“ข้าวไทย” ป้องกันโรค ช่วยผิวสวย

manager141008_02โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคประจำตัวที่คนไทยป่วยกันมาก สาเหตุหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกิน โดยเฉพาะอาหารรสชาติ หวาน มัน เค็ม อย่างไรก็ตาม นางรัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่าคนไทยซึ่งบริโภคข้าวเป็นหลักนั้น “ข้าว” สามารถช่วยป้องกันโรคได้หากกินให้เป็นยา

โดยเฉพาะหากมีการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวไทยให้มีดัชนีน้ำตาลต่ำ จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัว ป้องกันการเกิดโรคอ้วน เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ส่วนการศึกษาคุณสมบัติข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองของไทย นางรัชนี เปิดเผยว่า ข้าวเหลือง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกภาคอีสานมีปริมาณโฟเลต ซึ่งช่วยป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ และป้องกันภาวะสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ ในผู้สูงอายุได้จำนวนสูงถึง 100 ไมโครกรัม ต่อ 100 กรัม ขณะที่คนปกติต้องการโฟเลตวันละ 400 ไมโครกรัม แต่ปัญหาคือข้าวสายพันธุ์นี้ค่อนข้างแข็งจึงต้องมีการศึกษาและพัฒนาให้ข้าวอ่อนนุ่มมากขึ้น

 ข้าวเจ้าลอย หรือ ข้าวหนีน้ำมีปริมาณโฟเลตและฟอสฟอรัสต่ำเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มแพทย์ แต่ปริมาณข้าวมีไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการของบประมาณเพื่อศึกษา

ข้าวกล่ำ มีสารแอนโทไซยานินสูง ซึ่งช่วยเรื่องผิวพรรณ ชะลอการเหี่ยวย่น ที่น่าสนใจคือมีความคล้ายคลึงกับข้าวดำของจีนที่สกัดเอาสารสำคัญไปให้หนูทดลองกินอย่างสม่ำเสมอ แล้วเอาดวงตาหนูไปจ่อกับรังสีอัลตราไวโอเลต เพื่อเร่งให้เกิดต้อกระจบ โดยพบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดจากข้าวดำมีดวงตาเป็นปกติ แต่หนูที่ไม่ได้รับสารพบว่าเรตินาถูกทำลายลง

“เรากำลังค้นหาพันธุ์ข้าวที่มีในประเทศไทยเพื่อศึกษาคุณสมบัติ คุณค่าทางโภชนาการ และความจำเพาะต่อโรคบางโรคว่ามีหรือไม่อย่างไร เพราะถ้าหวังให้มีการปรับปรุงสายพันธุ์นั้นค่อนข้างใช้เวลานาน ซึ่งหากพบแล้วจะเป็นสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เกษตรกรก็จะไม่ละทิ้งที่ดินของตัวเอง” นางรัชนี กล่าว

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 ตุลาคม 2557

Advertisements

วิจัยเผยผลไม้ไทยกินสดโฟเลตสูง ชูสารอาหารมีคุณค่าทุกวัย

prachachat140108_001รศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ กล่าวว่า โฟเลตถือเป็นสารอาหารกลุ่มที่มีความสำคัญกับคนทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ แม่ก็ต้องการโฟเลตมากเพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยหยุดภาวะความพิการของทารกได้ ทำให้เซลล์ตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็นปกติ ลดภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ หรือกระดูกสันหลังไม่ปิดได้ ซึ่งทารกก็ยังต้องการโฟเลตต่อเนื่องเพื่อพัฒนาเซลล์สมอง ส่วนคนสูงอายุ โฟเลตช่วยลดภาวะอัลไซเมอร์ได้ และ โฟเลตยังช่วยหลั่งสารซีโรโทนิน ที่ช่วยควบคุมการนอน ความอยาก อาการซึมเศร้าได้ ดังนั้นทุกกลุ่มวัยจึงต้องการสารอาหารกลุ่มนี้ แต่พบว่า สารอาหารดังกล่าวจะอยู่ในพวกผักใบเขียว แต่ถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน การรับประทานให้ได้ปริมาณที่ร่างกายต้องการประมาณวันละ 300 ไมโครกรัมต่อวันจึงเป็นเรื่องยาก บางประเทศพบ อุบัติการณ์การขาดโฟเลต เช่น มาเลเซีย เป็นต้น

“จากการวิจัยเพื่อหาค่าของสารอาหารในอาหารแต่ละประเภท พบว่า โฟเลตนอกจากจะอยู่ในผักใบเขียว ยังมีผลไม้ไทยที่อุดมไปด้วยโฟเลต คือ ทุเรียนชะนีไข่ หมอนทอง กล้วยไข่ ขนุน มะละกอ ลิ้นจี่ ซึ่งผลไม้เหล่านี้สามารถรับประทานสดๆ ได้ โดยพบว่าหากรับประทานทุเรียน แหล่งที่มีโฟเลตมากที่สุด เพียง 2 เม็ด ก็จะเท่ากับ ร้อยละ 50 ของปริมาณที่แนะนำต่อวันแล้ว ส่วนกล้วยไข่ 2 ลูกต่อวัน ลิ้นจี่ 8 ผล ขนุน 8 ชิ้น เป็นต้น” รศ.ดร.รัชนีกล่าว

รศ.ดร.รัชนีกล่าวว่า การรับประทานอาหารควรจัดมื้ออาหารให้มีความหลากหลาย เช่น ทุเรียน แม้ว่าจะมีโฟเลตสูง แต่ถือเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาล และให้พลังงานสูงเช่นกัน ซึ่งผู้มีโรคประจำตัวบางชนิด อาจรับประทานได้ไม่มากนัก ดังนั้น การจัดมื้ออาหารให้มีความสมดุลและหลากหลาย ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความสมดุล และอาหารก็จะกลายเป็นยา ไม่ใช่ยาพิษ


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ 8 มกราคม 2557

.

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรดโฟลิก 1

กรดโฟลิก 2

กรดโฟลิค