เตือน 3 สารอันตรายจาก ‘ควันธูป’ สูดดมเสี่ยงมะเร็ง

thairath140121_001กรมอนามัย เตือนอันตรายจากการสูดดมควันธูปสะสมนานๆ อาจเสี่ยงได้รับ 3 สารก่อมะเร็ง แนะนำให้จุดธูปในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และดับให้สนิทเพื่อป้องกันไฟไหม้ พร้อมย้ำเด็กเล็กป่วยโรคภูมิแพ้ เลี่ยงสูดดม…

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 57 ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจุดธูปจำนวนมากๆ แต่ละครั้ง ธูปที่เผาไหม้จะปล่อยฝุ่นละอองและสารมลพิษออกมามากมาย ซึ่งมีสารบางชนิดที่อาจเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะสารเบนซีน, 1, 3 บิวทาไดอีน และเบนโซเอไพรีน เป็นสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการเผาไหม้ของกาว ขี้เลื่อยและน้ำหอมในธูป สารดังกล่าวสามารถก่อมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ในควันธูปยังมีสารมลพิษอีกหลายชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตาและระบบทางเดินหายใจ เช่น ตาแห้ง แสบตา น้ำตาไหล ระคายเคืองจมูก จาม ไอ ระคายคอ หายใจลำบาก และยังทำให้ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า ง่วงนอน และหมดสติได้หากสูดดมระยะเวลายาวนาน

“การป้องกันตนเองและบุคคลรอบข้างเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ จึงควรหลีกเลี่ยงการจุดธูปในบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเทหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ห้องแอร์ ห้องที่ไม่มีประตูหน้าต่าง ใช้ธูปขนาดสั้นแทนธูปขนาดยาว เพื่อให้เกิดควันในระยะเวลาที่สั้นกว่า สำหรับศาลเจ้า ควรตั้งกระถางธูปไว้นอกอาคารหรือในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก และเมื่อเสร็จพิธีการควรดับหรือเก็บธูปให้เร็วขึ้น เพื่อป้องกันอันตรายและเสี่ยงเกิดไฟไหม้ ที่มีสาเหตุจากความประมาทได้ ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในศาสนสถาน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันธูปเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่อง และหลังการสัมผัสควันธูปควรล้างมือ ล้างหน้าล้างตาให้บ่อยขึ้น” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ทั้งนี้ ดร.นพ.พรเทพ ยังกล่าวอีกว่า กลุ่มเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หอบหืด ภูมิแพ้ ถุงลมปอด นับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก เนื่องจากโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อับทึบ ชื้น มีเชื้อรา หรือฝุ่นละออง ซึ่งเป็นสารกระตุ้นให้เด็กเกิดอาการแพ้ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือสูดดมควันธูป หากไม่สามารถเลี่ยงได้ให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัย ปิดปากและจมูก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการพักผ่อนหรือนอนหลับบริเวณที่มีการจุดธูป และหมั่นทำความสะอาดบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองจากควันธูปที่อาจตกค้างได้

ที่มา: ไทยรัฐ 21 มกราคม 2557

ลัดวงจร-ไหม้-ดูด!!! ‘ไฟฟ้าฤดูฝน’ ‘อันตราย’ อยู่ใกล้ตัว

dailynews130612_001ปกติเรา ๆ ท่าน ๆ มักจะได้ยินการเตือนให้ระวังภัย ’ไฟไหม้“ ในช่วงฤดูร้อน-ฤดูหนาว ที่อากาศร้อนจัด-อากาศแห้ง แต่กับฤดูฝนนี่ก็ใช่ว่าภัยไฟไหม้จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งฤดูฝนในไทยปีนี้ก็มีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นบ่อยมาก และการสันนิษฐานเบื้องต้นถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ที่ได้ยินกันเป็นประจำเลยก็คือ ’ไฟฟ้าลัดวงจร“

’กระแสไฟฟ้า“ ในช่วงฤดูฝนนี่ยิ่งต้องระวังให้ดี

ทั้งกรณีทำให้ไฟไหม้ และกรณี ’ไฟฟ้าดูดตาย“

“อุบัติภัยจากไฟฟ้าดูด และไฟไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เป็นภัยใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะหากไม่รู้วิธีป้องกัน วิธีใช้งานที่ถูกต้อง”…นี่เป็นส่วนหนึ่งจากการระบุของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งกับการที่จะปลอดภัยจาก “อุบัติภัยกระแสไฟฟ้า” ก็ต้องเริ่มที่ “ไม่ประมาท”

เมื่อไม่ประมาทแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย โดยกรณี “ป้องกันไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร” คำแนะนำโดยสังเขปคือ…ต้องตรวจสอบสายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยอยู่เสมอ เลือกใช้สายไฟฟ้าให้เหมาะกับปริมาณการใช้ไฟฟ้า ไม่เดินสายไฟฟ้าใกล้แหล่งความร้อน หรือใกล้บริเวณที่มีของหนักวางทับ เพราะจะทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าชำรุด ส่งผลให้ไฟฟ้ารั่วไหล และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้

นอกจากนี้ ต้องหมั่นตรวจสอบสายไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกบ้าน ภายนอกอาคาร ใต้ฝ้าเพดาน หรือฝาผนัง ซึ่งเป็นจุดที่สามารถชำรุดได้ง่าย และหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นก็จะยากต่อการสังเกตเห็น

และอาคาร หรือบ้านเรือนหลังใด หากฟิวส์ขาดบ่อยครั้ง หรือพบว่าสายไฟเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ  มีความร้อนผิดปกติ หรือมีเสียงดัง ขณะใช้ไฟ ต้องรีบให้ช่างผู้ชำนาญมาตรวจซ่อม เพื่อป้องกันไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร

กับ การใช้เครื่องไฟฟ้าต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องระมัดระวังการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนไฟไหม้ ซึ่งคำแนะนำก็เช่น…ไม่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าติดต่อกันเป็นเวลานานมากเกินไป โดยเฉพาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีส่วนประกอบของมอเตอร์ เช่น พัดลม เป็นต้น และต้องระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทที่ให้ความร้อน เช่น เตารีด เตาไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า กระติกน้ำร้อน เพราะอาจเกิดความร้อนสะสมจนทำให้เกิดไฟไหม้ได้

ปลั๊กไฟ ก็ไม่ควรเสียบค้างไว้เป็นเวลานาน ไม่ควรเสียบปลั๊กไว้หลายอันในเต้าเสียบเดียวกัน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนทำให้เกิดไฟไหม้ ต้องถอดปลั๊กไฟ รวมถึงปิดสวิตช์ไฟหลังใช้งาน

’ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง“ คือหัวใจสำคัญ

และจะให้ดีก็ ’ควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้“ ด้วย

ในส่วนของอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้ ที่สำคัญคือเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติที่แผงสวิตช์ควบคุมไฟ ขณะที่การมีถังดับเพลิงเคมีไว้ในจุดที่หยิบใช้งานสะดวกหากเกิดไฟไหม้ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกรณีไฟไหม้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าและถังดับเพลิงนี่ก็ต้องหมั่นตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

ทั้งนี้ จากกรณีป้องกันไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร ต่อด้วยกรณี “ป้องกันไฟฟ้าดูด” ซึ่งมีคำแนะนำโดยสังเขปคือ…เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ชัดเจนเรื่องคุณภาพซึ่งอาจทำให้ได้รับอันตรายจากการใช้งานได้ และอย่านำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในสภาพชำรุดมาใช้งานอย่างเด็ดขาด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกบ้านหรือติดตั้งบริเวณที่เปียกชื้นก็ควรมีฝาครอบปิดอย่างมิดชิดปลอดภัย เพื่อช่วยป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลจนทำให้ไฟฟ้าดูด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

น้ำ น้ำฝน เป็นสื่อนำไฟฟ้า หากมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลจะเสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าดูด ห้ามใช้และสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ตัวเปียกชื้นหรือยืนอยู่บนพื้นที่ชื้นแฉะ และการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบการทำงานเกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น กระติกน้ำร้อน หม้อหุงข้าว เหล่านี้ต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ ควรศึกษาการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าจากคู่มือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ห้ามซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตนเอง เพราะอาจเกิดข้อผิดพลาดจนทำให้ไฟฟ้าดูดได้ อีกทั้งควรใช้ฝาครอบปลั๊กไฟ หรือใช้ปลั๊กที่มีช่องเสียบแบบหมุน เพื่อป้องกันเด็กนำนิ้วไปแหย่จนทำให้ถูกไฟฟ้าดูด

’ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระวัง“ จะไม่เสี่ยงถูกไฟดูด

และ ’ควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟดูด“ เป็นอีกตัวช่วย

เครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ นี่ก็เป็นตัวช่วยในการป้องกันไฟดูดเช่นเดียวกับกรณีไฟไหม้ ซึ่งเครื่องที่มีสภาพพร้อมใช้งานจะตัดไฟฟ้ากรณีมีไฟรั่วหรือไฟช็อต นอกจากนี้ ควร ต้องติดตั้งสายดินกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะ เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ไมโครเวฟ ซึ่งจะช่วยป้องกันการถูกไฟฟ้าดูด’ไฟฟ้าลัดวงจรจนไฟไหม้-ไฟฟ้าดูด“…อันตราย

ในช่วง ’ฤดูฝน…อันตรายนี้อาจยิ่งอยู่ใกล้ตัว“

’อย่าลืมกลัว“…มิฉะนั้นอาจจะสายเกิน!!!!!.

ที่มา : เดลินิวส์  12 มิถุนายน 2556