สมองเสื่อม

dailynews130210_002โรคสมองเสื่อม พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากจะเป็นปัญหาต่อตัวของผู้ป่วยเองแล้ว ผู้ดูแลก็เกิดความเครียดและกังวลเช่นกัน

นพ.เอกราช เพิ่มศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คำว่า “โรคสมองเสื่อม” เป็นคำเรียกกว้าง ๆ มีหลายชนิด หนึ่งในนั้นก็คือ “โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์”

“โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์” อาจป้องกันไม่ได้ แต่พบว่าคนไข้ประมาณ 30% มีความสัมพันธ์กับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบตัน หรือได้รับอุบัติเหตุ สมองบาดเจ็บ ถ้าเส้นเลือดดี เลือดไปเลี้ยงสมองดี น่าจะลดการเป็นโรคสมองเสื่อมได้หลายชนิด รวมทั้ง “โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์” ด้วย

สาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดตีบตัน เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ถ้าจัดการปัญหาตรงนี้ได้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำให้เส้นเลือดดี คาดว่าโรคสมองเสื่อมจะลดลง

“โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์” เจอในคนที่อายุมากแล้ว กว่าจะเกิดอาการก็อายุประมาณ 60 ปี แต่สมองเสื่อมบางอย่างพบได้ก่อน เช่น เป็นความดันเรื้อ รังควบคุมไม่ดี เป็นอัมพฤกษ์ตั้งแต่อายุ 50 ปี พอ 51 ปีอาจสมองเสื่อมแล้ว เราเรียกว่าสมองเสื่อมจากเส้นเลือดตีบ หรือรถคว่ำตอนอายุ 30 ปี มีเลือดคั่งในสมอง อายุ 40 ปีอาจสมองเสื่อมแล้วก็ได้ บางคนขาดวิตามิน หรือต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง เจอตั้งแต่อายุ 40 ปีก็ได้

ตอนนี้ก็พยายามรณรงค์ให้คนรู้จักอาการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อม จะได้ไปพบแพทย์ตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาเยียวยา โดยสัญญาณของโรคสมองเสื่อมมีดังนี้

1. สมาธิ คนที่ไม่มีสมาธิเป็นสัญญาณของโรคสมองเสื่อม เช่น ให้ลองไล่วันจันทร์ถึงอาทิตย์ย้อนหลัง คนมีสมาธิถึงจะทำได้ โดยไล่ว่า วันอาทิตย์ วันเสาร์ วันศุกร์ การจำหมายเลขโทรศัพท์ก็ต้องใช้สมาธิ ถ้าเซฟไว้ในเครื่องจะตัดการฝึกการจำตรงนี้ไป

2. สังคม คนที่สมองเสื่อมจะแปรผลสังคมผิด เช่น ผมหน้าบึ้งคนทั่วไปรู้ว่าอารมณ์ไม่ดี ต้องพูดกับผมในอีกแบบหนึ่ง แต่คนสมองเสื่อมแปลไม่ออกว่าคนนี้หน้าบึ้ง ต้องอารมณ์เสียแน่ เขาจะพูดเหมือนไม่รู้ เรียกว่าเสียความรับรู้ทางสังคมไป

3. ความจำ ตรงนี้เข้าใจง่าย เช่น ลืม ขี้ลืม ถามอะไรซ้ำ ๆ

4. การวางแผน บริหาร ในกลุ่มคนที่สมองเสื่อมการวางแผน บริหารจัดการจะเสียไป ดังนั้นถ้ามองดูคนรอบข้างเริ่มวางแผนบริหารอะไรบางอย่างผิดพลาด สมมุติว่าวันนี้วันอาทิตย์อยากไปพักผ่อนต้องเริ่มคิดก่อนว่าจะไปไหน ใช้เส้นทางไหน ขับรถไปอย่างไร พอไปถึงก็หยุดทำกิจกรรม แต่คนสมองเสื่อมจะไม่สามารถวางแผนได้ลุล่วง บางทีพับผ้าก็พับอยู่อย่างนั้น หยุดไม่เป็น ความคิดริเริ่มในการบริหารจัดการเสียไปหมด

5. ทิศทาง ทักษะ เสียไป หลงทิศ หลงทาง ลูกบิดประตูบ้านเดิมบิดขวาตลอด วันหนึ่งเริ่มงง เริ่มบิดซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ไม่รู้ทิศทางไหนกันแน่

6. พฤติกรรม อารมณ์เปลี่ยน ซึมเศร้าง่าย หงุดหงิดง่าย มีความฝันผิดปกติ เห็นภาพหลอน เห็นคนตายมาหา ได้ยินเสียงเรียก

ถ้าเริ่มมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งควรเข้าสู่กระบวนการตรวจคัดกรอง  6 ข้อที่กล่าวมาอาจมีปัญหาได้โดยที่ยังไม่เป็นอัลไซเมอร์ก็ได้ หากคุณเป็นโรคซึมเศร้า เครียดเรื้อรัง ก็ทำให้สมาธิหาย ความสามารถทางสังคมเสียไป ความจำก็แย่ อันนี้เรียกว่า “สมองเสื่อมปลอม” พอให้ยาต้านเศร้า หรือรักษาความเครียดอาจกลับคืนมาเป็นปกติได้

การพูดถึง “สารเอ็นโดรฟิน” กับการป้องกัน “โรคสมองเสื่อม” น่าจะเป็นเรื่องของเส้นเลือด จะสังเกตว่า เวลาออกกำลังกาย เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น สันนิษฐานว่าสมองเสื่อมหลายอย่างป้องกันได้ ดังนั้นตอนนี้ในงานวิจัยสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดในการป้องกันโรคสมองเสื่อม คือ การออกกำลังกายและควบคุมโรคเรื้อรังให้ดี มากกว่าการกินอาหารเสริมด้วยซ้ำไป

ความเชื่อเรื่องการกินอาหารเสริมช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมนั้น ประเด็นนี้เปราะบางมาก เนื่องจากเป็นเรื่องของการค้าขาย ขอเรียนว่า หลักการของอาหารเสริมหรือวิตามินต่าง ๆ ถ้าขาดอาจเป็นได้ แต่ถ้าเกินมันไม่ช่วย เช่น ขาดวิตามินอีมีอาการสมองเสื่อมได้ แต่เสริมทุกวันให้เกินตลอดเวลาไม่ได้ช่วย ไม่มีประโยชน์ และบางอย่างสะสมในตับได้.

นวพรรษ บุญชาญ รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 10 กุมภาพันธ์ 2556