โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดย ศ.นพ.อุทิศ ดีสมโชค

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดย ศ.นพ.อุทิศ ดีสมโชค

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง เมื่อเป็นแล้วอาการมักดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงของโรคมีความแตกต่างในผู้ป่วยแต่ละราย โรคนี้มักเกินในเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 20-50 ปี

โรคนี้มีสาเหตุจากอะไรบ้าง
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดโรค แต่กระบวนการโรคเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน โรคข้ออักเสบรูมารตอยด์อาจเกิดหลังการติดเชื้อ ไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด ซึ่งกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหน้าที่การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุข้อและมีการหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดการทำลายข้อและอาจมีอาการเกิดขึ้นกับอวัยวะระบบต่างๆ ของร่างกายได้

โรคนี้มีอาการแสดงได้หลายรูปแบบ การตรวจวินิจฉัยโรคจึงต้องอาศัยการตรวจทางร่างกายร่วมกับการตรวจเลือด การเอกซเรย์ การตรวจน้ำในข้อ เป็นต้น

โรคข้อรูมาตอยด์ทำให้ข้อบวมและปวด การรักษาด้วยยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะยับยั้งการทำลายข้อ
อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร

โรคนี้จะมีอาการรุนแรงมากในช่วง 1-2 ปีแรกของโรค และมีอาการแสดงได้หลายรูปแบบ ทำให้มีอาการแสดงทั้งทางข้อและอวัยวะระบบต่างๆ ของร่างกายได้ ดังนี้

1. อาการทางข้อ ได้แก่
1.1 ปวดและตึงตามข้อ แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง โดยปวดตึงและขยับข้อลำบากหลังตื่นนอนในตอนเช้า อาจเป็นนานเกินหนึ่งชั่วโมงหรือเป็นทั้งวัน และอาการจะทุเลาลงหลังการเคลื่อนไหวข้อหรือแช่น้ำอุ่น
1.2 มี่ไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
1.3 มีการอักเสบของหลายข้อและเป็นทั้งสองข้าง ตำแหน่งข้ออักเสบที่พบบ่อยคือ ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก ข้อไหล่ ข้อเท้า ข้อเข่า เป็นต้น
ระยะที่ข้ออักเสบ จะมีลักษณะบวมร้อน กดเจ็บและมีน้ำในข้อ มักพบที่ข้อศอก ข้อเท้าและข้อเข่า
ระยะเรื้อรัง จากการอักเสบอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างภายในข้อ และมีการผิดรูปของข้อต่างๆได้ เช่น ข้อ คด ข้องอ ข้อบิดเบี้ยว เป็นต้น

2. อาการนอกข้อ ได้แก่
2.1 อาการทางผิวหนัง มีลักษณะเป็นตุ่มใต้ผิวหนังเรียกว่าปุ่มรูมาตอยด์ อาจมีปุ่มเดียวหรืออยู่เป็นกลุ่ม มักเป็นตำแหน่งที่มีการกด หรือเสียดสี เช่น ข้อศอก เป็นต้น
2.2 อาการในระบบอวัยวะต่างๆ เช่น ตาแห้ง ตาอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ เป็นต้น มักเกิดกับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โดยมีอาการอักเสบของข้อเป็นระยะเวลานาน และมักพบมีความพิการของข้อแล้ว

อาการของโรคมีการดำเนิน 3 แบบ ดังนี้

1. แบบโรครุนแรงต่อเนื่อง มีการอักเสบของข้อแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องนานหลายปี อาจมีการอักเสบกำเริบเป็นครั้งคราวจนเกิดความผิดรูปของข้อต่างๆ มักเป็นกับผู้ที่เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุน้อย

2. แบบกำเริบและสงบสลับกัน โดยมีจำนวนข้อที่อักเสบไม่กี่ข้อและมักไม่รุนแรงนานเกินหนึ่งปี โดยมีระยะสงบนานหลายปีจึงไม่พบการทำลายข้อ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีการกำเริบของโรคบ่อยครั้ง มีจำนวนข้อที่อักเสบเพิ่มมากขึ้นและเป็นนานขึ้น โดยมีระยะสงบสั้นลง จนในที่สุดกลายเป็นข้ออักเสบเรื้อรังและมีการทำลายข้อในที่สุด

3. แบบโรคสงบนาน มีการอักเสบของข้อที่รุนแรงพร้อมไข้สูงอย่างเฉียบพลันนานประมาณ 6 เดือน ก็จะเข้าสู่ระยะสงบนานเป็นสิบปี

ยาที่เปลี่ยนแปลงภูมิต้านทานของร่างกาย สามารถลดหรือป้องกันการหงิกงอของข้อได้

การรักษาโรคนี้มีอะไรบ้าง

ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาให้หายขาด การได้รับการรักษาต่อเนื่องตั้งแต่ระยะแรกของโรค 1-2 ปี จะทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง สามารถควบคุมโรคได้ และข่วยลดการเกิดข้อพิการได้ วิธีการรักษามีดังนี้
1. การรักษาทางยา เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบของข้อ ระยะแรกแพทย์อาจให้ยาขนาดสูง ผู้ป่วยควรสังเกตและเฝ้าระวังผลข้างเคียงของยา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว
2. การทำกายภาพบำบัด ควรหมั่นบริหารข้ออย่างต่อเนื่องจะช่วยลดอาการปวดและการอักเสบ เพื่อรักษาหน้าที่และสมรรถภาพของข้อไว้และป้องกันความพิการของข้อ
3. การรักษาทางศัลยกรรม ข้อที่มีความพิการผิดรูปหรือข้อที่ถูกทำลายอย่างมากและยังต้องการเคลื่อนไหวใช้งานอาจรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น การตัดเนื้อเยื่อออก หรือเสริมแต่งข้อ การใช้ข้อเทียม เป็นต้น

ถ้าไม่รักษาจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง

ผู้ที่ไม่รับการรักษาอาการปวดข้อจะทรมาน และอาจทำให้ข้อพิการผิดรูป เกิดความพิการเดินไม่ได้หรือมีภาวะ
แทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น อาจมีก้อนตามผิวหนังหรืออวัยวะต่างๆ การอักเสบของหลอดเลือด เป็นต้น

ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

1. รับประทานให้ครบตามกำหนด เมื่อมีอาการหรือสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบรายงานและปรึกษาแพทย์
2. ติดตามรับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแพทย์จะได้พิจารณาและประเมินผลการรักษาได้ถูกต้อง
3. บริหารข้อตามคำแนะนำของแพทย์และประกอบภารกิจประจำวันตามปกติเท่าที่จะทำได้
4. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคกระเพราะอาหาร เป็นต้น หรือระหว่างตั้งครรภ์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม
5. ทำความเข้าใจในโรคที่เป็นอยู่และทำจิตใจให้สงบ ควรพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ
ที่มา: หน่วยสุขศึกษา ฝ่ายผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

Advertisements

โรค​ข้อ​อักเสบ​รู​มา​ตอ​ยด์​รู้​แต่​แรก​ป้อง​กัน​พิการ​ได้​

โรครูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เยื่อบุข้อเจริญรวดเร็ว ลุกลามไปทำลายกระดูกและข้อ แล้วยังต่อไปถึงระบบอื่น ๆ อีก ได้แก่ ทางประสาท ตา กล้ามเนื้อ และเท่าที่พบกันบ่อยอยู่เสมอ  คือเรื่องปวดข้อ ปัญหาเรื่องปวดข้อมีหลายสาเหตุ รูมาตอยด์เป็นหนึ่งในเรื่องนี้ด้วย

ในบ้านเราพบราว 0.03% คน 1,000 คน จะพบ 2-3 คน รวมทั้งประเทศคาดว่าจะมีอยู่ 200,000 คน   อายุที่พบมากอยู่ระหว่าง 30-40 ปี เพศหญิงมีมากถึง 80-90% เป็นผลจากฮอร์โมนมามีส่วนเกี่ยวข้อง สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่นอน บางท่านว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือจากพันธุกรรม

อาการ พบมากบริเวณข้อนิ้วมือ ข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า ข้อเข่า ไหล่ ข้อศอก ขากรรไกรก็พบได้ การอักเสบ จะดำเนินไปอย่างช้า ๆ แรก ๆ จะสังเกตจากตอนตื่นนอน ข้อจะติดขัดขยับไม่สะดวก ต้องเคลื่อนไหวหลาย ๆ ครั้ง ต่อมาจะปวด บวม เหยียดงอได้ไม่เต็มที่ การอักเสบจะลุกลามเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ ที่ทรมานมากที่สุดคือเรื่อง อาการปวด หายากินกันสารพัดชนิด เป็น ๆ หาย ๆ พอทุเลาลงได้บ้าง เป็นแรมปี ลงท้ายจะเห็นความพิการเกิดขึ้นหลาย ๆ รูปแบบ

ความพิการ เมื่อกระดูกถูกทำลาย มีการอักเสบของพังผืดที่หุ้มข้อและเส้นเอ็นที่ยึดบริเวณข้อ ทำให้ข้อเคลื่อน ข้อหลุด เห็นเป็นปุ่มนูนแข็งขึ้นมา รูปร่างผิดปกติไป กล้ามเนื้อลีบไม่มีแรงเพราะไม่ได้ใช้งาน ลงท้ายข้อจะแข็งใช้งานไม่ได้ เรื่องปวดยังปวดทรมานอยู่อย่างเดิม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้มีโอกาสไปดูออโธปิดิกส์แพทย์ นพ.พงษ์ศักดิ์ วัฒนา ไปออกหน่วยกับมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล ที่ จ.ร้อยเอ็ด คุณหมอได้มาช่วยตรวจคนไข้ที่ปวดข้อจากโรคข้อทั้งหลาย รวมทั้งจากรูมาตอยด์ด้วย คนไข้รูมาตอยด์มากันมาก คุณหมอก็ให้หลักในการตัดสินใจว่าหากจะเป็นรูมาตอยด์มักจะมีอาการดังต่อไปนี้

โรครูมาตอยด์ มักเป็นหลายข้อ และ จะเป็นทั้งสองข้าง ทั้งซ้ายและขวา มิได้เป็นโดด ๆ แห่งเดียวเหมือนโรคข้ออื่น อาการปวดบวมจะเห็นเหมือนข้ออื่นทั่วไป แต่ถ้าเราไปจับงอข้อส่วนนั้นจะปวดสะดุ้งทันที แสดงถึงมีการอักเสบอยู่ เมื่อตรวจข้อมัก พบมีน้ำแทบทุกราย  เมื่อพบน้ำก็จะเจาะออก พอเจาะเอาน้ำออกคนไข้จะสบายทุเลาอาการปวดลดลงไปมาก อาจพบกระดูกนูนตรงข้อ นั่น คือข้อหลุด กล้ามเนื้อที่อักเสบหย่อนจะทำให้ข้อเคลื่อนออกมา สำหรับเรื่อง รูมาตอยด์ แฟกเตอร์ ถ้าผลเป็นบวก ก็ยืนยันว่าเป็นแน่นอน ส่วนใหญ่จะพบเป็นบวกราว 70% และจะต้องเป็น 5 ปีขึ้นไปจึงจะให้ผลบวก

ปัญหาของรูมาตอยด์ คือเรื่องอาการปวดทรมานมาก สำหรับยาแก้ปวดชนิดต่าง ๆ ตั้งแต่ราคาถูกจนถึงราคาสูงหลายหมื่นบาทต่อเดือนก็อยู่ในดุลพินิจของออโธปิดิกส์แพทย์ ที่สำคัญสำหรับคนไข้คือต้องฝึกทำกายภาพบำบัดข้ออย่าง   สม่ำเสมอ ถ้าข้อไม่เคลื่อนไหวนานเข้าจะติดแข็งขยับไม่ได้ จึงควรต้องป้องกันไว้ก่อน เรื่องการบริหารร่างกายเกี่ยวกับข้อนี้ ชมรมเรียนรู้สู้รูมาตอยด์จะช่วยให้ความกระจ่างได้หมด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้มีโอกาสไปงานสัมมนาอยู่อย่างเป็นสุขกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ทางเลือกใหม่…สู่ชีวิตที่ดีขึ้น ที่ รพ.ราชวิถี จัดโดย กลุ่มคนไข้กันเอง เป็นครั้งที่ 2 โดยชมรมเรียนรู้สู้รูมาตอยด์  ได้พบกับ คุณไพบูลย์ เอี่ยมแสงชัยรัตน์ ประธาน คุณจันทนา ท่วมสุข ผู้ช่วย, พิมพ์ฤดี เตชะปัญญาพล, นฤมล สหวงศ์วัฒนา ฯลฯ เป็นทีมงานที่เข้มแข็งมาก สามารถรวบรวมผู้มาเข้าประชุมราว 1,000 คน มีแพทย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาช่วยให้ความรู้แก่สมาชิก พญ.รัตนาวดี ณ นคร, พญ.ทัศนีย์ กิตอำนวยพงศ์ ฯลฯ และพิธีกรที่  มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน ให้ทั้งความรู้ การออกกำลังกาย เพื่อกายภาพบำบัดข้อ บันเทิง และมีรางวัลของขวัญมากมาย อาหารพร้อม

ต้องขอชม ชมรมเรียนรู้สู้รูมาตอยด์ เป็นกลุ่มภาคเอกชนที่เข้มแข็ง สามารถรวมตัวกันให้สมาชิกและผู้สนใจได้มาเรียนรู้ถึงเรื่องโรครูมาตอยด์ว่าเป็นอย่างไร เราจะหาทางป้องกันแก้ไขอย่างไร รู้ว่าโรคนี้ไม่หาย แต่ก็ต้องฝึกทำกายภาพบำบัด ฝึกกล้ามเนื้อรอบข้อให้เคลื่อนไหวอยู่เสมอ  ปล่อยละเลยข้อจะติดแข็งเร็ว ทำให้พิการใช้งานไม่ได้และปวด กายภาพบำบัดช่วยให้โรคทุเลาลง ข้อยังคงใช้งานได้ หรือหากจะติดแข็งก็ติดในท่าที่ทำงานช่วยตัวเองในชีวิตประจำวันได้

ชมรมเรียนรู้สู้รูมาตอยด์ เป็นภาคเอกชนที่เข้มแข็ง รวบรวมสมาชิกและผู้สนใจมาร่วมสัมมนาโดยเชิญวิทยากร ผู้มีชื่อเสียงหลายท่านมาให้ทั้งความรู้และการปฏิบัติตัวป้องกันมิให้เกิดความพิการ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดข้อมูลเพิ่มเติม คุณไพบูลย์ 08-9142-5885 คุณพิมพ์ฤดี 08-5675-6472.

 

ที่มา: เดลินิวส์   27 กันยายน 2552