โรคติดเชื้อและมะเร็ง ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

dailynews140921_01เมื่อพูดถึงวัคซีน หลายคนนึกถึงภาพสมัยวัยเด็กที่ร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเข็มฉีดยา และคิดว่าผู้ใหญ่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด วันนี้หมอจึงมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อและมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนกัน

1. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่พบได้ตลอดทั้งปีและทุกกลุ่มอายุ ติดต่อโดยไอจามรดใส่กัน และสัมผัสสิ่งของปนเปื้อนเชื้อไข้หวัดใหญ่ อาการแสดงคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เพลียมาก น้ำมูกใส ไอแห้ง เจ็บคอ แต่อาการจะเป็นรุนแรง หายใจล้มเหลว ถึงขั้นเสียชีวิตได้ในบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคไต โรคเลือด และได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ปัจจุบันจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว, บุคลากรทางการแพทย์, ผู้ที่พักอยู่ในบ้านเดียวกับคนที่เสี่ยง และผู้ที่ต้องการได้รับวัคซีน โดยฉีดวัคซีนปีละ 1 ครั้ง ก่อนเข้าฤดูฝน (ประมาณเดือน พ.ค.) เพราะเป็นช่วงที่ระบาดมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดธรรมดาได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อหวัดและไข้หวัดใหญ่คือ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ล้างมือบ่อย ๆ หลังสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่นน้ำมูก หรือเสมหะ และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อเริ่มมีหวัดหรือเวลาใกล้ชิดกับผู้ป่วย

2. โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ก่อให้เกิดโรคหูน้ำหนวก ไซนัสอักเสบ และสามารถเกิดอาการ รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดได้ กลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, ผู้ไม่มีม้าม,ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อ รังเช่น เบาหวาน หัวใจวาย ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ตับแข็ง ติดบุหรี่ และมีการรั่วของน้ำไขสันหลัง ดังนั้นจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนนิวโมคอคคัสในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว และบุคคลที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการรุนแรงจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัสนี้ ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนชนิดคอนจูเกต 13 สายพันธุ์ ซึ่งฉีดเพียง 1 เข็มก็สามารถป้องกันการเกิดนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรงได้ โดยยังไม่มีรายงานว่าต้องฉีดกระตุ้นซ้ำอีก

3.โรคบาดทะยัก-คอ ตีบ-ไอกรน เป็นอีก 3 โรคติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถเจอได้ในสิ่งแวดล้อม เชื้อบาดทะยักเข้าทางบาดแผลที่ผิวหนังและเข้าไปทำลายเส้นประสาทและสมอง เกิดอาการแข็งเกร็งกระตุกเป็นพักๆ, โรคคอตีบจะมีอาการเจ็บคอ แผ่นฝ้าขาวในคอ คอบวมทำให้หายใจลำบาก อุดกั้นทางเดินหายใจได้ และโรคไอกรนในผู้ใหญ่พบน้อยกว่าในเด็ก แสดงอาการคือ ไอแรงเป็นชุด ๆ นานติดต่อกัน 3 เดือน (หรือที่เรียกว่า ไอร้อยวัน) โรคทั้ง 3 โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งถึงแม้เคยฉีดวัคซีนทั้ง 3 ชนิดตอนเป็นทารกแรกเกิดก็ตาม แต่เมื่อโตขึ้นภูมิต้านทานลดลง ดังนั้นสำหรับผู้ใหญ่แนะนำให้ฉีดวัคซีนบาดทะยักและคอตีบเป็นประจำทุก 10 ปี และฉีดวัคซีนไอกรนกระตุ้นซ้ำอีก 1 ครั้งเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น

4. ไวรัสเอชพีวี (Human papilloma virus) ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย ไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งรูทวารเพศชาย และหูดที่อวัยวะเพศ โดยมะเร็งปากมดลูกพบบ่อยเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงซึ่งเฉลี่ยแล้วมีผู้ป่วยรายใหม่วันละ 17 ราย ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกและหูดได้ ซึ่งฉีดให้วัยรุ่นหญิงและชายก่อนมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุ 11-26 ปี ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ถึงแม้มีเพศสัมพันธ์แล้วก็สามารถรับวัคซีนได้ แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกจะลดลง แต่อย่างไรก็ตามหญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี หรือมีเพศสัมพันธ์แล้วยังคงต้องตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ถึงแม้ว่าเคยรับวัคซีนป้องกันเอชพีวีก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีวัคซีนป้องกันการติดเชื้ออีกหลายชนิดที่ไม่ได้กล่าวถึง เช่น หัดเยอรมัน คางทูม ไวรัสตับอักเสบบี ฯลฯ ซึ่งมีความจำเป็นเช่นกัน หมอจะมาเล่าให้ฟังในคราวต่อไป สุดท้ายนี้ขอเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนให้ตัวคุณเองและคนที่คุณรัก เพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนที่จะเป็นโรคกันนะคะ.

พญ.สมรรจน์ ลิ้มมหาคุณ
อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ

ที่มา : เดลินิวส์ 21 กันยายน 2557

Advertisements

ใครเสี่ยงเชื้อนิวโมคอคคัส ติดแล้วระวังตาย

แต่ละครอบครัวควรรู้ไว้ว่า มีเชื้อโรคร้ายอยู่ตัวหนึ่งที่เป็นอันตรายกับเด็กเล็กและคนสูงวัย นั่นคือ เชื้อแบคทีเรียชื่อ‘นิวโมคอคคัส’ ตัวการก่อโรคปอดบวม และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซ้ำร้ายหากติดเชื้อดังกล่าวแล้วยังนำความเสี่ยงเสียชีวิตมาด้วย

เรื่องนี้ ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และรองหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พารู้จักอันตรายของการติดเชื้อชนิดนี้ โดยระหว่างสัมมนาเชิงวิชาการโดยไฟเซอร์ หัวข้อ “ทางเลือกในการป้องกัน โรคปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอคคัสในผู้ใหญ่” ศ.นพ.ธีระพงษ์ เล่าว่า

โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส เป็นการเรียกชื่อกลุ่มโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัส นิวโมเนียอี ซึ่งแบ่งตามการแพร่กระจายของเชื้อ หากติดแล้วลุกลามจะถูกเรียกว่า โรคไอพีดี ทำให้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะหลายระบบ เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมองหรือทำให้เป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่ถ้าติดเชื้อแบบไม่แพร่กระจาย มักทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบ โรคหูชั้นกลางอักเสบ และโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ

ในบรรดาโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนี้ โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัสถูกพบได้ไม่ใช่น้อย แถมยังร้ายกาจเพราะคร่าชีวิตคนทั่วโลกกว่า 1.6 ล้านคนต่อปี เฉพาะในเมืองไทยก็มีการทำวิจัยโดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ จึงได้รู้ว่า อัตราการเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูดัวยโรคปอดอักเสบในผู้ใหญ่มีมากถึงร้อยละ 33.33 ทั้งยังมีการศึกษาจำเพาะในจังหวัดตัวอย่าง เช่น นครพนม มีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยโรคเดียวกันถึง 1,573 คนต่อประชากร 1 แสนคน ในช่วงกันยายน พ.ศ.2546-สิงหาคม พ.ศ.2547

เหตุที่พบผู้ป่วยได้มาก ศ.นพ.ธีระพงษ์ บอกว่า เป็นเพราะเชื้อนิวโมคอคคัส มีมากกว่า 90 สายพันธุ์ แต่มี 20 สายพันธุ์เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคทั้งในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ โดยเชื้อจะอยู่ในโพรงจมูกและลำคอ เมื่อลงไปยังปอดก็จะแบ่งตัวได้ดี ทำให้เกิดอาการอักเสบในปอด

ทั้งนี้ ศ.นพ.ธีระพงษ์ ชี้ว่า หากมีสุขภาพแข็งแรง เชื้อนิวโมคอคคัสจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่หากร่างกายอ่อนแอ อาจเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20-30 สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อมากที่สุด คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากทั้งสองวัยมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าวัยหนุ่มสาว ขณะที่ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อาทิ โรคเบาหวาน โรคหัวใจวาย โรคตับแข็ง ผู้ป่วยหอบหืดเรื้อรัง ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และไม่มีม้าม ก็มีความเสี่ยงติดเชื้อสูงเช่นกัน

ผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง สามารถติดเชื้อได้ผ่านระบบทางเดินหายใจ จากคนสู่คน เช่น ไอ จาม สัมผัสกับละอองเสมหะของผู้ป่วย โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุทางเดินหายใจ ฟักตัวราว 1-3 วัน แพร่เชื้อได้ตลอดเวลาที่มีเสมหะ ผู้ป่วยเด็กจะเป็นพาหะได้นานกว่าผู้ใหญ่

อาการของโรคมักประกอบด้วย ไอ มีเสมหะ เหนื่อย หายใจลำบาก หอบ มีไข้ หนาวสั่น ครั้นเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด สมอง ก็จะทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือฝีในสมอง

อย่างไรก็ตาม การรักษาแพทย์นิยมใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ปัจจุบันพบว่าเชื้อนิวโมคอคคัสมีการดื้อยาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะอาจไม่ประสบความสำเร็จและอาการป่วยมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เสียค่าใช้จ่ายเยอะขึ้น ใช้เวลารักษายาวขึ้น ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอคคัสมาเป็นทางเลือก ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า ป้องกันไม่ให้เกิดโรคย่อมดีกว่าการรักษาหลังป่วยเป็นโรค สำหรับวัคซีนป้องกันมีอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ วัคซีนนิวโมคอคคัสแบบโพลีแซคคาไรด์ และวัคซีนนิวโมคอคคัสแบบคอนจูเกต ทั้งหมดสามารถฉีดให้กับเด็กได้ แต่สำหรับผู้ใหญ่จะให้วัคซีนแบบคอนจูเกตเท่านั้น เนื่องจากสายพันธุ์ของเชื้อที่พบในผู้ใหญ่มีเพียง 13 สายพันธุ์ จึงตรงกับคุณสมบัติการป้องกันของวัคซีนแบบคอนจูเกต

ไม่อยากเป็นปอดบวม ปอดอักเสบ ลองปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโรคนิวโมคอคคัสเอาไว้.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

 

ที่มา: เดลินิวส์ 11 กันยายน 2555