไม่รู้สึกสบายในบริเวณนั้น

คุณหมอกล่าวต่อว่า ไม่เพียงแต่ฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมบาร์โธลินที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำหล่อลื่นก็ลดลงไปด้วย ในช่วงก่อนอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการเตรียมพร้อมสำหรับเพศสัมพันธ์ แต่ในช่วงวัยทองอาจใช้เวลาค่อนข้างนาน จากสาเหตุดังกล่าวหญิงวัยทองหลายคนจึงพบว่าความรื่นรมย์ในการร่วมเพศลดลงช่วงวัยทอง จากความเจ็บ แสบ ช่วงการมีเพศสัมพันธ์ และยังอาจติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

แม้พฤติกรรมต่างๆ ที่เราทำอยู่เป็นประจำ การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย เครียด ฯลฯ จะส่งผลกระทบต่อการสร้างฮอร์โมนของเรา รวมถึงการตัดรังไข่ก็จะเป็นตัวเร่งให้เข้าสู่ช่วงวัยทองได้เช่นเดียวกัน แต่สาวใหญ่ก็สามารถดูแลตัวเองได้ โดยการรับประทานอาหารที่มีสารไฟโตรเอสโตรเจน, ไอโซฟลาโวนส์ และลิกแนน ซึ่งมีโครงสร้างและคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจน พบมากในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ถั่วประเภทต่างๆ ธัญพืช และเมล็ดลินิน (เฟล็กซีด), เลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไลโนเลอิกที่จะทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผนังช่องคลอดและเยื่อบุช่องคลอด พบมากในดอกคำฝอย, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดงาและผักใบเขียว

นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะพร้าวที่หาง่ายๆ ในบ้านเรา และกำลังเป็นที่นิยมของนักร้องชื่อดังอย่างมาดอนนา และดาราสาว เจนนิเฟอร์ อนิสตัส ก็ช่วยสาววัยทองได้เช่นกัน เนื่องจากมีเอสโตรเจน อาหารที่ควรต้องระวังก็เป็นประเภทไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาเฟอีน งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด สิ่งสำคัญคือ ทำจิตใจให้แจ่มใส รับกับความเปลี่ยนแปลงให้ได้ ขณะเดียวกันคุณหมอแนะนำว่า “ไม่ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับสามี เพราะเพศสัมพันธ์ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งจะช่วยทำให้ผนังช่องคลอดแข็งแรง และช่วยบรรเทาความไม่สบายตัวจากผนังช่องคลอดบางลงได้ดีขึ้น”

ส่วนสาวใหญ่หลายคนที่เริ่มประสบปัญหาดังกล่าว อาจจะรู้สึกอายไม่กล้าเข้าพบสูตินรีแพทย์ แต่การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางจะลดปัญหาต่างๆ ในวัยทองลงได้ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยไม่ส่งผลกระทบต่อตนเอง สามี และคนใกล้ชิด หากมีปัญหาดังกล่าวควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอาการเบื้องต้น ซึ่งแพทย์จะดูความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และรักษาเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ เช่น ร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง หงุดหงิด นอนไม่หลับ ฯลฯ ในบางคนแพทย์อาจแนะนำให้ใช้เจลฮอร์โมนเหน็บ หรือรับฮอร์โมนเอสโตรเจนเสริม และจะหยุดการใช้ยาเมื่ออาการต่างๆ ดีขึ้น

ท้ายนี้ นพ.ก้องศาสดิ์กล่าวว่า “ไม่ควรจะเครียดกังวลกับปัญหานี้มากเกินไป จนเสียสมดุลในชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เนื่องจากปัญหาช่องคลอดแห้งในผู้หญิงวัยทองเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ และจะหายไปโดยเฉลี่ยประมาณ 4 ปี ไม่ได้เป็นตลอดชีวิต ดังนั้นการดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ และทำได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่วัยทองจะยิ่งส่งผลดี”.

 

ที่มา: ไทยโพสต์ 7 มิถุนายน 2555

5 เคล็ดลับสุขภาพเจ๋ง เซ็กซ์เยี่ยม

เซ็กซ์ที่พึงพอใจ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้จากลีลาท่าทางเท่านั้น การมีสุขภาพที่ดีเหมือนเป็นหลักให้เรื่องเซ็กซ์ดีตามไปด้วย โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพ 5 ข้อ ต่อไปนี้ ส่งผลดีไปถึงตอนสามีภรรยาเล่นจ้ำจี้กันบนเตียง

เริ่มจากเรื่องง่ายๆ “ดื่มน้ำให้เพียงพอ” และควรดื่มต่อเนื่องไปตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่ดื่มเฉพาะในมื้ออาหาร เพราะปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อร่างกาย ช่วยเรื่องการหล่อลื่นขณะมีเซ็กซ์ได้ดี แถมประโยชน์ของการดื่มน้ำยังช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดี ย่อยเร็ว น้ำหนักไม่เพิ่มง่าย

ต่อมา “รับประทานโยเกิร์ตทุกวัน” โดยรับประทานแบบไขมันต่ำ ปริมาณ 8 ออนซ์ต่อวัน มีผลให้อารมณ์ทางเพศถูกเร้าขึ้นได้ง่าย อีกทั้งโยเกิร์ตยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่เพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหาร

“ออกกำลังกายเป็นประจำ” เนื่องจากระหว่างที่คนเราออกกำลังกายนั้น ร่างกายได้หลั่งเอ็นโดฟินส์ หรือสารแห่งความสุข โดยสารดังกล่าวยังมีส่วนช่วยผลิตฮอร์โมนเพศชาย หรือเทสโทสเตอโรน เวลามีเซ็กซ์ก็จะสุขสมใจได้ไม่ยาก ทั้งนี้มีงานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ ระบุไว้ว่า การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้อารมณ์ทางเพศถูกปลุกกระตุ้นและเคลิบเคลิ้มได้ง่าย สำเร็จความใคร่ได้ดั่งใจต้องการ

นอกจากนี้ในแต่ละวัน “ควรออกมาถูกแดดกลางแจ้งบ้าง” แต่ควรเป็นแสงแดดในช่วงเช้า ราว 20 นาที แบบไม่ต้องใช้ครีมกันแดดป้องกันผิว ผลจากการถูกแดดอุ่นๆ ช่วยกระตุ้นแรงขับทางเพศ และร่างกายได้วิตามินด้วย

อีกข้อคือ “เลิกสูบบุหรี่” แม้ในช่วงแรกที่สูบ สารนิโคตินอาจทำให้เซ็กซ์ดีขึ้นได้บ้าง แต่หากได้รับสารตัวร้ายนี้ไปนานๆ กลับทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อารมณ์เฉื่อยชาต่อการถูกเล้าโลมจากฝ่ายรุก ในทางสุขภาพการสูบบุหรี่ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงเจ็บป่วยอีกหลายโรค

ถือเป็น 5 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพ ที่ทำให้ได้ประโยชน์ถึงสองต่อ.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecaredd@gmail.com

ที่มา: เดลินิวส์ 23 พฤษภาคม  2555

ความสำคัญของการมี “เซ็กซ์” ที่สาวๆ มองข้าม

ขอเรียนก่อนว่า ทีมงานฯ ไม่ได้จะเปิดคอลัมน์วาบหวิวให้ท่านผู้อ่านกลุ่มเป้าหมายเข้าใจผิด แต่เป็นอีกหนึ่งการสอบถามความเห็นของสาวๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,031 คนของ HealthyWomen เกี่ยวกับมุมมองของการมีเพศสัมพันธ์ของพวกเธอ โดยสาวๆ เริ่มมองว่า การมีเพศสัมพันธ์นั้น เป็นแค่ “หน้าที่ที่ต้องทำ” มากกว่าจะทำไปเพื่อให้ได้รับความสุขความพึงพอใจกลับมา

ในวันที่หลายประเทศมีปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร รวมถึงประเทศไทย แต่การสำรวจความคิดเห็นสาวๆ บางส่วนกลับพบว่า พวกเธอไม่ค่อยมองเห็นความสำคัญของการมีเพศสัมพันธ์นัก บ้างก็มองว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ โดยเมื่อสอบถามถึงความถี่ของการมีกิจกรรมทางเพศที่ควรจะเป็นจากสาวๆ เหล่านี้พบว่า 66 เปอร์เซ็นต์ระบุว่ามีเพศสัมพันธ์อาทิตย์ละครั้ง หรือบางทีก็ไม่มีเลยก็ได้ ขณะที่ 51 เปอร์เซ็นต์บอกว่า การมีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็ถือว่าดีต่อสุขภาพแล้ว และมีเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าควรจะมีความถี่มากกว่านั้นจึงจะดีต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ผู้หญิง 42 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เชื่อว่า การมีความสุขในเพศรสมีความสำคัญต่อสุขภาพของเธอ

ทั้งนี้ สาวๆ ให้ความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์เพื่อช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเธอและคนรักเป็นประเด็นใหญ่ มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อความพึงพอใจของตนเอง

อย่างไรก็ดี ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางท่านออกมาเผยถึงข้อดีของการมีความสุขกับกิจกรรมทางเพศที่ผู้หญิงจะได้รับนั่นก็คือ การชะลอความแก่ให้ดูอ่อนกว่าวัย

“การที่ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยให้ดูอ่อนกว่าอายุที่แท้จริงได้ถึง 10 ปี แถมยังช่วยลดความเครียด เผาผลาญแคลอรี ช่วยให้กล้ามเนื้อบางส่วนแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยให้พวกเธอเกิดความใกล้ชิดกับคนรัก หรือสามีได้มากขึ้นด้วย” Naomi Greenblatt ประธานกรรมการ และผู้เชี่ยวชาญพิเศษของ women’s health กล่าว

สุดท้ายแล้ว จะมีกิจกรรมทางเพศให้มีความสุขอย่างไรนั้น รบกวนแต่ละครอบครัวพิจารณาตามความเหมาะสมนะคะ

 

ที่มา: ผู้จัดการ  10 พฤศจิกายน 2554 

สูบบุหรี่ทำให้เซ็กซ์เสื่อม ปิดห้องปฏิบัติการพิสูจน์ได้

               นักวิจัยที่นครนิวยอร์กพบในการศึกษาว่า การสูบบุหรี่ทำให้เซ็กซ์เสื่อมได้ จากการตรวจวัดสมรรถภาพ ห้องปฏิบัติการดู พบว่า ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ลงได้จะเหนือกว่าเพื่อนที่ยังสูบบุหรี่อยู่ โดยที่ยังคงคิดว่าตัวเององอาจอยู่เสมอก็ได้

                ผู้เรียบเรียงรายงานการศึกษาคริสโตเฟอร์ ฮาร์ท จากระบบดูแลสุขภาพบอสตัน กล่าวว่า “แม้คนหนุ่มที่ยังคงสูบบุหรี่อยู่ ยังคงคิดว่าตนแน่ และคิดว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ก็อาจจะต้องเสียใจภายหลังได้”

                 เขากับทีมวิจัยมหาวิทยาลัยเท็กซัส ได้ศึกษากับผู้ชาย 65 คน ซึ่งเข้าร่วมโครงการอดบุหรี่นาน 8 อาทิตย์ โดยทุกคนจะต้องถูกปิดล็อกในห้องปฏิบัติการ จนสิ้นโครงการ ภายหลังจากนั้นพบว่า มีผู้ชายที่เลิกบุหรี่ได้เกินสัปดาห์แรก 20 คน อีก 45 คน ยังกลับไปสูบอยู่ แต่ผลการตรวจสุขภาพทางเพศพบว่า ผู้ชายที่สามารถเลิกได้มาจนถึงป่านนี้ ล้วนแต่มีสุขภาพทางเพศดีกว่าคนที่เลิกไม่ได้ทั้งสิ้น

ที่มา ไทยรัฐ วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน 2554

โรคติดเซ็กซ์

โรคติดเซ็กซ์  

 
            สังเกตไหมว่า คนเรามักจะติดอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ถ้าติดของดี ไม่ผิดกฎหมาย ก็แล้วไปแต่ถ้าติดของไม่ดีหรือผิดกฎหมาย ก็เดือดร้อน 
 

           การติดอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอาการผิดปกติทางจิตเป็นความต้องการที่จะกระทำพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆอย่างบังคับจิตใจไม่ได้ (Compulsive) ในทางจิตเวชแบ่งออกเป็นหลายอย่าง
           วันนี้จะเขียนถึงภาวะที่มีความต้องการร่วมเพศมากกว่าปกติ (Hypersexuality) หรือโรคติดเซ็กซ์ในหญิง เรียกว่า Nymphomania และในชายเรียกว่า Satyriasis ซึ่งพบว่าผู้ป่วยจะหักห้ามใจไม่ให้ร่วมเพศได้ยาก บางรายต้องสำเร็จความใคร่บ่อยมาก
           สาเหตุของการติดเซ็กซ์หรือต้องการมีเซ็กซ์บ่อยมากมาจาก

           1. สาเหตุทางกายเช่นเป็นโรคทางสมองมีเนื้องอกในสมองโรคลมชักบางอย่าง โรคซิฟิลิสขึ้นสมอง หรือการใช้ยาบางอย่างมากไป เช่น กัญชา โคเคน แอมเฟตามีน

           2. โรคทางจิต เช่น เป็นโรคจิตทางอารมณ์ จะต้องการร่วมเพศมากขึ้นและสำส่อนทางเพศ ในภาวะซึมเศร้า บางรายก็ต้องการเซ็กซ์มาก และโรคจิตเภทบางรายสำเร็จความใคร่บ่อยมากการติดสุรา จะไปกระตุ้นให้มีความต้องการทางเพศมากขึ้น

           3. สาเหตุทางจิตวิทยา

           ก) ผู้ป่วยเชื่อว่าการมีเซ็กซ์เป็นการลดความเคร่งเครียดทางอารมณ์ จึงทำให้เขาต้องการร่วมเพศบ่อยมากเพื่อลดความตึงเครียด เพราะมีความเครียดอยู่สูง

           ข) ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่าและไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป จึงใช้ร่างกายและการมีเซ็กซ์เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนกับความสนใจและความรู้สึกมีค่า เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป

เหตุผลข้อนี้น่าจะใช้ได้ดีกับผู้คนยุคนี้ที่ต้องการมีเซ็กซ์มากขึ้น เพราะผู้คนรู้สึกไม่มีค่า จึงพยายามสร้างความมีค่าให้กับตัวเองโดยการมีเซ็กซ์ให้มาก เพื่อให้รู้สึกว่ามีคนสนใจ ส่วนมากจะมีเซ็กซ์กับคนไม่รู้จักคุ้นเคย และไม่ต้องการประจำกับใครไม่ต้องการรักใคร มีเซ็กซ์โดยไม่ต้องรัก แต่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

           มีคนไข้หญิงคนหนึ่งเคยถูกพ่อ-แม่ด่าว่าแบบประชดว่าเป็นคนไร้ค่า ไร้ยางอาย ไม่มีผู้ชายคนไหนต้องการหรอก เมื่อเธอเติบโตเป็นสาวเธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า และมีความต้องการทางเพศมาก อยากร่วมเพศกับคนแปลกหน้าบ่อยมาก จึงมีพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ เมื่อทำเสร็จแล้วก็รู้สึกละอายใจอยากเลิก แต่ก็เลิกไม่ได้ เพราะติดเซ็กซ์ไปแล้ว ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า มาหาแพทย์เพราะอาการซึมเศร้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ในเพศชายและเกย์ที่เป็นโรคติดเซ็กซ์ก็มีมาปรึกษาเช่นกัน

           การรักษานั้น ถ้าเป็นสาเหตุทางกายก็รักษาโรคทางกายไปถ้าเป็นโรคจิต โรคซึมเศร้า หรือโรคทางจิตใต้สำนึกต้องใช้ยารักษาร่วมกับการทำจิตบำบัดโดยจิตแพทย์ อาการจะทุเลาลง

           การที่มนุษย์ต้องการมีเซ็กซ์เป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่ถ้าใครติดเซ็กซ์และต้องการมีเซ็กซ์มากไปจนกลายเป็นความผิดปกติทางจิต ที่ต้องการการรักษาทั้งในชายและหญิง

           เซ็กซ์จึงไม่ใช่เรื่องสนุกอย่างเดียวสามารถทำให้ทุกข์หรือป่วยก็ได้
 
 
 
ข้อมูลจาก : แนวหน้า วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม 2554