ดินสอพองไร้คุณภาพ เสี่ยงติดเชื้อ

bangkokbiznews140410_001ภัยร้ายจากดินสอพองไร้คุณภาพ เหตุแบคทีเรีย รา และยีสต์ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ผู้เชียวชาญผิวหนังแนะเลี่ยงซื้อสีฉูดฉาด

ดร.สมศักดิ์ ไชยวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนหนึ่งมีอาการแพ้เป็นผื่นคัน แสบตา ตาแดง ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการใช้น้ำที่นำมาเล่นไม่สะอาด ใช้ดินสอพองที่ไม่สะอาด เพราะดินสอพองก็ทำมาจากดิน เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค ประกับกระบวนการผลิตที่มีการวางตากแดด ตากลม หรือการบรรจุหีบห่อ ซึ่งเมื่อนำมาสุ่มตรวจ ก็พบเชื้อแบคทีเรีย บาดทะยัก

แม้จะยังไม่มีการรายงานทางการแพทย์ที่ชัดเจน ถึงการติดเชื้ออักเสบที่เกิดจากดินสอพอง แต่ก็ควรระมัดระวังอย่าให้เข้าตา ปาก หรือบริเวณที่เป็นแผลเปิด ซึ่งจะเป็นช่องทางนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย จนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตโดยอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ดินสอพองเข้าตา อาจเกิดตาอักเสบจากเชื้อโรค หรือเข้าปากอาจเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นท้องเสีย ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ไปถึงขั้นอุจจาระร่วง

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและปริมาณที่เข้าสู่ร่างกาย หรือการเอามาทาหน้าอาจเกิดโรคผิวหนังเพราะบางคนเล่นสงกรานต์ไม่ได้ใช้น้ำสาดอย่างเดียว แต่ใช้ดินสอพองมาทาใบหน้ากันด้วย ซึ่งหากเลือกดินสอพองที่ผสมสี ก็อาจมีสารอันตรายอย่าง ปรอท ตะกั่ว ปนเปื้อน อาจจะทำให้เกิดพิษได้ทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง เช่น หากสารพิษมาถูกบาดแผล รอยถลอก ก็ทำให้ผิวหนังระคายเคือง เป็นสิว เกิดผดผื่นแพ้

วิธีป้องกันคือไม่ใช้ดินสอพองเล่นสงกรานต์ หรือเลือกใช้ให้ถูกวิธี ลดการสัมผัสดินสอพองโดยใช้น้ำสะอาดจำนวนมาก ล้างดินสอพองออก และไปพบแพทย์เพื่อการจัดการปัญหาอย่างรวดเร็ว จะช่วยลดความสูญเสียที่ตามมาได้ ผู้บริโภคจึงต้องระวังการใช้เป็นดีที่สุด รู้เช่นนี้แล้ว ควรระมัดระวังใส่ใจเป็นพิเศษ หากจำเป็นต้องใช้ดินสอพองเล่นสงกรานต์ ควรระวังอย่าให้เข้าจมูกหรือปาก หรือหากมีบาดแผลที่ผิวหนัง ก็ควรหลีกเลี่ยงใช้ดินสอพองบริเวณดังกล่าว และเมื่อใช้แล้วก็ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด

นอกจากนี้สำหรับผู้ประกอบการก็ควรคำนึงถึงผู้บริโภค หากนำผลิตภัณฑ์ไปผ่านการฆ่าเชื้อโรคถึงแม้อาจจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็จะทำให้ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างปลอดภัย สินค้าก็มีจุดขาย อาจช่วยเพิ่มยอดขาย มิเช่นนั้น เทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวาระแห่งความสนุกสนานเบิกบานใจ อาจกลับกลายเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่มีวันรู้ลืม

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 10 เมษายน 2557

Advertisements

“การฉายแสงแดดเทียม” ทางเลือกสำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงิน โดย พญ.รัศนี อัครพันธุ์

manager140308_001bแสงอัลตราไวโอเลต (UV) หรือ “แสงแดด” ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจฉกรรจ์ของผิวสวย และยังเป็นต้นเหตุของสารพัดริ้วรอยไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนต้องส่ายหน้าร้องยี้กันเลยทีเดียว แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน หรือโรคผิวหนังบางประเภท แสงอัลตราไวโอเลตนี้อาจมีคุณและเป็นอีกทางเลือกใหม่ที่สามารถช่วยเยียวยาอาการของโรคให้ทุเลาเบาบาง

manager140308_001a
พญ.รัศนี อัครพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ Phototherapy ศูนย์ผิวหนังและความงามกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า แสงอัลตราไวโอเลตเป็นส่วนหนึ่งของแสงอาทิตย์ แสงแดดที่ส่องมาถึงพื้นผิวโลกนอกจากประกอบไปด้วยแสงอัลตราไวโอเลตแล้วยังมีส่วนประกอบอื่น เช่น แสงที่ใช้ในการมองเห็น และแสงอินฟราเรด ที่ทำให้เกิดความร้อน แสงแดดเป็นสิ่งสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกคือ ให้แสงสว่างและความอบอุ่น ความรู้เรื่องแสงแดดผลของแสงต่อผิวหนังได้มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ได้มีการค้นพบว่าแสงแดดสามารถโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะ “โรคสะเก็ดเงิน” (Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังชนิดเรื้อรัง ที่เกิดจากการปรวนแปรของภูมิคุ้มกันของร่างกายมีกระตุ้นให้มีการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วกว่าปกติหลายเท่าทำให้ผิวหนังหนาเป็นปื้น มีขุยขาวหนาคล้ายเงิน พบได้บ่อยในช่วง อายุ 20 ปี และ 40 ปีขึ้นไป พบได้ประมาณ ร้อยละ 1-2 ของประชากรทุกเชื้อชาติ หญิงและชายพบได้เท่ากัน

โดยโรคสะเก็ดเงินนี้ มีสาเหตุมาจากพันธุกรรมกับสิ่งกระตุ้นจากภายนอก ถ้าบิดาและมารดาเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าถ้าบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเป็นโรค นอกจากนี้ โรคสะเก็ดเงินยังสัมพันธ์กับโรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน โดยมีอาการคือ มีตุ่มแดงขอบเขตชัดเจน และมีขุยสีขาวอยู่ที่ผิว ต่อมาตุ่มจะค่อยๆขยายออกจนกลายเป็นปื้นใหญ่ และหนาตัวขึ้นเป็นสะเก็ดสีเงินซึ่งสามารถขูดออกได้ง่าย

บางครั้งสะเก็ดนี้จะร่วงเวลาถอดเสื้อหรือเดินไปไหนมาไหน หรือร่วงอยู่ตามเก้าอี้ ที่นอน และเมื่อขูดขุยสะเก็ดหมดจะมีจุดเลือดออกบนรอยผื่น ผื่นอาจเกิดบนรอยแผลถลอกหรือรอยแผลผ่าตัด ผื่นผิวหนังพบได้หลายลักษณะ ผื่นหนาเฉพาะที่ หรือกระจายในบริเวณที่มีการเสียดสี ศีรษะ ไรผม สะโพก ศอก เข่า หน้าแข้ง ข้อเท้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ผื่นขนาดเล็กเท่าหยดน้ำหรือเล็กกว่า 1 ซม.กระจายทั่วตัว พบบ่อยในเด็กตามหลังการเกิดไข้หวัด 1-2 สัปดาห์ ผิวหนังแดงลอกทั่วตัว ผื่นชนิดตุ่มหนอง พบเป็นตุ่มหนองเล็กๆ ที่ปราศจากเชื้อโรค บนผื่นสีแดง อาจเป็นเฉพาะที่ เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว มือ ปลายนิ้วเท้า หรือกระจายทั่วตัว ความผิดปกติของเล็บ เช่น เล็บล่อน ปลายเล็บหนามีขุยใต้เล็บ หรือ จุดสีน้ำตาลใต้เล็บ มีการอักเสบของข้อซึ่งอาจเป็นได้ทั้งข้อใหญ่ ข้อเล็ก เป็นข้อเดียว หรือหลายข้อ และอาจจะมีข้อพิการตามหลังการอักเสบเรื้อรัง

manager140308_001c

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคสะเก็ดเงินให้หายขาดได้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาโดยใช้ยาทาคู่กับยารับประทาน และการรักษาด้วยแสงอัตราไวโอเลต หรือเรียกว่า การฉายแสงอาทิตย์เทียม (UV Phototherapy) ร่วมด้วยจะทำให้ผลการรักษาเร็วขึ้น

โดยรังสีอัลตราไวโอเลตที่ใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ

1.รังสีอัลตราไวโอเลต เอ พูว่า ( PUVA) คือการฉายแสงอัตราไวโอเลต เอ ซึ่งมีความยาวคลื่น 320-400 นาโนเมตร ร่วมกับการรับประทานยาเซอราเลน (PSORALEN) ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางโรคผิวหนังรุนแรงปานกลางจนถึงขั้นรุนแรงมาก หรือใช้ควบคู่กับการรักษาด้วยยาทาและยารับประทาน

ผู้ป่วยควรจะได้รับการฉายแสงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และจะมีอาการดีขึ้นหลังจากได้รับการฉายแสงประมาณ 12-18 ครั้ง แต่อาจต้องได้รับการฉายแสงต่อเนื่องเพื่อป้องกันกันการกำเริบของโรคเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน โดยจะให้ผลดีประมาณ 70-80% ขึ้นไป พบผลข้างเคียงน้อย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคันและแดงบริเวณผิวหนังที่ฉายแสงหลังทำการรักษา ข้อดีคือ ส่วนใหญ่การกลับเป็นซ้ำของโรคจะน้อยกว่าการรักษาโดยใช้ยาทาหรือยารับประทาน

2.รังสีอัลตราไวโอเลต บี แต่เดิมจะใช้คลื่นแสงในช่วง 290-320 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความยาวคลื่นแสงช่วงคลื่นกว้าง (Broadband UVB) ชึ่งจะพบผลข้างเคียงจากการรักษาค่อนข้างมาก ต่อมาได้มีการพัฒนาให้ใช้แสงที่ช่วงความยาวคลื่นแคบลงอยู่ในช่วง 311 นาโนเมตร เรียกว่า Narrowband UVB ผู้ป่วยไม่จำเป็นจะต้องรับประทานยาเซอราเลน ก่อนการฉายแสงชนิดนี้

เครื่องฉายแสง UV Phototherapy มีหลายประเภท ชนิดฉายทั่วตัว ฉายเฉพาะ มือ-เท้า ฉายเฉพาะศีรษะ ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามตำแหน่งและความรุนแรงของผื่น และยังมีเครื่องฉายแสงเฉพาะหย่อมเล็กๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องถูกแสงอัลตราไวโอเลตเป็นปริมาณมาก ส่วนการเลือกว่าจะใช้แสงอัตราไวโอเลต เอ หรือ บี ขึ้นกับลักษณะของโรค ความรุนแรงของโรค และอายุของผู้ป่วย โดยก่อนการรักษาแพทย์จะทำการซักถามประวัติเบื้องต้นว่า ผู้ป่วยจะต้องไม่มีประวัติแพ้แสงแดดหรือเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน จากนั้นจะให้ทานยาเซอราเลน (PSORALEN) ก่อนได้รับการฉายแสงอัลตราไวโอเลต เอ 2 ชั่วโมง และควรรับประทานยาหลังอาหารเพื่อลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน

โดยหลังจากทานยาผู้ป่วยไม่ควรตากแดดเป็นเวลา 8-12 ชั่วโมง ควรหลบแดดควรใส่แว่นตากันแดด สวมเสื้อแขนยาว ทายากันแดด หรือกางร่ม เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น และผู้ป่วยต้องไม่รับประทานยาประเภทที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้แสงแดด เช่น ยาโรคเบาหวาน ยาความดันโลหิตสูงบางชนิด ถ้ารับประทานยาประเภทนี้อยู่ควรแจ้งให้แพทย์ที่ทำการรักษาทราบ ต้องไม่เป็นต้อกระจกและควรตรวจตาสม่ำเสมอ

นอกจากโรคสะเก็ดเงินแล้วพบว่า การฉายแสงอาทิตย์เทียม (UV Phototherapy) ยังสามารถใช้การรักษาโรคผิวหนังชนิดอื่น เช่น โรคด่างขาว (Vitiligo) ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) ผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema) ผื่นคันเรื้อรังที่มือและเท้า ผื่นคันที่พบในผู้ป่วยเบาหวาน โรคตับ โรคไต ผื่นคันไม่ทราบสาเหตุ ผื่นกุหลาบ (Pityriasis rosea) มะเร็งผิวหนังบางชนิด (mycosis fungoides) ได้อีกด้วย

ที่มา :ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มีนาคม 2557

ความขาว…เปลี่ยนชีวิต

dailynews140308_002การมีผิวขาวใส เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากมี แต่หากผิวหนังขาวมากเกินไป หรือขาวเป็นด่างเป็นดวง ก็อาจเกิดปัญหาได้ เพราะมีความผิดปกติของผิวหนังหลายชนิดที่มาด้วยสีที่ขาวขึ้น จนทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีผิวสีคล้ำเช่นผิวคนไทยอย่างเรา ๆ  จนทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่มั่นใจในการเข้าสังคม รวมทั้งกลัวว่าคนรอบข้างจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อหรือไม่ ผู้ป่วยบางรายต้องไปพึ่งเครื่องสำอางเพื่ออำพรางรอยขาว บางรายต้องทำการสักเพื่อปกปิดสี บางรายต้องเปลี่ยนแผนชีวิตไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงาน บางรายต้องเปลี่ยนการแต่งตัวเป็นคนที่ต้องใส่เสื้อแขนยาว ผูกผ้าพันคอ เปลี่ยนทรงผม เพื่อปกปิดรอยขาวกันเลยทีเดียว

โรคที่ผิวขาวขึ้นได้แก่โรคอะไรบ้าง

โรคในกลุ่มนี้ที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดได้แก่ โรคด่างขาว เนื่องจากเป็นโรคที่ได้ชื่อว่าถ้าเป็นแล้ว ผิวจะด่างเป็นสีขาวชัด ทำให้เข้าสังคมลำบาก อย่างไรก็ตาม ยังมีโรคผิวหนังอีกหลายโรคที่มาด้วยรอยขาว เช่น เกลื้อน เกลื้อนน้ำนม กระขาว ปานขาว รอยขาวจากการที่ผิวหนังได้รับบาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุ การใช้ยาหรือเครื่องสำอางบางชนิด รวมถึงการทำเลเซอร์ที่ทำลายเม็ดสี การติดเชื้อและการอักเสบของผิวหนัง ไปจนกระทั่งมะเร็งบางชนิดของผิวหนัง

โรคด่างขาวเป็นอย่างไร

โรคด่างขาวคือโรคที่เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีถูกทำลายโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวของร่างกาย โดยปกติแล้วเซลล์เม็ดเลือดขาวจะมีหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อโรค สารพิษ แต่ด้วยเหตุผลบางประการที่ยังไม่ทราบแน่ชัด เซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านั้นมองเห็นเซลล์เม็ดสีเป็นของแปลกปลอม จึงทำการกำจัดเซลล์เม็ดสีซึ่งอยู่ที่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังกลายเป็นสีขาว พบว่าผู้ป่วยโรคด่างขาวจะเริ่มมีผิวสีขาวตั้งแต่อายุเพียงไม่กี่ปี หรืออาจเริ่มเป็นตอนอายุ 60 กว่าก็ได้ โดยมากจะไม่มีอาการ ลักษณะรอยขาวจะเป็นสีขาวเหมือนชอล์ก อยู่บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะรอบตา รอบจมูก รอบปาก หลังหู รักแร้ ศอก มือ เท้า มักเป็นสองข้างของร่างกาย แต่บางรายอาจเป็นเฉพาะซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย โรคด่างขาวอาจพบได้ในคนครอบครัวเดียวกัน ดังนั้น ปัจจัยด้านพันธุกรรมอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค พบว่าร้อยละ 10-20 ของผู้ที่เป็นโรคด่างขาวจะพบความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ร่วมด้วย โรคด่างขาวไม่ใช่โรคติดเชื้อ จึงไม่ติดต่อทางการสัมผัส

มีโรคหรือภาวะอะไรบ้างที่มีอาการเหมือนโรคด่างขาว ภาวะผิวขาวที่เกิดจากการใช้ยาหรือเครื่องสำอางบางชนิดที่พบบ่อย ได้แก่ การที่ผู้บริโภคทาครีมปรับผิวขาวที่มีส่วนผสมของสารต้องห้าม หรือการใช้ยานาน ๆ โดยไม่ได้อยู่ในความควบคุมของแพทย์ ซึ่งในปัจจุบันมีการทำเลเซอร์กันมากขึ้น พบว่าเลเซอร์บางชนิดที่มีความสามารถในการจับเม็ดสี อาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ได้รับการรักษามีสีขาวขึ้นได้ บางรายจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่บางรายอาจเป็นรอยขาวถาวรได้

โรคกลุ่มรอยขาวรักษาอย่างไรได้บ้าง

ขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรคใด หากเป็นเกลื้อนสามารถใช้ยารับประทานหรือยาทารักษาเชื้อเกลื้อนได้ สำหรับโรคด่างขาวการรักษาที่นิยมได้แก่ การใช้ยา สำหรับการรักษารอยขาวที่เกิดจากการใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่มีสารต้องห้ามควรหยุดใช้สารดังกล่าว อย่างไรก็ตามการใช้ยาเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถทำให้โรคดีขึ้นได้ ในปัจจุบันการรักษาด่างขาวที่จัดเป็นการรักษาหลักได้แก่ การฉายแสง แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถหาสถานที่ฉายแสงได้ง่าย และต้องทำการฉายแสงหลายครั้ง แสงที่ใช้รักษาได้แก่ แสงอัลตราไวโอเลตชนิดบริสุทธิ์ซึ่งมีผลข้างเคียงน้อย ไม่เหมือนกับการฉายรังสีรักษาโรคมะเร็ง ผู้ที่เป็นโรคด่างขาวมักได้รับคำตอบจากแพทย์ว่าเป็นโรคที่ไม่หาย แต่ในความเป็นจริงแล้วสามารถทำให้รอยขาวหายได้ หากได้รับการรักษาที่ถูกวิธีและเริ่มทำการรักษาเร็ว นอกจากนี้การฉายแสงอัลตราไวโอเลตยังสามารถนำมาใช้รักษารอยขาวได้อีกหลายโรค รวมทั้งรอยขาวที่เกิดจากการใช้ยา เครื่องสำอาง และจากเลเซอร์ สำหรับการรักษาอีกวิธีซึ่งจัดเป็นการรักษาที่ได้ผลดี ได้แก่การปลูกถ่ายเซลล์เม็ดสี ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับโรคด่างขาวหรือรอยขาวที่ไม่มีการลุกลามแล้ว

การปลูกถ่ายเซลล์สีผิวคืออะไร

หลักการรักษาโดยการปลูกเซลล์ได้แก่ การนำผิวหนังบริเวณที่มีสีปกติมาทำการสกัดเฉพาะเซลล์เม็ดสี และปลูกลงไปบนผิวหนังบริเวณสีขาว วิธีนี้มีข้อจำกัดอีกเช่นกัน เนื่องจากต้องอาศัยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการในการสกัดเซลล์เม็ดสีซึ่งทำได้เพียงไม่กี่ที่ในประเทศไทย วิธีนี้สามารถใช้รักษาโรคด่างขาว ปานขาว รอยขาวจากการที่ผิวหนังได้รับบาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุได้

จะเห็นว่าโรคที่มีลักษณะขาวส่วนมากไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพ แต่มักจะทำให้เกิดความกังวลในเรื่องความไม่สวยงามและไม่มั่นใจ อย่างไรก็ตามรอยขาวบางชนิดอาจเป็นตัวบ่งบอกถึงสัญญาณของโรคบางอย่างภายในร่างกายได้ และอาจเป็นสัญญาณอันตรายของอาการแรกเริ่มของมะเร็งผิวหนังบางชนิดได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น หากไม่แน่ใจจึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้องก่อนที่โรคจะลุกลามและเป็นมากขึ้น.

ผศ.นพ.วาสนภ วชิรมน
แผนกผิวหนังและเลเซอร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ที่มา : เดลินิวส์ 8 มีนาคม 2557

นั่งสมาธิใช้รักษาโรคทางกายได้ ตั้งแต่เป็นสิวจนถึงโรคสะเก็ดเงิน

นักวิทยาศาสตร์เมืองน้ำชาศึกษาพบว่า การนั่งสมาธิก็ช่วยบรรเทาอาการโรคทางกาย อย่างโรคผิวหนังต่าง ๆ ตั้งแต่สิวไปจนถึงโรคสะเก็ดเงินได้

คณะนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ได้ความรู้จากการศึกษา ผลการศึกษาเรื่องเก่า ๆ ว่า สามารถจะนำวิธีรักษาโรคทางจิตใจต่างๆ ตั้งแต่ การนั่งสมาธิ พฤติกรรมบำบัดกับการเปลี่ยนความคิด และการฝึกผ่อนคลายความเครียดมารักษาโรคทางกาย เช่น พวกโรคผิวหนัง อย่างโรคเรื้อนกวาง สิว โรคสะเก็ดเงิน และโรคด่างขาว พวกเขาลงความเห็นว่า การนำวิธีรักษาโรคทางจิตใจมาใช้ “ให้ประโยชน์อย่างแท้จริง”

นายกสมาคมแพทย์โรคผิวหนังอังกฤษกล่าวว่า เป็นที่ยอมรับว่าวิธีรักษาโรคทางจิตใจต่าง ๆ นั้น เป็นคุณประโยชน์ช่วยให้คนไข้คลายผลกระทบทางจิตใจที่เกิดจากโรคลงได้ และยังเป็นที่ปรากฏให้เห็นเป็นครั้งแรกว่า มันยังช่วยให้อาการต่าง ๆ ทางกายดีขึ้นได้อีกด้วย

นักวิจัยได้ให้ความเห็นว่า การนำเอาวิธีรักษาเหล่านั้นมาใช้ จะให้ผลดีที่สุด กับการทำให้คนไข้เปลี่ยนนิสัยใจคอเสียใหม่ไปได้เอง.

ที่มา: ไทยรัฐ  30 สิงหาคม 2555

.

read more:

Influence of a mindfulness meditation-based stress reduction intervention on rates of skin clearing in patients with moderate to severe psoriasis undergoing phototherapy (UVB) and photochemotherapy (PUVA).

data from: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/9773769