เลี้ยงลูกด้วยนมแม่พ้นสมองเสื่อม

thairath130809_001มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของตนเอง จะได้คุณประโยชน์ รอดพ้นจากโรคสมองเสื่อม และยิ่งเลี้ยงลูกด้วยเลือดในอกยิ่งนานก็จะยิ่งหนีห่างโรคอันน่าหวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้น

วารสารวิชาการ “โรคสมองเสื่อม” รายงานว่า การ เลี้ยงลูกด้วยนมมารดายังช่วยให้อานุภาพของอินซูลินซึ่งลดน้อยลงเมื่อตอนตั้งครรภ์กลับฟื้นคืนขึ้นใหม่ ซึ่งสาเหตุของโรคสมองเสื่อมอันหนึ่งก็เกิดจากการดื้อต่ออินซูลินในสมอง

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ศึกษาจากข้อมูล ที่รวบรวมจากกลุ่มสตรีอังกฤษกลุ่มหนึ่ง ถึงความสัมพันธ์ ของการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดากับความเสี่ยงกับโรค สมองเสื่อม

หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า โรคสมองเสื่อมเป็นโรคแพร่หลายที่สุดในโลกอย่างหนึ่ง ประมาณกันว่ามีผู้ป่วยมากถึง 35,600,000 คน “เราเชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีผู้ป่วยตามชาติที่มีรายได้ต่ำและปานกลางต่างๆกันมากขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหายุทธวิธีที่สิ้นเปลืองน้อยและเกิดผลกว้างไกล เพื่อป้องกันประชาชน จากโรคอันเป็นการล้างผลาญอันนี้”

ก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนม มารดาช่วยคุ้มครองแม่ให้รอดพ้นจากโรคบางอย่างได้.

ที่มา : ไทยรัฐ 9 สิงหาคม 2556

.

Related Article :

.

(Breastfeeding | Flickr)  Breastfeeding for up to one year has been found to improve intelligence and development in children.

(Breastfeeding | Flickr) Breastfeeding for up to one year has been found to improve intelligence and development in children.

Breastfeeding Reduces Alzheimer’s Risk — For Mothers

By Jonathan Weiss | Aug 5, 2013
Alzheimer’s disease is a terrible condition marked by the progressive loss of memory and ability to perform daily tasks. The buildup of short protein peptides, known as beta amyloid, is thought to cause the memory-robbing disease, but the initiating factor of the accumulation is unknown. Moreover, it is in dispute as to whether the accumulation itself is the cause of the disease. Scientists and doctors know little as to what can help stave off the disease. But, in looking at correlations between the disease and various factors, a research group in the UK has found a link between breastfeeding and a woman’s Alzheimer’s risk.

The research, published in the Journal of Alzheimer’s Disease, details a study in which 81 women were observed to have a lower risk of the disease if they had breastfed infants. Women who had no history of dementia in their families saw the best benefit, while those with a family history of dementia saw a decreased benefit. Because breastfeeding would be an easy and cheap way to prevent Alzheimer’s in women, this is already seen as a possible prophylactic in women, particularly for those in developing countries.

“Alzheimer’s is the world’s most common cognitive disorder and it already affects 35.6 million people. In the future, we expect it to spread most in low and middle-income countries. So it is vital that we develop low-cost, large-scale strategies to protect people against this devastating disease,” the study’s lead author Dr. Molly Fox, from the Department of Biological Anthropology at the University of Cambridge, said in a press release.

The study opens up some interesting questions about Alzheimer’s disease. It is known that Alzheimer’s is characterized by insulin resistance in the brain, with some scientists calling it type 3 diabetes. Breastfeeding restores insulin tolerance in women who typically become insulin-resistant during pregnancy, which can result in gestational diabetes.

Three main conclusions were garnered from the study:

  • Women who breastfed exhibited a reduced Alzheimer’s disease risk, compared with women who did not breastfeed.
  • Longer breastfeeding history was significantly associated with a lower Alzheimer’s risk.
  • Women who had a higher ratio of total months pregnant during their lives to total months breastfeeding had a higher Alzheimer’s risk.

“Women who spent more time pregnant without a compensatory phase of breastfeeding therefore may have more impaired glucose tolerance, which is consistent with our observation that those women have an increased risk of Alzheimer’s disease,” Fox concluded.

Source: Fox M, Berzuini C, Knapp L. Maternal Breastfeeding History and Alzheimer’s Disease Risk. Journal of Alzheimer’s Disease. 2013.

SOURCE : www.medicaldaily.com

ฮือฮา ผลวิจัยอ้าง”แปรงฟันบ่อย เป็นผลดีต่อสมอง” ป้องกัน”ความจำเสื่อม”!

Credit : virginiagarberding.authorweblog.com

Credit : virginiagarberding.authorweblog.com

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่า ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล แลงเคสเชียร์ อ้างว่า การแปรงฟันบ่อยจะเป็นผลดีต่อสมอง เพราะสามารถป้องกันภาวะความจำเสื่อมได้

รายงานระบุว่า การแปรงฟันให้ขาวทุกวันไม่เพียงแต่จะมีโอกาสที่จะช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งช่องปาก, โรคหัวใจ และการเป็นเบาหวานเท่านั้น แต่ยังจะช่วยป้องกันให้คนเราไม่กลายเป็นคนความจำเสื่อม สาเหตุเพราะการแปรงฟันจะป้องกันเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคปาก ไม่ให้เข้าถึงสมอง และทำลายระบบศูนย์กลางของสมอง ทำให้เกิดภาวะเซลล์สมองเสื่อม และสูญเสียความทรงจำได้ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เชื้่อโรคในช่องปากสามารถสร้างปฏิกิริยาห่วงโซ่ในคนเราที่นำไปสู่ภาวะความจำเสื่อม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า เชื้อโรคทำให้เกิดการเป็นอัลไซเมอร์ แต่เชื้อโรคน่าจะทำให้โรคที่เป็นอยู่แย่หนักขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ในทุกๆ วัน เชื้อโรคจะเข้าไปสู่กระแสเลือดผ่านกิจกรรมต่างๆ ของคนเรา เช่น การกิน และการเคี้ยว ขณะที่ผลวิจัยนี้มุ่งเพื่อค้นหาว่าเชื้อโรคสามารถกลายเป็น “ตัวแปร” ในการทำให้คนเราอาจกลายเป็นโรคความจำเสื่อม ผ่านการทดสอบทางเลือด เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงที่คนเราจะพัฒนาไปสู่ภาวะอัลไซเมอร์ โดยผลสำรวจพบว่าจากการศึกษาผู้สูงวัยจำนวน 5,500 ราย ที่แปรงฟันน้อยกว่า 1 ครั้งต่อวัน มีโอกาสที่จะกลายเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าคนที่แปรงฟัน 3 ครั้งต่อวัน ถึง 65 เปอร์เซนต์

ที่มา : มติชน 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

.

Related Article:

.

Credit : metro.co.uk Brushing your teeth regularly could stop you developing dementia (Picture: Alamy)

Credit : metro.co.uk
Brushing your teeth regularly could stop you developing dementia (Picture: Alamy)

Brushing teeth regularly ‘could help prevent dementia’

By Hayden Smith

Tuesday 30 Jul 2013

Mum really does knows best – when you were nagged to brush your teeth as a child, she was looking after your health and memory, it seems.

Cleaning your pearly whites every day and night not only may prevent cancer, heart disease and diabetes… it may also stop you from developing dementia.

That’s because bugs that cause gum disease can reach the brain and destroy neurons, leading to nerve cell damage confusion and possible memory loss, a new study shows.

Scientists discovered that brain tissue from people with dementia was infected with a bacterium – porphyromonas gingivalis – usually associated with poor oral hygiene.

Prof StJohn Crean, dean of dentistry at the University of Central Lancashire, said: ‘The bacteria could be a trigger that sets off a chain reaction in people pre-disposed to dementia. We are not saying this bacteria causes Alzheimer’s, but it is likely it could make the existing disease condition worse.’

Scientists say the bacteria enters the bloodstream through everyday activities such as eating and chewing – but especially after invasive dental treatment.

They aim to discover if the bacteria can be used as a marker – via a simple blood test – to determine a patient’s risk of developing Alzheimer’s disease.

The discovery adds to a growing body of evidence that suggests a link between gum disease and dementia.

A recent study of 5,500 elderly people found those who brushed their teeth less than once a day were 65 per cent more likely to develop dementia than those who brushed three times a day.

SOURCE : metro.co.uk

กินอาหารขยะมากไปเสี่ยงอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ถือเป็นปัญหาร้ายแรงทางการแพทย์ในยุคสมัยปัจจุบัน และแพทย์ยังไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างชัดเจนว่าอัลไซเมอร์เกิดขึ้นได้อย่างไร และวิธีใดเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโรคเบาหวานแบบที่ 2 กับโรคอัลไซเมอร์มีความเชื่อมโยงกันมาก จนบางครั้งก็เรียกโรคอัลไซเมอร์ว่าเป็นโรคเบาหวานสมอง หรือโรคเบาหวานแบบที่ 3 เลยทีเดียว ทฤษฎีดังกล่าวสร้างความหวังว่า ยารักษาโรคเบาหวานอาจช่วยให้กระบวนการเกิดโรคสมองเสื่อมช้าลง หรือหยุดไปได้

เป็นที่รู้กันดีว่าการกินอาหารขยะที่มีส่วนประกอบของไขมัน, น้ำตาลและแป้งสูงมากเกินไป จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และทำให้ร่างกายต้องผลิตฮอร์โมนอินซูลินสูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อจัดการกับปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด

การเพิ่มขึ้นของน้ำตาลและอินซูลินในกระแสเลือด จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดที่ส่งเลือดเลี้ยงไปหัวใจและแขน ขา ซึ่งอาจนำไปสู่อาการตาบอดและการสูญเสียแขนขาได้

ระดับฮอร์โมนอินซูลินที่สูงขึ้นยังส่งผลกระทบต่อสมองของคนเราด้วย ผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อสมองมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน โดยมันยังช่วยปกป้องเซลล์และช่วยสร้างความทรงจำ

แต่ปัจจัยสำคัญของโรคเบาหวาน หรืออาจรวมถึงโรคอัลไซเมอร์ก็คือ การต่อต้านอินซูลินนี้

โดยปกติแล้วอินซูลินจะเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้เป็นไขมัน แล้วจึงจัดเก็บไขมันไว้ในกล้ามเนื้อและตับ แต่ถ้าทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำ เช่น เค้กและขนมปัง จะทำให้อินซูลินต้องทำงานหนักขึ้น จนถึงจุดหนึ่ง กล้ามเนื้อและตับจะเริ่มต่อต้านการทำงานของอินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายผลิตอินซูลินมากขึ้นไปอีกเพื่อให้กล้ามเนื้อและตับตอบสนอง และนี่อาจส่งผลกระทบต่อสมองได้

อินซูลินมีอีกหน้าที่ในการช่วยให้ระบบทางเดินโลหิตในสมองทำงานได้ดี และช่วยให้เซลล์สมองดูดซับน้ำตาล ที่เซลล์สมองจำเป็นต้องใช้ในการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ อินซูลินยังมีส่วนในการสร้างสารเคมีที่คอยส่งสัญญาณให้ผ่านไปทั่วสมองด้วย
เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของอินซูลินจนเกิดภาวะต่อต้านอินซูลิน การทำงานที่สัมพันธ์กันระหว่างเซลล์สมองกับอินซูลินจะจบลง และส่งผลให้สมองเสียหายในที่สุด
ผลศึกษาหลายชิ้นยังพบว่า การเพิ่มขึ้นของอินซูลินเกี่ยวโยงกับการเกิดคราบโปรตีนในน้ำไขสันหลัง ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาอีกชิ้นของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่พบว่า นอกจากปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้ระดับอินซูลินสูงตามไปด้วยแล้ว น้ำตาลยังสามารถทำลายสมองได้โดยตรงด้วย

ผลการวิจัยนี้เผยว่า หนูที่กินน้ำตาลฟรักโทสมากๆ สมองของมันจะลดการทำงานลง ทั้งด้านการเรียนรู้และการสร้างความจำ

อย่างไรก็ดี ความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างโรคอัลไซเมอร์และโรคเบาหวาน ก็อาจเป็นข่าวดีที่เราอาจใช้ยารักษาโรคเบาหวานมาใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยยารักษาโรคเบาหวานอาจช่วยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีอาการดีขึ้น หรืออาจยั้งอาการไม่ให้แย่ลงได้

ผลการทดสอบเมื่อปีที่แล้วที่ให้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ทดลองใช้สเปร์ยอินซูลินพ่นทางจมูก พบว่า ผู้ป่วยมีความจำที่ดีขึ้น นอกจากนี้การวิจัยยารักษาเบาหวานขนานใหม่ที่ชื่อว่า GLP-1 ก็พบว่าช่วยชะลออาการสมองเสื่อมในหนูได้

นักวิจัยยังคงศึกษาต่อไปถึงความเชื่อมโยงระหว่างอัลไซเมอร์และเบาหวาน ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของวงการแพทย์ในการเอาชนะทั้งสองโรคร้ายนี้

สำหรับเราๆ การค้นพบครั้งนี้ก็คงจะเป็นแรงบันดาลใจได้มาก ให้ลด ละ เลิกอาหารขยะเสีย เพื่อป้องกันตัวเองจากทั้งอัลไซเมอร์และเบาหวาน.

 

ที่มา: ไทยโพสต์  6 พฤศจิกายน 2555

.

Related Article:

.

If you constantly eat high glycaemic foods, such as cakes and white bread, this pushes up the amount of sugar in your blood

Could eating too much junk food give you Alzheimer’s?

By JEROME BURNE

PUBLISHED: 23:50 GMT, 29 October 2012

 

Alzheimer’s is one of the major medical problems of our age.

A ghastly disease that condemns millions to years of confusion and fear, it also threatens to bankrupt our health system — yet doctors don’t really know what causes it, or how to treat it effectively.

But could that be about to change?

Scientists increasingly believe Alzheimer’s is linked to type 2 diabetes — so closely linked, in fact, it’s even being called ‘brain diabetes’ or type 3 diabetes.

This surprising new theory holds out hope that treatments already available for diabetes may also be able to help dementia sufferers, slowing down or stopping the progression of the disease.

When it comes to type 2 diabetes, there’s no mystery about what’s behind the soaring rates — eating too much, especially junk food that’s packed with sugar, refined carbohydrates and fat.

 

This leads to damagingly high levels of sugar in the blood and high levels of insulin needed to clear it away.

The rising levels of glucose and insulin affect the blood vessels of the heart and extremities, potentially leading to blindness and amputations.

But it seems raised insulin levels also affect the brain.

Recent research has found this hormone plays a much more important role in the brain than once thought — protecting cells and helping to lay down memories.

The key to diabetes, and very possibly to Alzheimer’s, is insulin resistance.

This is when your body becomes so used to extra insulin in the bloodstream that it needs more and more to have the same effect.

If you constantly eat high glycaemic foods, such as cakes and white bread, this pushes up the amount of sugar in your blood.

Insulin has to work overtime, turning glucose into fat and sweeping it into storage.

 

Gradually, things start to go wrong.

The favourite storage areas — fat cells, muscles and the liver — start to reject insulin’s fat deliveries.

Your body has to keep making more insulin to make the normal store areas respond.

This is turning out to be especially damaging in the brain.

Insulin is so important to the proper function of the brain that it makes its own supplies.

The hormone keeps the brain’s blood vessels healthy and also helps brain cells (neurons) absorb the sugar they need to function.

This allows them to change in response to learning and to lay down memories.

The hormone is also involved in making some of the chemicals that pass messages around the brain.

But if glucose levels keep shooting up after meals, insulin resistance kicks in, and the relationship between neurons and insulin starts to break down — and the brain suffers damage.

For instance, insulin resistance is being linked with formation of the plaques — deposits of damaged protein —  that are a classic sign of Alzheimer’s.

In a study at Brown University in the U.S., when insulin supply in rats’ brains was blocked — mimicking the effects of insulin resistance — the animals became disoriented and plaques appeared in their brain cells.

The effects of raised sugar are not limited to rats.

Last year, a small study from the U.S. Department of Veteran Affairs looked at healthy volunteers who had been on a junk-food diet for only four weeks.

They had a raised level of the markers for plaque in their spinal fluid.

Scientists are still finding out what happens when insulin levels in the brain rise.

‘But we know it is much more important than we thought,’ says Professor Jennie Brand-Miller, a biochemist at the University of Sydney and world authority on insulin (she helped develop the glycaemic index).

High levels of insulin could also be having a damaging effect on neurons, she says.

‘This is because insulin comes partnered with another hormone, amylin, which makes the same sort of plaques as those found in the brains of dementia patients, except in the pancreas.

‘It could be contributing to plaque formation in the brain.’

High sugar levels don’t just push up insulin — they can also damage the brain directly.

Last May, researchers at the University of California showed for the first time that eating high levels of fructose, the concentrated sweetener found in many processed foods, reduced brain function in rats.

‘A high fructose diet over the long term alters your ability to learn and remember information,’ says research leader, Fernandez Gomez-Pinilla, a professor of neurosurgery.

Earlier this year, an Australian team scanned the brains of 300 older people who didn’t have dementia.

The brains of those with diabetes shrank up to two-and-a-half times faster than normal.

This shrinking occurred most in the frontal lobe that controls many functions damaged by Alzheimer’s — decision-making, emotional control and long-term memory.

What makes the theory linking type 2 diabetes and Alzheimer’s so convincing is that both are increasing at similar rates.

In other words, it’s very likely the same process is behind the two.

The key to diabetes, and very possibly to Alzheimer’s, is insulin resistance

Dr Suzanne de la Monte, a neuropathologist at Brown University, says: ‘Before 1980, there was little overlap between Alzheimer’s and diabetes.

‘In fact, until then diabetes rates had been declining.’

Then something changed.

‘In every age group, the death rate from both diseases in 2005 is much higher than in 1980.

‘I believe Alzheimer’s starts with insulin resistance,’ says Dr de la Monte.

If, indeed, the links between diabetes, insulin and Alzheimer’s stand up, the good news is that it will give us more treatment options.

Drugs already used to treat diabetes might benefit Alzheimer’s patients or even stop the disease developing.

As it happens, it’s not the usual diabetes drugs — such as metformin — that may help.

‘So far, giving the older insulin drugs to Alzheimer’s patients hasn’t proved effective,’ says Dr Callum Sutherland, a specialist in insulin action at Dundee University.

The latest approach, in fact, is to boost insulin levels in the brain directly.

A small-scale trial last year found that dementia patients’ memories improved after nasal sprays of insulin.

A larger trial on 240 patients with early signs of dementia is under way at Washington University, in Seattle, to see if it can slow the disease down.

Research with a new type of diabetes drug, known as GLP-1, is promising.

It slows down brain damage in mice with dementia.

Of course, the insulin theory also gives us even more incentive to eat a diet that keeps refined carbohydrates to a minimum.

There is still work to be done to understand all the  connections, as not everyone with diabetes develops Alzheimer’s and vice versa, says Dr Sutherland.

But finding out exactly how this link works could mark a turning point in the fight against this dreadful disease.

SOURCE: dailymail.co.uk