‘แตงโม’ แดงจัดฉีดสีจริงหรือ ?

dailynews140405_001ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตว่าแตงโมที่มีสีแดงเข้มและหวานจัดอาจจะมีการฉีดสีหรือสารให้ความหวานนั้น แม้จะมีคนโพสต์ต่อว่าเป็นข้อมูลมั่ว แต่หลายคนก็ยังมีข้อกังขาอยู่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ช่วงหน้าร้อนคนกินแตงโมเยอะ กินไปกินมาก็มีข้อสงสัยว่า ทำไมหวานดี หวานจัด สีแดงมาก และมีข้อสงสัยอยู่เรื่อย ๆ ว่าใส่สีหรือเปล่า เพิ่มสารให้ความหวานเข้าไปหรือเปล่า เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย

เรื่องนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เคยทำการศึกษามาแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ทำตลอดเวลา ซึ่งผลการศึกษาก่อนหน้านั้น ได้ทำการตรวจวิเคราะห์สีสังเคราะห์ในแตงโมที่เก็บตัวอย่างมาจากหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีส้ม สีชมพู ก็ไม่พบสีสังเคราะห์แต่อย่างใด

ส่วนความหวานที่สงสัยว่าใส่วัตถุหรือสารให้ความหวานลงไปหรือเปล่า ผลการตรวจวิเคราะห์ก็ไม่พบสารให้ความหวาน ไม่ว่าจะเป็น ซัคคาริน, อะซีซัลเฟม เค, แอสปาแตม และไซคลาเมต อย่างไรก็ตามได้ทำการตรวจวิเคราะห์สารต้องสงสัยทุกชนิดปรากฏว่าไม่พบเช่นเดียวกัน

จากผลการตรวจวิเคราะห์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่าแตงโมไทยไม่มีการใช้สีสังเคราะห์เพื่อให้สีสดสวย และไม่มีการใช้วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือน้ำตาลทราย เพื่อเพิ่มความหวานแต่อย่างใด

นักวิทยาศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ความเห็นว่า

ผลไม้จะมีลักษณะป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ ถ้าเกิดมีใครแผลงฉีดสารอะไรเข้าไปในแตงโมจะทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรวดเร็ว และทำให้แตงโมเน่าและเสียง่าย ดังนั้นจึงไม่คุ้มค่าที่จะทำเช่นนั้น

ความหวานและสีของแตงโมไทยเป็นคุณสมบัติเด่นของผลไม้โดยแท้ ระหว่างการเพาะปลูก เกษตรกรจะใช้เทคนิค เช่น ลดการให้น้ำ ให้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้แตงโมมีรสหวานและสีสดสวยตามธรรมชาติ โดยเฉพาะหน้าร้อนแตงโมจะมีสีเข้มมาก

นอกจากการตรวจวิเคราะห์หาสีสังเคราะห์ และสารให้ความหวานซึ่งไม่พบแล้ว กรมวิทยา ศาสตร์การแพทย์ยังได้ตรวจวิเคราะห์ปริมาณการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามผิวของแตงโม ปรากฏว่าพบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ แต่พบในปริมาณต่ำ ไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด แต่เพื่อความปลอดภัยก่อนนำแตงโมไปผ่ารับประทาน หรือพ่อค้าแม่ค้านำไปผ่าขายโดยหั่นเป็นชิ้น ๆ ใส่ถุง ควรล้างเปลือกให้สะอาดก่อน จะทำให้ลดปริมาณสารพิษตกค้างทำให้ปลอดภัยจากการได้รับสารพิษตกค้างด้วย

สรุปว่าแตงโมไทยมีความปลอดภัย ไม่มีการฉีดสี หรือสารให้ความหวาน ผู้บริโภคสบายใจได้ในการรับประทานแตงโมไทย ผลไม้ที่มีประโยชน์และปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่งด้วย.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา :  เดลินิวส์ 5 เมษายน 2557

กินแตงโมช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ แค่เพียงชิ้นบาง ๆ วันละชิ้น

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเปอร์ดิวของสหรัฐฯ พบว่า การกินแตงโมวันละหนึ่งชิ้นบางๆ จะช่วยป้องกันโรคหัวใจ และน้ำหนักเกินได้ เพราะมันจะช่วยป้องกันการสะสมของไขมันที่เป็นอันตราย

นักวิจัยได้ศึกษากับหนูทดลองที่ถูกขุนให้กินอาหารไขมันสูง ได้ความรู้ว่า การกินแตงโมจะช่วยลดอัตราสะสมของไขมันรวมโปรตีนเลว ที่มีความหนาแน่นต่ำลงเกือบครึ่ง ไขมันเลวทำให้หลอดเลือดอุดตัน และเป็นโรคหัวใจ

ขณะที่แตงโมช่วยควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น และลดปริมาณไขมันที่จับอยู่ภายในหลอดเลือด และคิดว่าคุณประโยชน์ของแตงโมอาจจะเป็นเพราะสารไซตรุลไลน์ อันเป็นสารเคมีที่พบอยู่ในน้ำคั้นของมัน สารนี้เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง เกี่ยวกับการสร้างยูเรียในร่างกาย เคยมีการศึกษาพบว่ามันมีสรรพคุณป้องกันโรคหัวใจ โดยช่วยลดความดันโลหิตลงได้.

ที่มา: ไทยรัฐ 9 ตุลาคม 2555

.

Related Article:

.

Could watermelon the key to lowering cholesterol?

How watermelon could prevent heart attacks AND weight gain  

  • Daily slice could halve the build-up of ‘bad’ cholesterol
  • It could also help prevent weight gain

By PAT HAGAN

PUBLISHED: 10:05 GMT, 4 October 2012

A daily slice of watermelon could help prevent heart disease by halting the build-up of harmful cholesterol, new research shows.

Scientists who carried out studies on mice fed a high-fat diet found the fruit halved the rate at which ‘bad’ low-density lipoprotein, or LDL, accumulated.

LDL is a form of cholesterol that leads to clogged arteries and heart disease.

Researchers from Purdue University in the US also found eating watermelon regularly helped to control weight gain and resulted in fewer fatty deposits inside blood vessels.

They believe the secret to watermelon’s health-boosting properties lies in citrulline, a chemical found in the juice.

Previous studies have suggested citrulline has a role to play in heart disease prevention by lowering blood pressure.

Although the latest investigation showed no significant effects on blood pressure, it did reveal watermelons had a powerful impact on other heart risk factors.

Heart disease is Britain’s biggest killer. Around 270,000 people a year suffer a heart attack and nearly one in three die before they reach hospital.

Fatty diets, lack of exercise and smoking are all key risk factors.

Cholesterol is a type of fat produced by the liver that is essential to help the body produce hormones, absorb vitamin D and make bile to digest foods.

It is transported in the blood by tiny ‘couriers’, called lipoproteins.

LDL carries cholesterol away from the liver and dumps it in major blood vessels, where it can cause a life-threatening blockage.

High-density lipoprotein, or HDL, has the job of transporting cholesterol back to the liver to be safely disposed of.

Current guidelines in the UK recommend keeping total cholesterol below 5mmols per litre, a measurement of how much fat there is in each litre of blood in the body, with LDL accounting for no more than 3mmols/litre.

But an estimated 20 per cent of patients with excessive LDL levels are classed as resistant to statins – the drugs taken by around seven million people in the UK to control cholesterol.

Cholesterol causes the arteries to narrow, raising the risk of heart attack and stroke

The latest study, published in the Journal of Nutritional Biochemistry, suggests watermelon juice could help.

Researchers fed two groups of mice a high-fat diet but gave one water to drink and the other watermelon juice.

They tracked their health for several months and at the end of the experiment found the mice given watermelon juice had 50 per cent less LDL than those on water – despite eating the same diet.

They also weighed an average of 30 per cent less, but their blood pressure was no different.

Research leader Dr Shubin Saha said: ‘We didn’t see a lowering of blood pressure. But these other changes are promising.

‘We know that watermelon is good for health because it contains citrulline. We don’t know yet at what molecular level it’s working and that’s the next step.’

Some studies suggest the chemical is vital for the production of nitric oxide, a gas that widens blood vessels.

This research follows another recent study published in the Journal of Functional Foods which suggested eating apples each day could significantly improve the heart health of middle-aged adults in just one month.

Those who ate a daily apple over four weeks lowered ‘bad’ cholesterol in the blood by 40 per cent.

Taking capsules containing polyphenols, a type of antioxidant found in apples, had a similar, but not as large, effect.

Bad cholesterol can interact with free radicals to become oxidized, which can trigger inflammation and can cause tissue damage.

SOURCE: dailymail.co.uk