การสูบบุหรี่แต่เช้าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายจากควันบุหรี่

voathai130418_001บุหรี่มีผลเสียต่อสุขภาพแต่ผลการวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่ายิ่งสูบบุหรี่แต่เช้า ผลเสียต่อสุขภาพจะยิ่งรุนแรงขึ้น

องค์การอนามัยโลกรายงานว่าบุหรี่ยังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคร้ายต่างๆ แม้ว่าจะสามารถป้องกันได้ก็ตาม ทางองค์การอนามัยโลกประมาณว่ามีคนเสียชีวิตจากโรคต่างๆจากการสูบบุหรี่ถึงปีละหกล้านรายทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นคนในประเทศรายได้ปานกลางและรายได้น้อย  

ล่าสุด ทีมนักวิจัยอเมริกันที่ Penn State University ทำการศึกษาสุขภาพของสิงห์รมควันที่จุดสูบบุหรี่สูบหลังตื่นนอนตอนเช้าเป็นประจำทุกวัน ทีมนักวิจัยชี้ว่าผู้สูบบุหรี่กลุ่มนี้เสี่ยงมากขึ้นต่อโรคมะเร็งปอดและมะเร็งในปาก

คุณสตีเว่น แบรนสทีทเทอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านชีวประสาทสุขภาพกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าการวิจัยถึงช่วงเวลาของแต่ละวันที่คุณจุดบุหรี่มวนเเรกขึ้นสูบ เป็นตัวช่วยวัดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากบุหรี่ได้ หากคุณจุดบุหรี่ขึ้นสูบทันทีหลังจากตื่นนอนก็แสดงว่าคุณติดสารนิโคตินอย่างมาก นิสัยการสูบบุหรี่ตั้งแต่เช้านี้เป็นตัวชี้ที่ดีถึงระดับความสาหัสของการติดบุหรี่ของแต่ละคน วัดได้ดีกว่าการนับจำนวนบุหรี่ที่สูบทั้งหมดในแต่ละวันเสียอีก

คุณแบรนสทีทเทอร์กับศาสตราจารย์โจชัว มุสเเคท ผู้ร่วมงานวิจัย คิดว่าพวกเขารู้สาเหตุว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น คุณแบรนสทีทเท่อร์กล่าวว่าหากคุณสูบบุหรี่เป็นอย่างแรกหลังจากตื่นนอนตอนเช้า คุณจะอัดควันบุหรี่เข้าไปลึกเต็มปอดและอาจดูุดบุหรี่ถี่กว่าปกติจนหมดทั้งมวนเพราะความอยากบุหรี่

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการอัดควันบุหรี่เข้าไปจนเต็มปอด การกักควันบุหรี่เอาไว้ในปอดนานขึ้นและการดูดบุหรี่แต่ละมวนมากครั้งกว่าปกติ ล้วนทำให้ปอดได้รับสารพิษจากควันบุหรี่มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะสารเคมีที่มาจากนิโคตินที่เรียกว่า ไนโตรซามีน (nitrosamine) หรือสาร NNK

คุณแบรนสทีทเท่อร์กล่าวว่าสารเคมี NNK ตัวนี้ก่อให้เกิดมะเร็งได้ หลังจากที่ร่างกายดูดซึมสารเคมีนี้เข้าไป จะกลายสภาพเป็นสาร NNAL นักวิจัยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้าจะมีระดับของสารตัวนี้สูงมาก

คุณแบรนสทีทเท่อร์กล่าวว่าหากมีสารเคมีตัวนี้ในร่างกายปริมาณสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งแต่ทีมนักวิจัยยังไม่รู้ว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนหรือมีวิธีลดความเสี่ยงนี้หรือไม่ เขากล่าวว่าทีมงานยังอยู่ในช่วงต้นของการศึกษาวิจัย แต่พวกเขาพบว่าหากพบสารเคมี NNAL ในปัสสาวะ ก็แสดงว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากขึ้น

ผลการศึกษานี้มาจากการประมวลข้อมูลจากการศึกษาผู้สูบบุหรี่สองพันคน ราวสามสิบเปอร์เซ็นต์ของผู้สูบบุหรี่เหล่านี้บอกว่าเริ่มสูบบุหรี่มวนแรกของวันในช่วงห้านาทีหลังตื่นนอน อีก 30 เปอร์เซ็นต์บอกว่าสูบบุหรี่มวนแรกภายในช่วง 6 ถึง 30นาทีหลังจากตื่นนอน

คุณแบรนสทีทเท่อร์กล่าวว่าการเลื่อนเวลาจุดบุหรี่มวนแรกออกไปหลังจากตื่นนอนไม่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดลงแต่อย่างใด เขากล่าวว่าการสูบบุหรี่แต่เช้าแสดงว่าคุณติดสารนิโคตินอย่างหนักและมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดสูง

ในขั้นต่อไปของการศึกษา ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเพนสเตทยูนิเวอร์ซิตี้จะใช้อุปกรณ์ช่วยวัดปริมาณควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่ในการศึกษาดูดเข้าปอดจากการสูบบุหรี่ตลอดทั้งวัน ไม่เฉพาะเวลาใดเลาหนึ่งของวัน

Joe De Capua

18.04.2013

ที่มา : www.voathai.com

.

Related Article :

.

voanews130402_001

When a Smoker Lights Up May Increase Risk

Joe DeCapua
Last updated on: April 02, 2013

The health risks of cigarette smoking are well known, such as cancer, emphysema and cardiovascular disease. But new research shows that when you smoke can make it even more risky.

Tobacco remains the leading cause of preventable death, according to the World Health Organization. It estimates six million people die every year from smoking-related illnesses, most in low and middle income countries.

A new study looks at smokers, who light-up right after waking up each morning. Penn State University researchers say those smokers are more likely to develop lung or oral cancer.

“For a lot of years, one of the ways people had been assessing nicotine dependence was through a measure called the Fagerstrom Test of Nicotine Dependence. It was about eight to ten items and one of those items was how soon after waking you smoke your first cigarette — one of the very best indicators of dependence. Even more so interestingly than the actual number of cigarettes somebody smokes per day,” said Steven Branstetter, an assistant professor of biobehavioral health.

He and his colleague, Professor Joshua Muscat, think they know why.

“What we theorize is happening is that it’s really an indicator of how people go about smoking their cigarettes. And what I mean by that is people who are smoking first thing in the morning inhale deeper. They probably have more puffs per cigarette. So, it’s really an indicator of how people go about smoking, probably moreso than anything else that we’re looking at,” he said.

Inhaling more deeply, holding smoke within the lungs longer and taking more puffs, greatly increases exposure to all toxins.

“But most importantly,” said Branstetter, “what we found is they’re getting exposure to a nicotine-specific nitrosamine or carcinogen.

That’s something that can cause cancer. Branstetter says the carcinogen in question is called NNK. As the body metabolizes it a substance called NNAL is produced. That’s found in high-levels in people who smoke immediately after waking up.

“Having a reasonably high presence of it increases the risk. How much? We’re not sure yet. [Are] there things that people do that modify that risk? We’re not sure about that yet either. We’re still relatively early in that phase of our research. But we do know that when we find it there in the urine it does indicate some increased risk of lung cancer,” he said.

The study’s findings are based on data from nearly 2000 adult smokers. More than 30 percent said they smoked their first cigarette within five minutes of waking. Nearly the same amount said they took their first puff within 6 to 30 minutes of waking up.

Branstetter said, “Some people have asked should I just smoke later in the day. Would that help it? And the answer is I don’t think it’s going to help anything right now. People are never really aware of how dependent they themselves are. The recommendation might be if you’re a smoker, notice how soon after you wake up that you smoke your first cigarette. That is going to be a pretty good indicator of your level of not only potential, later on risk for lung cancer, but it’s a pretty good indicator of how dependent on nicotine you actually are.”

The Penn State University researchers say the next step is to give smokers devices that scientifically measure how deeply they inhale when they smoke throughout the day.

The findings appear in the March 29th issue of the journal Cancer, Epidemiology, Biomarkers and Prevention.

SOURCE : www.voanews.com

เตือนผู้หญิงอยากสวย สารยืดเส้นผมก่อมะเร็ง

Credit : groupon.hk

Credit : groupon.hk

คุณสุภาพสตรีที่อยากมีผมตรงสลวยคงต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น หากคิดจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาสรรพคุณว่าทำให้ผมยืดตรงขึ้น เพราะปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประเภทนี้กำลังถูกจับตาในสหรัฐว่าเจือปนสารก่อมะเร็ง

สมาชิกสภาคองเกรส 3 คนจากพรรคเดโมแครต ประกอบด้วย เอ็ดเวิร์ด มาร์คีย์ ส.ส.แมสซาชูเซตส์, แจน ชาโควสกี ส.ส.อิลลินอยส์ และเอิร์ล บลูมนอเออร์ ส.ส.ออริกอน ร่วมกันทำหนังสือถึงคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อกลางเดือนธันวาคม เพื่อแสดงความเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้บริโภคจากการใช้ผลิตภัณฑ์ยืดเส้นผม ซึ่งรวมถึงยี่ห้อดังอย่าง บราซิลเลียนโบลว์เอาต์ ด้วย

หนังสือถึงเอฟดีเอเรียกร้องให้หน่วยงานนี้ปกป้องสุขภาพของสาธารณชนมากขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ว่ามีระดับของฟอร์มาลดีไฮด์ หรือฟอร์มาลีน ที่เป็นสารก่อมะเร็งในระดับสูง และเอฟดีเอเองก็เคยได้รับคำร้องเรียนมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งกรณีการเกิดปัญหากับระบบประสาท เช่น เวียนศีรษะ, ปัญหาทางเดินหายใจ, คลื่นไส้, เจ็บหน้าอก, อาเจียนและเป็นผื่นคัน

ปีที่แล้ว ส.ส.ทั้งสามก็เคยยื่นเรื่องต่อเอฟดีเอมาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อขอให้เอฟดีเอทบทวนความอันตรายของฟอร์มาลีนในผลิตภัณฑ์จำพวกนี้ และออกคำแนะนำให้เจ้าของผลิตภัณฑ์เรียกคืนสินค้าโดยสมัครใจ ซึ่งเอฟดีเอก็รับเรื่องโดยส่งหนังสือเตือนถึงบริษัทผู้ผลิต อันรวมถึงบริษัท จีไอบี เจ้าของผลิตภัณฑ์บราซิลเลียนโบลว์เอาต์ ที่แม้จะทำตลาดกับช่างเสริมสวยมืออาชีพเป็นหลัก แต่ก็มีวางขายทางออนไลน์ และตัวแทนขายปลีกที่ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อมาใช้ได้เอง

กรณีของบราซิลเลียนโบลว์เอาต์ เอฟดีเอเตือนไปว่าผลิตภัณฑ์นี้ “มีสิ่งเจือปน” และ “ปลอมฉลาก” เนื่องจากมีระดับฟอร์มาลดีไฮด์สูง ทั้งๆ ที่โฆษณาสรรพคุณว่าปลอดจากฟอร์มาลดีไฮด์ คำเตือนสั่งให้จีไอบีแก้ไขปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ดี หนังสือของ ส.ส.ทั้งสามรายชี้ว่า แม้จะมีหนังสือเตือนจากเอฟดีเอ แต่จีไอบียังคงเพิกเฉย ไม่แก้ไขสูตรของผลิตภัณฑ์ ส่วนเอฟดีเอก็ไม่ดำเนินการใดๆ ปล่อยให้ผู้ประกอบอาชีพในร้านเสริมสวยและผู้บริโภคจำนวนมากต้องเสี่ยงต่อการรับสารก่อมะเร็งชนิดนี้ต่อไป

“เอฟดีเอควรดำเนินการห้ามการขายผลิตภัณฑ์ยืดเส้นผมที่อาจมีสารก่อมะเร็งโดยทันที และควรประเมินต่อไปด้วยว่าควรห้ามการใช้ฟอร์มาลดีไฮด์ในผลิตภัณฑ์ยืดเส้นผมทั้งหมดเลยหรือไม่” มาร์คีย์กล่าวในแถลงการณ์

จีไอบีเคยถูกฟ้องเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ และข้อตกลงระงับคดีก็สั่งให้จีไอบีติดคำเตือนบนฉลากว่าผลิตภัณฑ์ของตนก่อก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ได้ระหว่างการใช้งาน

อันตรายของสารชนิดนี้ในผลิตภัณฑ์ยืดผมยี่ห้อดังกล่าว ทำให้แคนาดา, ไอร์แลนด์และออสเตรเลีย สั่งห้ามขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.

ที่มา : ไทยโพสต์ 25 ธันวาคม 2555

.

Related Link:

.

Hair-Straightening Products Dangerous, US Reps Say

By Rachael Rettner, MyHealthNewsDaily Staff Writer | LiveScience.com – Wed, Dec 12, 2012

The Food and Drug Administration (FDA) should do more to protect the public from the health risks of hair straightening products, representatives of Congress said today.

Three representatives — Edward Markey (D-Mass.), Jan Schakowsky (D-Ill.), and Earl Blumenauer (D-Ore.) — sent a letter to the FDA today expressing their concerns over the products, which include the Brazilian Blowout.

These products contain unsafe levels of formaldehyde, a known carcinogen, the letter said. The FDA has previously received complaints that the products cause adverse reactions, including nervous system problems such as headaches, respiratory tract problems, nausea, chest pain, vomiting and rashes.

The representatives first voiced their concerns to the FDA last year, and asked the agency to issue a voluntary recall of the products and review the health risks of formaldehyde.

Following this request, the FDA sent a warning letter to GIB LLC, which makes Brazilian Blowout, stating the products were “adulterated” and “misbranded.” The products contain high levels of formaldehyde despite labels that describe them as formaldehyde-free, the FDA said. The agency asked GIB LLC to take quick action to correct its violations.

But since the warning was issued, the company has not reformulated its products, nor has the FDA taken further action, today’s letter from the representatives said.

“The FDA’s inaction on this matter is putting the health of thousands of salon workers and consumers at risk of dangerous formaldehyde exposure,” the representatives wrote.

“The FDA should immediately take action to stop the sale of these potentially carcinogenic hair straightening products, and continue to evaluate whether to ban formaldehyde from hair straighteners altogether,” Markey said in a statement.

A lawsuit settlement in January required GIB LLC to put warning labels on its products saying they can release formaldehyde gas upon application. Its Brazilian Blowout product has already been banned in Canada, Ireland and Australia.

While the Brazilian Blowout is marketed for use by salon professionals, it may also be used by the general public because it is sold online at and beauty retailers, the FDA says.