โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(1)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจเรียกได้หลายแบบ ได้แก่ การติดเชื้อกามโรค หรือโรคกามโรค

การติดเชื้อกามโรคเป็นที่รู้จักกันดีมาหลายร้อยปีว่าเป็นโรคที่ส่งผ่านระหว่างมนุษย์ช่วงการมีเพศสัมพันธ์  ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปากและทางทวารหนัก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางอย่างยังสามารถส่งผ่านจากการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน รวมทั้งผ่านทางการคลอดลูก หรือการให้นมบุตร นอกจากนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้นแต่พบมากในหมู่วัยรุ่น

สาเหตุ  เป็นการติดเชื้อจาก

1. แบคทีเรีย ได้แก่ แผลริมอ่อน  หนองในเทียม หนองในแท้ และซิฟิลิส 

2. ไวรัส ได้แก่ โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสชนิดบี  โรคเริม  โรคไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่อง  หรือโรคเอดส์จากเชื้อเอชไอวี (Human Immuno-
deficiency Virus : HIV) โรคหงอนไก่ นอกจากนี้ หงอนไก่จากเชื้อเอชพีวี  (HPV) การติดเชื้อไวรัสโดยทางเพศสัมพันธ์ทางน้ำลาย เลือด การปลูกถ่ายอวัยวะ ปัสสาวะ การตั้งครรภ์ การคลอดลูก และการให้นมบุตร

3. ปรสิตหรือ พยาธิ  ได้แก่ โลน หรือหิด

4. โปรโตซัว ได้แก่ โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อทริโคโมแนต วาจินาลิส

มีคำถามบ่อยว่าเราสามารถติดเชื้อไวรัสเช่น โรคเริม จากการนั่งบนโถส้วมหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะโรคเริมของอวัยวะเพศเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ผ่านจากการสัมผัสผิวหนังสู่ผิวหนัง ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ไวรัสผ่านเข้าร่างกายทางเยื่อเมือก ได้แก่ช่องปาก องคชาตหรือทวารหนัก ไวรัสผ่านเข้าร่างกายที่มีรอยแตกหรือฉีกขาด ผู้ป่วยที่เป็นโรคเริมบริเวณอวัยวะเพศมาหลายปีอาจไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคได้ ไวรัสสามารถแพร่กระจายถึงแม้บุคคลติดเชื้อไม่มีแผลของอวัยวะเพศ เนื่องจากไวรัสตายอย่างรวดเร็วนอกร่างกาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะติดเชื้อผ่านการสัมผัสในห้องน้ำ ผ้าหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ติดเชื้อใช้พยาธิสรีรวิทยา

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านทางเยื่อเมือกขององคชาต แคมช่องคลอด ทวารหนัก ระบบทางเดินปัสสาวะ ปาก ลำคอ  ระบบทางเดินหายใจ และดวงตา เยื่อเมือกที่มีอยู่ในช่องปากเหมือนกับอวัยวะเพศ ซึ่งทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากมากกว่าการจูบลึก  สำหรับเชื้อไวรัสเอชไอวี สารคัดหลั่งบริเวณอวัยวะเพศจะมีมากกว่าน้ำลาย  การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางอย่างสามารถถ่ายทอดโดยตรงจากการสัมผัสผิวหนัง เช่น โรคเริม โรคหงอนไก่และหูดข้าวสุก นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจสามารถแพร่กระจายการติดเชื้อถึงแม้ยังไม่มีอาการของโรค เช่นโรคเอดส์ ได้แก่ เชื้อไวรัสเอชไอวีส่งจากแม่ไปสู่ลูกทั้งระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เช่น การใส่ถุงยางอนามัยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีที่น่าเชื่อถือในการลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางเพศ.

รศ.นท.ดร.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

ที่มา: เดลินิวส์ 13 มิถุนายน 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2

อาการของผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ ปัสสาวะแสบ ขัด  มีหนอง หรือน้ำหลั่งออกทางช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ มีผื่น แผลหรือตุ่มน้ำ  ก้อนเนื้องอก เช่น หงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก   มีอาการคันหรือปวดบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก  มีอาการปวดท้องหรือปวดช่องเชิงกราน ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์  ตกขาวมีกลิ่นและมีสีหรือมีมากกว่าปกติ  ปวด บวมอัณฑะ

โรคหนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บริเวณท่อปัสสาวะ ปากมดลูก  ทวารหนัก และลำคอ  อาการของหนองในแท้มักอยู่ระหว่าง 1 และ 14 วันหลังการได้รับเชื้อ แต่อาจเป็นไปได้ที่จะไม่แสดงอาการ ส่วนใหญ่ผู้ชายจะสามารถสังเกตอาการได้มากกว่าผู้หญิง   อาการประกอบด้วยความรู้สึกแสบร้อนเมื่อปัสสาวะ มีหนองสีขาวหรือเหลืองออกจากปลายองคชาต ส่วนผู้หญิงจะมีหนองออกทางช่องคลอด  มีอาการคันหรือหนองออกทางทวารหนักในกรณีทวารหนักมีอาการติดเชื้อ

หนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรียที่มีรายงานมากที่สุดโรคหนึ่ง โดยจะติดเชื้อท่อปัสสาวะ ทวารหนักและได้ทั้งที่ ตา จะมีน้ำคัดหลั่งเป็นน้ำใสไม่เป็นหนอง มีความเชื่อว่ามักเป็นรวมกับหนองในแท้

หูดหงอนไก่ หูดที่อวัยวะเพศเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเอชพีวี หูดสามารถเกิดได้ทุกบริเวณของผิวหนังของอวัยวะเพศ หูดไม่ทำให้เจ็บแต่อาจทำให้คัน  ทำให้มีความเสี่ยงสูงทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งบางส่วนของทางทวารหนัก อวัยวะเพศชายและมะเร็งปากช่องคลอด

หูดข้าวสุก เป็นการติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยซึ่งเป็นผลให้เกิดโรคของผิวหนัง มีตุ่มเล็ก ๆ ปรากฏบริเวณที่ได้รับเชื้อ เช่น หน้าขา บริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก อาการจะเกิดประมาณ 2-8 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อโรคครั้งแรก ตุ่มที่เกิดเหมือนไข่มุกระหว่าง 1-5 มิลลิเมตร หูดข้าวสุกสามารถผ่านทางผิวหนังไปสู่ผิวหนังจากการสัมผัสโดยใช้เสื้อผ้าร่วมกันจากผู้ติดเชื้อ มีคำแนะนำในการรักษาโดยปล่อยไว้ให้หายเองซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 6-18 เดือน เช่นเดียวการรักษาทางการแพทย์อาจทำให้เกิดแผลเป็น ซึ่งได้แก่ การผ่าตัดใช้ความร้อน หรือความเย็น ในผู้ป่วยโรคเอชไอวี อาจมีหูดข้าวสุกจำนวนมากซึ่งบ่งบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออย่างมาก

ซิฟิลิส  เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่จะผ่านจากผู้หญิงที่ติดเชื้อไปสู่ทารกในครรภ์ได้ โรคซิฟิลิสมีหลายระยะซึ่งระยะแรกและระยะที่สองเป็นระยะที่มีการติดเชื้อรุนแรงมาก   อาการของโรคซิฟิลิสค่อนข้างยากที่จะตรวจพบและอาจใช้เวลาถึง 3 เดือนหลังการมีเพศสัมพันธ์จึงปรากฏอาการ อาการประกอบด้วยมีแผลไม่เจ็บบริเวณองคชาต ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนักหรือปาก   มีก้อนที่ขาหนีบ มีผื่นไม่คัน มีไข้หรือมีอาการเป็นไข้หวัด ถ้าไม่ได้รับการรักษา โรคจะรุนแรงเป็นระยะสุดท้าย ซึ่งเรียกว่าระยะที่สามจะมีผลต่ออวัยวะต่าง ๆ อย่างรุนแรง.

รศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

ที่มา: เดลินิวส์ 20 มิถุนายน 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(3)

โรคเริมที่อวัยวะเพศ  เริมสามารถเกิดจากไวรัสสองสายพันธ์คือ ชนิด 1 และชนิดที่ 2   ไวรัสเริมชนิดที่ 2 เป็นการติดเชื้อที่พบบ่อยในบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ขณะที่ไวรัสชนิดที่ 1 มักพบบริเวณปากและริมฝีปาก  ดังนั้นไวรัสเริมชนิดที่สองเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

อาการของเริมมักเกิดประมาณ 2-7 วันหลังการได้รับเชื้อไวรัส และสุดท้ายเมื่อ 2-4 สัปดาห์ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมักมีหลายอาการประกอบด้วย มีอาการคันหรือเจ็บแสบบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก มีน้ำเล็กน้อยออกจากบริเวณแผลที่เจ็บ  ปวดเมื่อปัสสาวะบริเวณแผลเปิดโดยเฉพาะในผู้หญิง  ปวดศีรษะ  ปวดหลัง มีอาการเป็นไข้   หลังจากแผลครั้งแรกหายไปแล้ว ไวรัสเริมจะซ่อนอยู่ในเส้นประสาทใกล้เคียงกับบริเวณที่ติดเชื้อโดยไม่มีอาการ  อาการจะกลับมาภายหลังระหว่างที่มีความเครียดหรือเจ็บป่วย แต่มีความรุนแรงลดลงและหายเร็ว

การติดเชื้อทางช่องคลอดจากเชื้อโปรโตซัวทริโคโมแนต จะถ่ายทอดจากมีเพศสัมพันธ์ โดยจะมีการติดเชื้อในช่องคลอดและท่อปัสสาวะทั้งในผู้ชายและผู้หญิง   โรคนี้มักจะไม่มีอาการ  ถ้ามีอาการจะมีในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการที่พบได้แก่การมีน้ำหรือสารคัดหลั่งออกมาทั้งผู้ชายและผู้หญิงซึ่งอาจมีกลิ่นหรือสี  มีอาการปวดหรือไม่สบายระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ปวดเวลาปัสสาวะหรือมีการอักเสบบริเวณท่อปัสสาวะ

ไวรัสตับอักเสบ   ไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิดเช่นชนิดเอ บี และซีเป็นที่พบบ่อย  ตับอักเสบอาจเกิดจากการรับประทานแอลกอฮอล์มากกว่าปกติเป็นเวลานาน หรือจากการใช้ยาบางชนิด

โลน   เป็นการติดเชื้อของปรสิตที่ขุดผ่านผิวหนังเพื่อดูดเลือด  และจะอยู่บริเวณที่มีขนของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณขนบริเวณหัวเหน่าหรือบริเวรอวัยวะเพศ แต่อาจพบบริเวณอื่นๆได้เช่นกันเช่นขนรักแร้ หนวดเครา ขนคิ้ว หรือแม้แต่ที่ขนตา ขนบริเวณหน้า ขนตก โลนสามารถติดต่อง่ายระหว่างการมีเพศสัมพันธ์  รวมทั้งเสื้อผ้าหรือที่นอนใช้ร่วมกัน  อย่างไรก็ตามโลนไม่สามารถผ่านบริเวณนั่งโถส้วมหรือสระว่ายน้ำ มีอาการคันจากกิจกรรมการกินอาหารของโลน เนื่องจากการที่โลนตัวเล็กมาก เวลาที่มันอาศัยอยู่   มักจะมองไม่เห็น

โลนจะวางไข่ โดยให้ไข่เชื่อมติดกับเส้นขน โลนเพศเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ประมาณ 30 ฟอง ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และหลังจากวางไข่แล้วก็จะเจริญเป็นตัวเต็มวัยได้ภายในระยะเวลาน้อยกว่า 1 เดือน อาจกล่าวได้ว่าจะสังเกตว่ามีอาการประมาณ 5-7 วันหลังติดเชื้อ นอกจากมีอาการคันแล้ว อาจมีอาการอักเสบบริเวณที่ติดเชื้อ  อาจตรวจพบโลนและไข่ มีบริเวณเลือดออกจากการกินเลือดของโลน   ถึงแม้จะไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพมากนักในการป้องกันระหว่างการมีเพศสัมพันธ์  ผู้ป่วยสามารถลดการติดโลนด้วยการทำความสะอาดที่นอน เสื้อผ้า และผ้าเช็คตัวด้วยการต้มน้ำฆ่าเชื้อปรสิต    การรักษาโลนค่อนข้างง่ายคือการใช้น้ำยาพิเศษเช่นแชมพู โลชั่นและครีมในการฆ่าตัวโลนและไข่   ไม่มีความจำเป็นที่ต้องโกนขนเพราะวิธีดังกล่าวไม่สามารถกำจัดโลนได้ทั้งหมด

หิด  มักมีอาการคันอย่างมากจากการติดเชื้อทางผิวหนังของปรสิต  อาการจะเกิด 2-6 สัปดาห์หลังจากการติดเชื้อ  หิดอาจกระจายอย่างรวดเร็วจากการสัมผัสระหว่างกัน เช่นบริเวณที่พักดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ   ถ้าทราบว่ามีการติดเชื้อควรป้องกันการแพร่กระจายด้วยการทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วยความร้อนเพื่อฆ่าปรสิต

รศ.นท.ดร.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
คลินิกสุขภาพชาย โรงพยาบาลรามาธิบดี

ที่มา: เดลินิวส์ 27 มิถุนายน 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (4)

ปัจจัยเสี่ยง ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์มีความเสี่ยงในการติดต่อโรคทางเพศสัมพันธ์ไม่มากก็น้อย ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงได้แก่

– มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การสอดใส่ผ่านช่องคลอดหรือทวารหนักโดยผู้ติดเชื้อไม่ได้สวมถุงยางอนามัยจะส่งต่อโรคได้ ผู้ชายที่มีหนองในแท้มีโอกาสร้อยละ 70-80 ที่จะติดต่อโรคไปสู่คู่นอนผู้หญิงแม้การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดเพียงครั้งเดียว

– การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่มีหลายคน ยิ่งมีเพศสัมพันธ์มากเท่าไร โอกาสติดเชื้อก็จะมีมากขึ้น

– มีประวัติการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน ถ้าเคยมีประวัติโรคเริม ซิฟิลิสหรือหนองใน และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันกับคู่นอนที่เลือดเอชไอวีเป็นบวก โอกาสจะติดเชื้อเอชไอวีก็จะมีโอกาสมากขึ้น

– การดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานยาเสพติด ทำให้การตัดสินใจไม่ดีและทำให้มีความพอใจที่จะมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยง

– การฉีดยาเสพติด เข็มฉีดยาที่ใช้ร่วมกันจะเป็นสาเหตุการแพร่กระจายของโรคทั้งโรคเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบบี

– วัยรุ่นผู้หญิง จะมีปากช่องคลอดไม่เจริญเต็มที่มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์อยู่เสมอ เซลล์ที่ไม่มั่นคงทำให้ช่องคลอดของเด็กวัยรุ่นผู้หญิงไวต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

การถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แก่โรคหนองในแท้ หนองในเทียมและซิฟิลิส สามารถถ่ายทอดจากมารดาไปสู่ทารกที่อยู่ในครรภ์หรือระหว่างการคลอด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในทารกสามารถทำให้เกิดปัญหาอย่างรุนแรงและอาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นผู้หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการคัดกรองโรคและรับการรักษาทันทีเมื่อตรวจพบโรค

การวินิจฉัยโรค การทดสอบการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์เป็นการทดสอบการติดเชื้อสำหรับการติดเชื้อโรคชนิดเดียว หรือการทดสอบของแต่ละบุคคลสำหรับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ประกอบด้วยการทดสอบสำหรับโรคซิฟิลิส โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อโปรโตซัวทริโคโมแนต วาจินาลิส หนองในแท้ หนองในเทียม โรคเริม โรคไวรัสตับอักเสบ และการทดสอบเชื้อไวรัส เอชไอวี อย่างไรก็ตามยังไม่มีการทดสอบขั้นตอนสำหรับการติดเชื้อทั้งหมด การทดสอบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจถูกใช้ด้วยหลายเหตุผลได้แก่
– เป็นแบบทดสอบสำหรับการวินิจฉัย เพื่อหาสาเหตุของอาการหรือการเจ็บป่วย
– เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อตรวจหาการติดเชื้อที่ไม่มีอาการ
– เป็นการตรวจสอบก่อนหรือระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อทารก
– เป็นการตรวจสอบหลังแรกเกิดว่าทารกยังไม่ได้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากมารดา
– เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการใช้เลือดหรืออวัยวะที่บริจาค
– เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา.

รศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

ที่มา: เดลินิวส์ 4 กรกฎาคม 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (5)

 

ผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางคนอาจไม่ปรากฏอาการ หรือแสดงอาการทันทีหลังได้รับเชื้อโรค ในบางกรณีโรคดำเนินโดยไม่มีอาการซึ่งทำให้มีความเสี่ยงของการส่งผ่านโรคไปสู่บุคคลอื่นมากขึ้น

ทั้งนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก อาการปวดเรื้อรังหรือแม้กระทั่งเสียชีวิต

การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นและผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันทีจะเป็นผลให้มีโอกาสการแพร่กระจายโรคน้อยลง และสำหรับบางเงื่อนไขผลของการรักษาอาจดีขึ้น

นอกจากนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีระยะที่ยังตรวจไม่พบ (window period) หลังจากการติดเชื้อเริ่มต้นระหว่างที่มีการทดสอบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะเป็นค่าลบ ในช่วงเวลานี้การติดเชื้ออาจถ่ายทอดได้ ระยะเวลาดังกล่าวแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อและชนิดของการทดสอบ นอกจากนี้การวินิจฉัยอาจล่าช้าออกไปเกิดจากความลังเลใจของผู้ติดเชื้อที่จะมาปรึกษาแพทย์

ถ้ามีประวัติการมีเพศสัมพันธ์และปัจจุบันมีอาการและอาการแสดงว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตรวจห้องปฏิบัติการมีความจำเป็นเพื่อหาสาเหตุและตรวจค้นหาโรคร่วม ได้แก่

• การตรวจเลือด สามารถยืนยันการวินิจฉัยโรคไวรัสเอชไอวีหรือโรคซิฟิลิสระยะสุดท้าย

• การตรวจปัสสาวะ

• การตรวจจากสารคัดหลั่งหรือของเหลวจากร่างกาย ถ้ามีแผลบริเวณอวัยวะเพศ การตรวจของเหลวตัวอย่างจากแผลอาจช่วยในการวินิจฉัยชนิดของการติดเชื้อ การตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยตัวอย่างจากแผลเป็นบริเวณอวัยวะเพศหรือสารคัดหลั่งส่วนใหญ่จะใช้วินิจฉัยเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อจากไวรัสบางชนิดในระยะเริ่มต้น
การตรวจคัดกรอง

การทดสอบสำหรับโรคในบางคนที่ไม่ปรากฏอาการจะเรียกว่าการคัดกรอง โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้ปฏิบัติเป็นประจำในทางการแพทย์ แต่มีข้อยกเว้นในกรณี

สำหรับทุกคน มีการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศอย่างเดียวสำหรับทุกคนอายุระหว่าง 13-64 ปี โดยใช้เลือดหรือน้ำลายสำหรับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ผู้หญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองสำหรับเอชไอวี โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคหนองในเทียมและซิฟิลิส ได้ถูกใช้ตรวจทั่วไปสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งแรก สำหรับการตรวจคัดกรองหนองในและไวรัสตับอักเสบซีจะถูกแนะนำให้ตรวจในกรณีการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงของการติดเชื้อ

ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป การตรวจ pap test เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับปากมดลูก รวมทั้งการอักเสบ และมะเร็ง ซึ่งอาจเป็นผลจากเชื้อไวรัสเอชพีวี มีคำแนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 21 ปีและทุก 3 ปี นอกจากนี้มีคำแนะนำตามการมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 21 ปีควรตรวจภายใน3 ปีหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก.

รศ. นท. ดร. สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
คลินิกสุขภาพชาย โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

ที่มา: เดลินิวส์ 11 กรกฎาคม 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (6)

 

อย่างที่บอกไปแล้วในสัปดาห์ก่อนว่า โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้ปฏิบัติเป็นประจำในทางการแพทย์ แต่มีข้อยกเว้น และได้อธิบายไปแล้ว 3 กรณี สัปดาห์นี้มาว่ากันต่อกับกรณี

ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 25 ปีที่มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำแล้ว ควรได้รับการตรวจเชื้อหนองในแท้และเทียม โดยตรวจจากปัสสาวะหรือของเหลวในช่องคลอด

ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ด้วยกัน เมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มชายรักร่วมเพศมีโอกาสเสี่ยงสูงสำหรับโรคติดต่อทางเพศ บางคนของกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศเป็นประจำทุกปี การตรวจประจำได้แก่โรคเอชไอวี ซิฟิลิส หนองในเทียม และหนองในแท้ บางครั้งแนะนำให้ตรวจไวรัสตับอักเสบบีด้วย

ผู้ป่วยโรคเอชไอวี จะมีโอกาสเสี่ยงสูงสำหรับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ผู้มีประสบการณ์ได้แนะนำตรวจซิฟิลิส หนองในเทียม หนองในแท้ และโรคเริม สำหรับโรคเอชไอวี ผู้ป่วยหญิงเอชไอวีอาจพัฒนามีมะเร็งปากช่องคลอด ดังนั้นควรได้รับการตรวจ แปป เทสต์ (pap test) สองครั้งต่อปี

ภาวะแทรกซ้อน

การรักษาแบบทันทีช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้บางโรค เพราะผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่มีอาการ การตรวจคัดกรองสำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีความสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่อาจพบได้คือมีแผลตามตัว มีแผลที่อวัยวะเพศเกิดขึ้นใหม่ มีผื่นขึ้นตามตัว มีอาการปวดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ลูกอัณฑะปวด บวม แดง ร้อน ปวดอุ้งเชิงกราน ตาอักเสบ ข้ออักเสบ เป็นหมัน มะเร็งปากมดลูก

การรักษาและยา

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ แต่สำหรับเชื้อไวรัสนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้แต่สามารถจัดการได้ ถ้ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์ ควรเข้ารับการรักษาทันทีเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไปสู่ทารก

ยาปฏิชีวนะ การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมักจะเป็นการรับประทานครั้งเดียว สามารถรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรียและปรสิต ได้แก่ หนองในแท้ ซิฟิลิส หนองในเทียม และการติดเชื้อทางช่องคลอด นอกจากนี้มีการรักษาหนองในแท้และหนองในเทียมในเวลาเดียวกันเพราะการติดเชื้อทั้งสองมักพบพร้อมกัน

ยาต้านไวรัส อาจเป็นโรคเริมใหม่อีกสองถึงสามครั้งเมื่อรับประทานยากดไวรัส แต่ยังคงสามารถถ่ายทอดโรคเริมไปสู่คู่นอนได้ สำหรับโรคไวรัสเอชไอวี ถ้ารับประทานยาต้านไวรัสได้เร็วเท่าใดก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากเพิ่มขึ้น เช่นถ้าได้รับประทานยาต้านเชื้อเอชไอวีเป็นเวลา 28 วัน เมื่อทราบว่าได้รับเชื้อมา ก็อาจมีโอกาสหลีกเลี่ยงผลเลือดเอชไอวีเป็นบวก.

รศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

 

ที่มา: เดลินิวส์ 18 กรกฎาคม 2555

.

Related link:

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ Siamhealth.net

โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ภก.เชิดเกียรติ  แกล้วกสิกิจ

โรคเอดส์ หรือ AIDS (Acquired Immuno Deficiency Syndrome) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก

สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
88/21 ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร. 0-2590-3289, 0-2590-3291 โทรสาร 0-2590-3289

http://www.aidsthai.org

คลีนิคนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
ที่อยู่ : เลขที่ 104 ถนนราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ : 02-2564107, 02-2564108, 02-2564109  โทรสาร : 02-2547577
อีเมล์ : aids@trcarc.org

http://www.trcarc.org/

หรือ

http://www.redcross.or.th/old/service/medical_clinicaids.php

คลีนิคนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย มีบริการให้คำปรึกษา ให้ความรู้ และการบริการตรวจหาเชื้อเอดส์ โดยการบริการดังกล่าวท่านสามารถใช้บริการได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชน ณ โรงพยาบาลของรัฐ หรือศูนย์บริการสาธารณสุข ท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมที่คลีนิคนิรนาม โทร.0-22564107-9 ต่อ 200 ในวันเวลาราชการ

Sexually Transmitted Diseases (STDs) Centers for Disease Control and Prevention   1600 Clifton Rd. Atlanta, GA 30333, USA

Sexually transmitted diseases (STDs)  Mayo Foundation for Medical Education and Research

Sexually transmitted infections (STIs) NHS Choices

HIV and AIDS  NHS Choices

ภาพโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

This slideshow requires JavaScript.

Advertisements