ประสบการณ์ “แน่นอก”

imageเคยไหมที่นั่งพักอยู่ดี ๆ ก็มีอาการแน่นอก คล้ายหายใจไม่อิ่ม คล้ายจะเป็นลมแต่ก็ไม่ใช่เพราะมือเท้าอุ่นดีไม่เย็นชืด ที่สำคัญการเคลื่อนไหวของร่างกายก็ยังปกติ รู้สึกตัวดี ไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรงหรือปากเบี้ยว แต่ไม่สบายตัวมากๆ เนื่องจากอาการแน่นอก
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อาการไม่บรรเทาลงเลยตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย จึงขอเล่าประสบการณ์อาการแน่นอกและการรักษาเพื่อเป็นความรู้สักนิด
เมื่อไปถึงสถานพยาบาลก็ 18.20 น. แล้ว พยาบาลหน่วยคัดกรองก็ซักถามอาการเบื้องต้น ได้แจ้งไปว่า แน่นหน้าอกเหมือนหายใจไม่ออก พยาบาลก็ได้ซักถามประวัติ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ ยาที่แพ้ ฯลฯ และตามรถเข็นมาให้นั่งพัก พาไปชั่งน้ำหนักและวัดความดัน รถเข็นก็พาไปรอที่หน้าห้องตรวจ รอแฟ้มประวัติและรอพบแพทย์ ตอนนี้ทราบแล้วว่าความดันสูง 168 / 70 แต่วัดไข้แล้วปกติ ไม่มีไข้ ออกซิเจนในกระแสเลือด 98 % เลือดลำเลียงออกซิเจนได้ดี
เมื่อพบแพทย์ได้เล่าอาการที่เกิดขึ้นให้ฟัง
คุณหมอ: มีอาการเมื่อไร
ตอบ: ประมาณ 16.30 น.
คุณหมอ: ทำอะไรอยู่
ตอบ: ทานส้มตำเสร็จ แล้วก็มีอาการแน่น หายใจไม่อิ่มขึ้นมา
คุณหมอ: ปกติทานอาหารรสจัดไหม
ตอบ: ใช่
คุณหมอ:  มีโรคประจำตัวไหม
ตอบ: มี เป็น A. S. โรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด
คุณหมอ: มียาอะไรที่รับประทานประจำบ้าง มียาแก้ปวด ยาสเตียรอยด์ ไหม
ตอบ: มียากดภูมิ เมทโทเทร็กเสท ทุกวันพฤหัส และโฟลิก
คุณหมอ: อาการเอเอสเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ: สงบ ไม่ปวด ไม่อักเสบ
คุณหมอให้นอนบนเตียงและใช้หูฟังตรวจบริเวณปอด และตรวจที่ท้อง มีการเคาะและกด และถามว่าบริเวณไหนที่เจ็บ ก็ตอบคุณหมอไปว่าช่วงกลางยอดอกแน่นที่สุด และไดัยินเสียงท้องตัวเองร้องโกกกรากอย่างน่าเกลียด คุณหมอก็สรุปว่าอาการแน่นอกมาจากระบบทางเดินอาหารเริ่มมีอาการอักเสบ ลำไส้เคลื่อนตัวมาก กระเพาะมีกรดมาก มีแก๊สมาก อาจมีแผลในกระเพาะอาหาร คุณหมอแนะนำให้งดรับประทานอาหารรสจัด ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ อธิบายการรับประทานยา ผู้เขียนอดที่จะซักถามต่อไม่ได้ว่าแล้วที่วัดความดันออกมาสูงนั่นเล่า เป็นโรคความดันโลหิตสูงใช่หรือไม่ คุณหมอตอบว่าต้องดูในภาวะปกติ ความดันก็ปกติ ดูจากประวัติคนไข้ อาการอักเสบในร่างกายหรือภาวะเครียดจะทำให้ความดันโลหิตสูงไม่ใช่อาการของโรคความดันครับ (ผู้เขียนรู้สึกโชคดีมาก มีประวัติล่าสุดเมื่อ 30 วันที่ผ่านมา ค่าความดันโลหิตปกติมาตลอด มาขึ้นสูงตอนนี้เพราะไม่สบายท้องนั่นเอง)
สรุปได้ยามารับประทาน พร้อมรายละเอียด ดังนี้
1. Motilium-m 10 mg (ed) ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น (20 เม็ด) ช่วยปรับการเคลื่อนไหวของลำไส้ รับประทานก่อนอาหาร ครึ่งชั่วโมง
2. Miracid 20 mg cap (ed) ครั้งละ 1 แคปซูล ก่อนอาหาร เช้า เย็น (30 เม็ด) ลดการหลั่งกรดและป้องกันการเกิดแผลในทางเดินอาหาร รับประทานก่อนอาหาร 1/2 – 1 ชั่วโมง
3. Gaviscon Suspension 10 ml (ned) ครั้งละ 1 ซอง หลังอาหาร เช้า กลาวงัน เย็น ก่อนนอน (12 ซอง) บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกและอาหารไม่ย่อย ฉีกซองแล้วรับประทาน
4. Air-X SF 40 mg tab (ed) ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น (20 เม็ด) แก้แน่นท้อง ท้องอืด เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน
ขอเตือนท่านที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารรสจัด ส้มตำรสเผ็ด วันข้างหน้าอาหารเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายไม่สบาย ระบบทางเดินอาหารออกอาการประท้วง…มันแน่นอก ได้
Advertisements