สารเคมีหลายชนิดมีผลกระทบต่อระบบต่อมฮอร์โมนในร่างกายและอาจมีผลเสียรุนแรงต่อสุขภาพได้

voathai130311_002สุขภาพของคนเราขึ้นอยู่กับการทำงานอย่างเป็นปกติของระบบต่อม ที่ทำหน้าที่ควบคุมการปล่อยฮอร์โมนบางชนิดที่มีความสำคัญต่อการทำงานบางอย่างของร่างกาย อาทิ ควบคุมระบบเผาผลาญอาหาร การเจริญเติบโตและพัฒนาการ การนอนหลับและอารมณ์

สารเคมีบางชนิดที่เรียกว่า endocrine disrupters สามารถไปรบกวนการทำงานของระบบผลิตฮอร์โมนจนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติทางสุขภาพได้

ด็อกเตอร์มาเรีย เนียร่า ผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การอนามัยโลกกล่าวว่ามีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นที่ยืนยันว่าโรคที่เกิดจากความผิดปกติในระบบผลิตฮอร์โมนกำลังเพิ่มมากขึ้น

สารเคมีที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบฮอร์โมนพบได้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนและในภาคอุตสาหกรรม สารเคมีเหล่านี้เจือปนในสิ่งเเวดล้อมผ่านการปล่อยของเสียจากภาคอุตสาหกรรม จากชุมชนเมือง จากภาคการเกษตร และการเผาขยะหรือทิ้งของเสีย

การได้รับสารเคมีเหล่านี้เข้าไปในร่างกายอาจส่งผลให้ผู้ชายวัยหนุ่มเกิดปัญหาเชื้ออสุจิอ่อนแอและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิง ด็อกเตอร์เนียร่ากล่าวว่าผู้ชายที่สัมผัสกับยาฆ่าแมลงมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการเกิดมะเร็งในต่อมลูกหมาก

ด็อกเตอร์เนียร่าแห่งองค์การอนามัยโลกกล่าวว่ายังพบว่าสารเคมีที่รบกวนระบบผลิตฮอร์โมนยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางระบบประสาทส่วนกลางในเด็ก รวมถึงผลเสียต่อพัฒนาการของสมองและยังพบด้วยว่าสารเคมีทำให้เกิดความเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งในต่อมไทรอยด์ในกลุ่มคนงานที่ใช้ยาฆ่าแมลง

รายงานชิ้นนี้ยังเน้นความกังวลต่อผลเสียของสารเคมีที่รบกวนต่อระบบฮอร์โมนต่อสัตว์ป่าด้วย โดยยกตัวอย่างว่าการปนเปื้อนของสารเคมีเหล่านี้ในสิ่งแวดล้อมในรัฐอาลัสก้า สหรัฐอเมริกา มีผลให้กวางมีความผิดปกติในระบบเจริญพันธุ์ เป็นหมันและทำให้เขากวางพัฒนาผิดรูปร่าง

รายงานนี้เปิดเผยด้วยว่าสารเคมีจำพวกยาฆ่าแมลงดีดีที สารจำพวกพีซีบี และสารปรอทที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมน่าจะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้จำนวนประชากรนากทะเล กับสิงโตทะเลลดลง

ผลการศึกษาของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาิติและองค์การอนามัยโลกออกข้อแนะนำหลายประการเกี่ยวกับสารเคมีเหล่านี้ ข้อแนะนำอย่างหนึ่งคือการจัดหาวิธีทดสอบที่ครอบคลุมเพื่อระบุว่าสารเคมีชนิดใดบ้างที่มีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน เพื่อระบุแหล่งที่มาและการรับเข้าสู่ร่างกาย

ที่มา :  voathai.com 11.03.2013

.

Related Article :

.

A view of red polluted water in the Jianhe River in Luoyang, Henan province, December 13, 2011. According to local media, the sources of the pollution are two illegal chemical plants discharging their production waste water into the rain sewer pipes.

A view of red polluted water in the Jianhe River in Luoyang, Henan province, December 13, 2011. According to local media, the sources of the pollution are two illegal chemical plants discharging their production waste water into the rain sewer pipes.

Many Synthetic Chemicals Disrupt Hormone System

Lisa Schlein
February 19, 2013

GENEVA, SWITZERLAND — A new study by the U.N. Environment Program and the World Health Organization finds many synthetic chemicals affect the hormone system and could have significant health implications.  The joint study updates scientific evidence presented 10 years ago and identifies the effects of human exposure to so-called Hormone-Disrupting Chemicals.

Human health depends on a well-functioning endocrine or glandular system to regulate the release of certain hormones that are essential for some functions.  They regulate metabolism, growth and development, sleep and mood.

Some substances known as endocrine disrupters can alter the functions of this hormonal system increasing the risk of adverse health effects.  World Health Organization Director of Public Health and Environment, Maria Neira, says there is growing evidence that some endocrinal disrupting disorders or diseases are on the rise.

“The speed to which these diseases are increasing cannot exclusively be justified by genetic problems,” said Dr. Neira. “It has to be as well be associated with environmental factors, issues like nutrition or bad nutrition or age or other factors that I would say are external and probably combined.”

Endocrine disrupting chemicals are found in many household and industrial products.  They can enter the environment mainly through industrial and urban discharges, agricultural run-off and the burning and release of waste.

Human exposure to these chemicals can create a lower sperm count in young men and contribute to breast cancer in women.  Dr. Neira says prostate cancer risks are higher among those men exposed to pesticides, particularly in those countries where occupational health is not well developed.

“We have an association as well with adverse effects on the developing nervous system  in children and those can include a negative impact on brain development… and we have seen an excess risk of thyroid cancer among those workers who are using pesticides,” said Dr. Neira.

The report also raises concerns on the impact of endocrine disrupting chemicals on wildlife.  For example, it notes exposure to such chemicals in the U.S. State of Alaska may contribute to reproductive defects, infertility and antler malformation in some deer populations.

It says the decline in population species of otters and sea lions may also be partially due to their exposure to PCBs, the insecticide DDT, and other persistent organic pollutants and metals, such as mercury.

Among its recommendations, the study urges more comprehensive testing to identify other possible endocrine disrupters, their sources, and routes of exposure.  It notes what is known about these chemicals is just the tip of the iceberg.

SOURCE : voanews.com

Advertisements

ทางเดินอาหาร…ตรวจให้รู้โรค

ปวดท้อง ท้องผูก ท้องอืดแน่น ล้วนเป็นอาการปวดท้องที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่อาจแฝงด้วยภัยจากโรคทางเดินอาหารได้ทั้งสิ้น

ปวดท้อง ท้องผูก ท้องอืดแน่น ไปตรวจวินิจฉัยด้วยเทคนิคส่องกล้อง ส่องดูทั้งกระเพาะและลำไส้ เจ็บตัวแถมเสียเงิน กลับหาต้นตอความผิดปกติไม่พบ

ผู้ป่วยหลายคนมีอาการของโรคทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก กลืนติด แต่เมื่อไปพบแพทย์แล้ว และได้รับการตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารหรือลำไส้ใหญ่ ไม่พบความผิดปกติใด และบางครั้งแพทย์ก็สั่งยามาให้รับประทานโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง อาการก็เป็นเรื้อรัง ไม่หายซักที

“หนึ่งในสาเหตุของโรคทางเดินอาหาร ที่ตรวจส่องกล้องแล้วไม่พบความผิดปกติ คือ โรคที่มีการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหารผิดปกติ” นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบาย

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของทางเดินอาหาร เป็นโรคที่พบบ่อยในคนไทยและประชากรทั่วโลก โรคเหล่านี้ ได้แก่ โรคกระเพาะที่ไม่ได้เกิดจากแผล โรคลำไส้แปรปรวน รวมถึงโรคกรดไหลย้อน

แนวทางการตรวจวินิจฉัยต้องอาศัย “การตรวจการเคลื่อนไหวทางเดินอาหาร” หรือ Manometry ที่ใช้หลักการของการวัดความดันที่เกิดขึ้นในทางเดินอาหารทั้งขณะพัก และขณะที่มีการเคลื่อนไหว ทำให้สามารถตรวจดูความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะนั้นได้

เครื่องมือชนิดนี้สามารถตรวจได้ทั้งการเคลื่อนไหวของหลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก เป็นต้น สามารถบอกรายละเอียดว่ามีการเคลื่อนไหวที่ลดลง หรือมีการหดรัดตัวของหูรูดมากเกินไปได้ ดังเช่นกรณีตัวอย่างข้างต้น ที่ทำให้ทราบว่าสาเหตุของท้องผูกเกิดจากการทำงานของหูรูดทวารหนักหดรัดตัวผิดปกติ นอกจากการวินิจฉัยโรคได้แล้ว เครื่องมือชนิดนี้สามารถให้การรักษาแก่ผู้ป่วยได้ด้วย

นพ.บุญเลิศ อธิบายว่า การตรวจไม่จำเป็นต้องใช้ยานอนหลับ หรือยาสลบ มีเพียงสายที่ใช้ในการวัดความดันภายในทางเดินอาหาร และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมในการบันทึกและแปลผลการตรวจ และยังไม่มีข้อห้ามเฉพาะในการตรวจด้วยเครื่องมือชนิดนี้ และความเสี่ยงในการตรวจก็ต่ำมาก นอกจากนี้การตรวจชนิดนี้ไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

หากตรวจการเคลื่อนไหวของหลอดอาหาร แพทย์จะใส่สายตรวจทางจมูก ส่วนการตรวจหูรูดทวารหนัก ก็จะใส่สายทางทวารหนัก ใช้เวลาตรวจเพียง 30-60 นาที หลังจากนั้นแพทย์จะอ่านผลจากคอมพิวเตอร์ซึ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวและการทำงานของหลอดอาหาร

อายุแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารยกกรณีของหญิงไทยวัย 30 ปี ที่มาตรวจด้วยอาการท้องผูกที่เป็นมานาน 10 ปี กินยาระบายทุกวัน ร่วมกับการสวนอุจจาระเป็นบางครั้ง เมื่อปวดอยากถ่าย แต่ก็รู้สึกถ่ายไม่สุด นั่งนาน บางครั้งต้องใช้น้ำฉีด หรือใช้นิ้วล้วงออก เคยได้รับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ

“เมื่อผู้ป่วยได้รับการตรวจดูการเคลื่อนไหวของลำไส้ และตรวจการทำงานของหูรูดทวารหนัก พบว่า ผู้ป่วยมีภาวะหูรูดทำงานไม่สัมพันธ์กับการเบ่งอุจจาระ เรียกง่ายๆ ว่า เบ่งอุจจาระไม่เป็น หรือเบ่งไม่ถูกต้อง และเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยวิธีการฝึกเบ่งอุจจาระให้ถูกวิธีด้วยการใช้เครื่องมือช่วยฝึกเบ่งอุจจาระ (Biofeedback therapy) ก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้สำเร็จ ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องทนทุกข์กับภาวะท้องผูกเรื้อรังได้สำเร็จ” คุณหมอกล่าว

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน นั่นคือ การตรวจวัดปริมาณกรดไหลย้อนตลอด 24 ชั่วโมง จุดประสงค์ของการตรวจก็เพื่อหาตำแหน่งของหูรูดหลอดอาหาร เพื่อใช้ในการวางสายสำหรับตรวจปริมาณกรดไหลย้อน ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำและถูกต้อง

สิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วย นพ.บุญเลิศแนะนำว่า แม้รักษาจนดีขึ้นแล้ว ยังคงต้องดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารที่มีกากใย ฝึกการขับถ่ายให้เป็นนิสัย และหมั่นสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เพื่อตระหนักและเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยได้ทันท่วงที

การตรวจนี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 30-45 นาที หลังจากนั้นแพทย์จะอ่านผลจากคอมพิวเตอร์ซึ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวและการทำงานของหลอดอาหาร กล้ามเนื้อหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารของท่าน จากผลการตรวจนี้ จะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องท่านไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการเหล่านี้อีกต่อไป

 

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 29 พฤษภาคม 2555