ควานหามะเร็งต่อมน้ำเหลือง แค่เช็คสุขภาพไม่พอ

คนเรามี ‘ระบบน้ำเหลือง’ เป็นส่วนหนึ่งของภูมิคุ้มกันที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย อาจอยู่ในรูปของต่อมน้ำเหลือง มีลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลือง ในนั้นจะมีเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซด์ ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค

เมื่อเอ่ยถึงระบบน้ำเหลืองแล้ว มุมสุขภาพ มีข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบหรือต่อมน้ำเหลืองได้ อย่าง‘มะเร็งต่อมน้ำเหลือง’ ซึ่ง ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ประธานชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย เล่าถึงโรคดังกล่าวว่า

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีต้นกำเนิดมาจากต่อมน้ำเหลือง หรือเนื้อเยื่อน้ำเหลือง ที่มีภาวะเจริญเติบโตมากเกินไปในระบบน้ำเหลือง แบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ คือ ชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin lymphoma) แต่ละปีพบมีผู้ป่วย 62,000 คนทั่วโลก ส่วนอีกชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin lymphoma) พบได้มากกว่าชนิดแรกถึง 8 เท่า แถมนอนฮอดจ์กินยังมีแยกย่อยเป็นชนิดบีเซลล์ และทีเซลล์ โดยทีเซลล์ร้ายแรงและรักษายากกว่า แต่ในภาพรวมแล้ว ทุกปีจะมีคนทั่วโลกเสียชีวิตจากชนิดนอนฮอดจ์กินเกินกว่า 2.86 แสนราย

นอกจากนี้ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง พบป่วยในเพศชายมากกว่าหญิงเล็กน้อย ตามสัดส่วน 1:1.5 ชาวเอเชียพบป่วยในอัตราส่วน 1-7 รายต่อประชากรแสนคน ยังถือว่าชุกน้อยกว่าทวีปอื่น หากดูเฉพาะในบ้านเรามักพบโรคเกิดกับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

โรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์สามารถระบุกลุ่มเสี่ยงได้ อาทิ ผู้ที่ป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคเอดส์ การปลูกถ่ายไขกระดูก โรคภูมิแพ้ตนเอง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคไทรอยด์อักเสบฮาชิโมโต้ หรือผู้ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง อาทิ เกษตรกร ช่างก่อสร้าง นักเคมี คนงานโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตยาง โรงงานกระดาษ ช่างทาสี และวิสัญญีแพทย์ เป็นต้น

สิ่งที่น่ากลัวสำหรับโรคนี้ คือ ไม่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพทั่วไป หรือแม้แต่การตรวจเลือด เว้นแต่จะมีอาการเผยออกมาแล้ว ทำให้การป้องกันทำได้ยาก แต่ก็สามารถสังเกตอาการได้จากการพบก้อนเนื้อที่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่คอ รักแร้หรือขาหนีบ ต่อมทอนซิลหรือต่อมน้ำเหลืองบวมโต และอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการคันทั่วร่างกาย หรือมีอาการของความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง เช่น กรณีพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในระบบประสาท อาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ อาเจียน ความจำเสื่อม

อย่างไรก็ตาม ยังนับว่าเป็นโชคดีของผู้ป่วยโรคนี้ เพราะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถรักษาให้หายขาดได้ถึงร้อยละ 50-60 ในส่วนของวิธีรักษามีทั้งยาเคมีบำบัด ซึ่งให้ผลดีที่สุด ทั้งยังมีการใช้แอนติบอดี้กรณีป่วยแบบนอนฮอดจ์กินชนิดบีเซลล์ มีการฉายรังสีรักษาหากพบก้อนขนาดใหญ่ ให้เคมีบำบัดแล้วไม่ดีเท่าที่ควร หรือเกิดในสมอง โพรงจมูก ช่องทรวงอก อัณฑะ และอีกวิธีคือเปลี่ยนถ่ายสเต็มเซลล์กรณีไม่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด หรือกลับมาป่วยซ้ำ

ด้าน ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ บุญวรเศรษฐ์ สาขาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยถึงผลการรักษาพบว่า จากสถิติที่ผ่านมาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมีโอกาสหายขาดได้ถึงร้อยละ 50 หากได้รับการรักษาและดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายที่พอเหมาะ การมาพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญการดูแลจิตใจให้เข็มแข็ง เพราะส่วนมากเมื่อผู้ป่วยทราบว่าเป็นโรคมะเร็งมักจะรู้สึกท้อแท้และซึมเศร้า และอาจทำให้อาการลุกลามมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ญาติของผู้ป่วยจึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยได้อีกทางหนึ่ง

ดังนั้น หากสงสัยว่าเข้าข่ายป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยการตัดต่อน้ำเหลืองหรือชิ้นเนื้อที่สงสัยไปตรวจทางพยาธิวิทยา ร่วมกับการตรวจเลือด ตรวจไขกระดูก และการตรวจทางรังสี เช่น เอ็กซเรย์ แบบซีทีสแกน และแบบเอ็มอาร์ไอ.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา: เดลินิวส์ 18 กันยายน 2555

Advertisements