เปลี่ยนไต

การผ่าตัดเปลี่ยนไต หรือการปลูกถ่ายไต เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการบำบัดรักษาผู้ป่วย “โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย”  ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าดีกว่าการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการล้างช่องท้องด้วยน้ำยา

ศ.นพ.โสภณ จิรสิริธรรม ประธานโครงการปลูกถ่ายไต คณะแพทยศาสตร์  รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า   สาเหตุของโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในประเทศไทย คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และไตอักเสบเรื้อรัง สะท้อนว่าบ้านเราควบคุมเบาหวานและความดันไม่ดี ทำให้ไตพังไปด้วย

การเปลี่ยนไต ต้องมีข้อบ่งชี้คือเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย หมายความว่า ไตทำงานต่ำกว่า 10% หรือเริ่มมีอาการของโรคไต เช่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ อึดอัด กระสับกระส่าย คนไข้กลุ่มนี้เปลี่ยนไตจบเลย

คนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มาเปลี่ยนไต อายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี  กำลังเป็นกำลังสำคัญของสังคม บางคนกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคไตมันไม่ได้เตือนล่วงหน้า วันดีคืนดีไปตรวจร่างกายพบไตพังหมดแล้ว

การเปลี่ยนไตจึงเป็นเหมือนปาฏิหาริย์ที่นำเอาไตออกจากร่างคนหนึ่ง ไปใส่ให้กับอีกคนหนึ่งแล้วไตทำงานได้

รพ.รามาธิบดีผ่าตัดเปลี่ยนไตปีละ 70-100 ราย เป็น รพ.แห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเปลี่ยนไตเกิน 100 รายต่อปี เพราะมีทีมงานที่เข้มแข็งเกือบ 50 คน ทั้งศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ อายุรแพทย์ อายุรแพทย์โรคไต อายุรแพทย์โรคไตเด็ก  พยาธิแพทย์ และพยาบาล ทุกคนทำงานโดยไม่ได้หวังชื่อเสียง เงินทอง โดย รพ.รามาธิบดีทำการผ่าตัดเปลี่ยนไตให้ผู้ป่วยรายแรกอายุ 26 ปี 6 เดือน เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2519 นำทีมโดย ศ.นพ.ไพฑูรย์ คชเสนี ตอนนี้คนไข้ยังมีชีวิตอยู่ และแข็งแรงดี

ผลสำเร็จในการเปลี่ยนไตของ รพ.รามาธิบดีเทียบได้กับมาตรฐานสากล ในกรณีที่ได้ไตจากผู้บริจาคเสียชีวิตความสำเร็จอยู่ประมาณ 96% แต่ถ้าเป็นไตที่บริจาคจากญาติความสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 99% โครงการเปลี่ยนไต รพ.รามาธิบดีทำมา 26 ปีสามารถเปลี่ยนไตให้คนไข้ไปแล้ว 1,522 คน โดยไม่ได้เลือกชั้นวรรณะ หรือฐานะ คนไทยทุกคนมีสิทธิเข้ารับบริการปลูกถ่ายไต โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ตลอดจนค่ายาตลอดชีวิต

ปัจจุบันประเทศไทยมีคนไข้โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 4 หมื่นคน ในจำนวนนี้มาขึ้นทะเบียนรอเปลี่ยนไตประมาณ 4,000 คน โดยในจำนวน 4,000 คน ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไตแล้ว 400 คนอีกกว่า 3.9 หมื่นคนยังคงทนทุกข์ทรมานรอการเปลี่ยนไตอยู่ เฉพาะที่ รพ.รามาธิบดีมีคนไข้รอคิวกว่า 700 คน

ขั้นตอนการเปลี่ยนไต มีดังนี้

1. ขอให้ผู้ที่ต้องการจะเปลี่ยนไต มีความตั้งใจ เข้าใจ การเปลี่ยนไต
2. ปรึกษาขอใบส่งตัว จากอายุรแพทย์โรคไตประจำตัว
3. พอมาถึง รพ.รามาธิบดี จะให้พบกับแพทย์โรคไต และศัลยแพทย์เพื่อกลั่นกรองว่าเหมาะจะรับการผ่าตัดเปลี่ยนไตหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะก็ปฏิเสธไป เช่น เป็นมะเร็ง เป็นเอดส์ อายุมากแล้ว
4. ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ ตรวจคลื่นหัวใจ อย่างละเอียด
5. ติดต่อพยาบาลประสานงานชั้น 3 ตึกฉุกเฉินเก่า 0-2201-1661-2
6. ดำเนินการด้านเอกสารตามสิทธิต้นสังกัด โดยการเดินเอกสารต่าง ๆ ต้องแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
7. เจาะเลือด ตรวจเนื้อเยื่อ ถ้ารอไตจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตก็ต้องขึ้นทะเบียนรอ แต่ถ้าเป็นไตที่ได้จากญาติหรือสามีภรรยาสามารถนัดวันเปลี่ยนไตได้เลย ตอนนี้คิวจองถึงเดือน ต.ค.
8. เตรียมร่างกาย จิตใจ ความพร้อม เพื่อเปลี่ยนไต (ส่งเลือดทุกเดือน)
9. ผ่าตัดเปลี่ยนไต
10. หลังการผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์คนไข้ออกจาก รพ.พร้อมไตใหม่ ชีวิตใหม่ อย่างมีความสุข
การรอเปลี่ยนไตจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตไม่มีคิวขึ้นอยู่กับเลือดและดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตกับคนไข้ว่าตรงกันหรือไม่ ทุกวันนี้มีผู้บริจาคไตปีละประมาณ 100 คน 200 ไต

สามีภรรยาก็สามารถให้ไตกันได้ แม้เนื้อเยื่อไม่เหมือนกันแต่ยาดีสามารถผ่าตัดเปลี่ยนไตสำเร็จทุกราย และคนให้ไตยังสามารถมีชีวิตอยู่เหมือนคนปกติ

การซื้อขายไตมีจริงหรือไม่? ศ.นพ.โสภณ ยืนยันว่า เมืองไทยไม่มีการซื้อขายไตอย่างแน่นอน เพราะขั้นตอนการเปลี่ยนไตสลับซับซ้อน ต้องใช้ทีมแพทย์หลายคน  ผมเชื่อมั่นระบบการแพทย์ไทยว่ามีจริยธรรมที่ดีพอและหมอที่สามารถเปลี่ยนไตในประเทศไทยมีไม่ถึง 20 คน ทุกคนคงไม่กล้าเอาชื่อเสียงและอนาคตตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องนี้

อยากให้อธิบายการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างช่องท้องด้วยน้ำยา? ศ.นพ.โสภณ กล่าวว่า เนื่องจากหมอโรคไตมีจำนวนจำกัด การฟอกเลือดต้องมาพบหมอ ดังนั้นหมอ 1 คนอาจดูแลคนไข้ได้เพียงไม่กี่คน แต่ถ้าล้างช่องท้อง คนไข้ดูแลตัวเองที่บ้านได้  อีก 1-2 เดือนจึงมาหาหมอ  แต่ต้องคำนึงถึงความสะอาดเพราะอาจติดเชื้อได้ วิธีดังกล่าวถ้าเป็นหนุ่มสาวคงไม่เป็นไร แต่คุณลุงคุณป้าคนแก่คงลำบากหน่อย ส่วนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมดีในแง่ไม่ต้องมาพะวงกับการล้างช่องท้อง ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่ระยะยาวสู้เปลี่ยนไตไม่ได้.

นวพรรษ บุญชาญ รายงาน

 

ที่มา: เดลินิวส์  1 กันยายน 2555

Advertisements

ทุกข์ของคนเป็นโรคไตวายเรื้อรัง

ไตเป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว อยู่บริเวณหลังทั้งสองข้าง ขนาดเท่ากำปั้นมือ เวลาเกิดเป็นโรคขึ้นมา มักเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง ทำให้เกิดอาการเห็นเด่นชัดทันที หากไม่ได้คอยดูแลให้ดีจะทำให้อายุไม่ยืนยาว

หน้าที่ของไต คอยขับของเสียจากการเผาผลาญ มักเป็นอาหารประเภทโปรตีน คอยควบคุมปริมาณของน้ำ เกลือแร่ โดยขับออกมาทางปัสสาวะ ผลิตและควบคุมการทำงานของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนควบคุมปริมาณของธาตุแคลเซียม และฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง

ไตวาย เป็นอาการสุดท้ายของโรคไต เริ่มแรกจะค่อยเสียหน้าที่ก่อน การทำงานเสื่อมลง และค่อยเพิ่มมากขึ้น ระยะนานขึ้นจนเรียกไตวายเรื้อรัง มีหลายสาเหตุ อาทิ จากโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดไปเลี้ยงไตตีบลง ทางเดินปัสสาวะอุดตันจากนิ่ว ยาบางชนิด ฯลฯ

การควบคุมดูแล ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง จะต้องได้รับการดูแลทั้งชีวิตประจำวัน ความเป็นอยู่ และอาหารการกินพร้อม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากในการควบคุมดูแล เช่น อาหารจะต้องเป็นพวกโปรตีนต่ำ ปลาและไข่ขาวเป็นหลัก เลี่ยงเครื่องในสัตว์ ไขมันสัตว์ กะทิ จะทำให้ไขมันสูง งดอาหารรสเค็มเพราะจะทำให้บวมขึ้น จำกัดเรื่องน้ำ ให้จำนวนลดน้อยลง เพราะไตเสื่อมขับน้ำออกได้ยาก งดพวกผลไม้ นมสด เนย และไข่แดง ฯลฯ

การรักษา เป็นการรักษาประคับประคองด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง หรือให้ผ่านน้ำล้างทางหน้าท้อง ซึ่งสามารถฝึกทำเองที่บ้านได้ และต้องทำวันละหลายครั้ง

บังเอิญผมได้พบคนไข้ที่เป็นไตวายเรื้อรังมาเล่าทุกข์ให้ฟัง ได้ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มามาก เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงขอถ่ายทอดมาแก่ท่านผู้อ่าน

คุณฉันทนา อายุ 60 ปี เมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว เริ่มสังเกตเห็นว่าสุขภาพตัวเองเปลี่ยนไป เหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเป็นฟอง กลางคืนที่เคยนอนหลับดีกลับไม่ค่อยหลับ ไปปรึกษาแพทย์ ตรวจพบปัสสาวะมีเม็ดเลือดแดง หน้าที่ของไตเสื่อมลง creatinine ปกติไม่เกิน 1.2 ขึ้นมา 3.3 เริ่มรู้แล้วว่าเป็นโรคไตมานานและค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ

อาการที่ค่อยเด่นชัด คือบวมที่เท้าเกิดตะคริวบ่อย ซีดลงเห็นได้ชัด จากฮอร์โมนกระตุ้นสร้างเม็ดเลือดแดงลดน้อยลง ผิวจะเป็นสีคล้ำดำจากของเสียคั่งไตขับไม่ออก แพทย์ได้จำกัดน้ำกิน กินวันละ 500 ซีซี กินปลา ไข่ขาวเป็นหลัก ผักสดสีเขียวแก่, ยอดผักงด เริ่มไปจองเตียงเพื่อฟอกเลือด และเตรียมไปทำการต่อเส้นเลือด เพื่อแทงเข็มเวลาฟอกเลือดล่วงหน้าไว้ 3 เดือน

ทุกข์ของคนไข้ ในช่วงนี้ที่เปลี่ยนจากปกติไป อาหารต้องควบคุมให้โปรตีนต่ำ ยอดผักสดงดกลัวยูริกสูง เดินทางไปไหนลำบาก เพลีย เท้าบวม เหนื่อยง่ายไม่แข็งแรง ผิวหนังสีดำคล้ำขึ้น คล้ายของเสียมาติดแถวผิวหนังถูกขับออกไม่ได้ จำกัดน้ำกิน กระหายมาก แม้จะกินยาต้องกินน้ำน้อย ๆ กลางคืนนอนไม่ค่อยหลับทำให้เพลีย ความดันขึ้นสูงตลอด และความจำช้ามาก จำอะไรไม่ค่อยได้

ฟอกเลือดด้วยไตเทียม ต้องมารับการฟอกเลือดอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ปัสสาวะไม่ค่อยออกเลยระยะนี้ เพราะน้ำถูกฟอกออกไปหมด ได้จองคิวเพื่อเปลี่ยนไตไว้ ระลึกถึงพระคุณผู้ที่ยอมสละไตให้ ได้แก่ คุณแม่ พี่ชาย และลูกทั้งสองคน เตรียมจองเตียงนัดเข้าอยู่โรงพยาบาลเพื่อเปลี่ยนไตไว้เรียบร้อย พอใกล้วันทำไปบอกเลิก เพราะคิดว่าทุกคนก็รักชีวิต ไม่ควรไปเอาเปรียบเขา รอฟอกเลือดไปก่อน ราว 4 ปี จึงได้ไตจากทางกาชาด และได้เปลี่ยนไตเป็นที่เรียบร้อย บางท่านฟอกนานถึง 25 ปี

ชีวิตหลังเปลี่ยนไต ได้เปลี่ยนมา 10 ปี ทุกอย่างเข้าที่เหมือนเดิม ต้องนึกไว้เสมอว่าภูมิต้านทานต่ำ ติดเชื้อโรคง่าย เพราะต้องกินยากดภูมิต้านทานไว้ด้วยไตเป็นของคนอื่น ได้ใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ เคยชอบเที่ยวชอบเดินทางก็ไปกับกลุ่มเพื่อนฝูงได้สมใจด้วยความระมัดระวังตลอด

คนไข้โรคไตวายเรื้อรัง ชีวิตต้องทุกข์ระหว่างรอฟอกเลือดเพื่อเปลี่ยนไต จึงต้องระวังดูแลสุขภาพให้ดี หากรู้สึกร่างกายผิดปกติต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อให้ชีวิตได้มีสุขภาพดียืนยาว.

 

ที่มา: เดลินิวส์ 8 มกราคม 2555