ยาแก้หย่อนสมรรถภาพขนานใหม่ ทำขึ้นจากพิษแมงมุมตัวร้ายกาจ

เป็นยาที่สังเคราะห์ขึ้นจากพิษของแมงมุมบราซิลชนิดหนึ่ง เมื่อใครถูกกัดจะเจ็บปวดจนร้องลั่นบ้าน และหากเป็นบุรุษเพศ ยังจะเกิดอาการกล่องดวงใจแข็งเกร็ง พร้อมทั้งปวดทรมานอีกด้วย หมอโรงพยาบาลที่รักษาคนไข้ชายเห็นเข้า จึงเกิดความคิดเอามาทำเป็นยาขึ้น

ยานี้ได้ทดลองกับหนูทดลอง ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน เห็นผลมาแล้ว และเมื่อลองทดลองกับหนูแก่บ้าง ก็ปรากฏว่ามันช่วยให้หนูเฒ่า กลับคึกคักขึ้นอีกได้

นักวิจัยคีเนีย นันส์ มหาวิทยาลัยสาธารณสุขศาสตร์จอร์เจียเปิดเผยว่า ยาขนานนี้ออกฤทธิ์ ด้วยวิธีต่างออกไปจากยาประเภทเดียวกัน เช่น ยาไวอากร้าและ เลวิตรา มันดุเหมือนจะไปกระตุ้นให้เกิดการขับก๊าซไนตริกออกไซด์ อันเป็นก๊าซปราศจากสีชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณทำให้กล้ามเนื้อเรียบหย่อนคลายลงโดยตรง

วารสาร “แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ” ออนไลน์ รายงานว่า ขณะนี้นักวิจัยเตรียมจะทดลองกับคนต่อไป ที่ห่วงอยู่ก็คือจะเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาเท่านั้น.

ที่มา: ไทยรัฐ 13 กันยายน 2555

.

Related Articles:

.

Erection aid? A species of wandering spider found in the Peruvian rainforest.
CREDIT: Dr. Morley Read, Shutterstock

New Spin on Erectile Dysfunction Drugs: Spider Toxin
Stephanie Pappas, LiveScience Senior Writer
Date: 07 September 2012 Time: 12:23 PM ET

A toxin synthesized from the venom of a spider may offer an alternative to today’s erectile dysfunction drugs, a new study suggests.

The toxin, unpoetically named PnTx2-6, comes from the bite of the Brazilian wandering spider (Phoneutria nigriventer). In humans, a bite from a wandering spider is very painful. What’s more, male victims may find themselves with priapism, or unrelenting and painful erection. It was this symptom, turning up in emergency rooms after spider bites in Brazil, that first alerted researchers to the potential of PnTx2-6 as an erectile dysfunction (ED) drug.

The toxin has been shown to improve erections in rats with hypertension and diabetes; now, researchers have tested it in aging mice and found that the toxin is effective in reversing age-related ED as well.

“It’s working in aging, which is a natural process,” study researcher Kenia Nunes, a physiologist at Georgia Health Sciences University, told LiveScience. “It’s not just in disease.” [10 Wild Facts About the Male Body]

Viagra, Levitra and other ED drugs on the market work by inhibiting an enzyme called PDE5. To get an erection, a man’s body must release nitric oxide, which relaxes the smooth muscle around the arteries of the penis, allowing for his blood vessels to dilate. The nitric oxide is a first step in a series of chemical reactions that allow this muscle relaxation to take place. One step in the series is cGMP, a signaling molecule that acts to keep the muscles relaxed. PDE5 degrades cGMP. That’s a good thing for ensuring that erections don’t last forever, but too much PDE5 can mean an erection doesn’t happen at all. By blocking the enzyme, PDE5 inhibitors solve the problem.

The spider toxin works differently. Instead of affecting PDE5, the compound seems to trigger nitric oxide release, acting directly to relax the smooth muscles. Because about 30 percent of patients don’t respond to PDE5 inhibitors, the toxin could provide an alternative to ED treatments currently on the market, Nunes said.

In the new study, published online Aug. 23 in the Journal of Sexual Medicine, Nunes and her colleagues injected aging and young rats with the toxin extracted from the spider venom. They found that the toxin reversed age-related erectile dysfunction, offering hope that the toxin could eventually move out of animal testing and into human use. The toxin has not yet been tested in humans.

The researchers have since developed a synthetic version of the toxin. The next step, Nunes said, is to make sure that the compound doesn’t have any nasty effects beyond its intended purpose.

“Side effects are the next big hurdle,” she said.

SOURCES:  livescience.com

Advertisements

ปัญหาชายมะเขือเผา

นับเป็นข่าวดีสำหรับ ชายมะเขือเผา นกเขาไม่ขัน หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เพราะทาง นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ออกมาให้ข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ได้ขึ้นทะเบียนยารักษาอีดีกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะผลิตออกมาจำหน่ายราคาเม็ดละ 25 บาท  และ 45 บาทในอีกไม่ช้า ระหว่างนี้เรามาทำความรู้จักกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศกันดีกว่า

ศ.นพ.วชิร คชการ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ แพทย์สาขาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ” ภาษาอังกฤษเรียกว่า “อีเร็คไทล์ ดิสฟังชั่น” หรืออีดี เป็นภาวะความผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่ง คนไข้อาจมี “โรคทางกาย” ซ่อนอยู่  เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การเจ็บป่วยเรื้อรังอื่น ๆ การได้รับอุบัติเหตุ หรือโรคบางอย่างที่ทำให้เส้นประสาทถูกทำลาย

อีดีอาจมีสาเหตุมาจาก “การได้รับยาบางอย่าง” เช่น ยาลดความดันบางตัว ยารักษาโรคทางจิตใจบางตัว ยารักษาโรคระบบปัสสาวะบางตัว

อีกสาเหตุที่สำคัญคือ “ปัญหาด้านจิตใจ” สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการมีเพศสัมพันธ์ มีคนไข้มากพอสมควรโดยเฉพาะคนหนุ่มที่ไม่ได้เจ็บป่วย แต่สภาพร่างกาย สภาพจิตใจไม่พร้อม และเกิดปัญหานี้

ในชายไทยอายุ 40-70 ปี พบอีดีประมาณ 40%  สถานการณ์ในต่างประเทศก็ใกล้เคียงกัน ส่วนคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี พบน้อย โดยอาจมีสาเหตุมาจากจิตใจมากกว่าโรคทางกาย

อาการคือ อวัยวะเพศไม่แข็ง นิ่ม อ่อนปวกเปียก หรือแข็งแต่ไม่แข็งพอที่จะสอดใส่ได้

คนที่สมรรถภาพทางเพศปกติดี จู่ ๆ ไม่ดีขึ้นมา เป็นข้อบ่งชี้ว่าร่างกายไม่ปกติ ควรไปตรวจหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แพทย์จะทำการซักประวัติว่าเป็นมานานแค่ไหน เป็นลักษณะเฉียบพลันหรือค่อยเป็นค่อยไป จู่ ๆ ใช้การไม่ได้ขึ้นมา สันนิษฐานว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นมากกว่าด้านร่างกาย เพราะถ้าด้านร่างกายจะค่อยเป็นค่อยไป ทีละเล็กละน้อย เคยแข็งดีก็แข็งน้อยลง เคยมีเพศสัมพันธ์ได้บ่อยก็ลดน้อยลงหรือห่างออกไป

การรักษาด้วยยาซิลเดนาฟิลจะทำให้การแข็งตัวดีขึ้น แต่กระบวนการแข็งตัวต้องอาศัยทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิมคือ ต้องมีการกระตุ้นทางเพศ การเล้าโลม มิใช่ทานยาแล้วสั่งได้ เพราะไม่ได้เป็นยาปลุกเซ็กซ์

หลายคนใช้ยาไม่เป็น ใช้พร่ำเพรื่อ ไม่ระมัดระวัง ใช้เกินขนาด ทานยาแล้วหวังให้มันแข็งตัว ความจริงแล้วอวัยวะเพศต้องแข็งอยู่บ้างนิดหน่อยแต่ไม่แข็งพอที่จะสอดใส่ได้ ยาจะช่วยทำให้การแข็งตัวดีขึ้น การใช้ยาเป็นวิธีการที่ง่าย  ต้องการมีเพศสัมพันธ์เมื่อใดก็ทานยาล่วงหน้าประมาณ 30-45 นาที ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ต้องทาน พออายุมากขึ้นเลิกสนใจเรื่องแบบนี้ก็ไม่ต้องใช้

ยาซิลเดนาฟิลใช้ง่ายก็จริงแต่ต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์ ก่อนใช้จึงควรมาพบแพทย์ก่อน เพราะการใช้ก็มีข้อห้าม ข้อจำกัด เช่น มีโรคประจำตัวบางอย่าง เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือทานยาบางชนิดอยู่ เช่น ยาลดความดัน ยาขยายหลอดเลือด เพราะยาอาจไปเสริมฤทธิ์ยาที่ใช้อยู่ทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้

ความจริงยากลุ่มนี้ คนไข้ไม่สามารถซื้อได้ทั่วไป แต่ก็มีการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย ที่บอกต้องมาพบแพทย์ เพราะต้องดูว่ามีข้อห้ามในการใช้ยาหรือไม่  มีความจำเป็นต้องใช้ยาหรือไม่ เพราะถ้าสาเหตุเกิดจากโรคทางกาย เมื่อรักษาโรคหายแล้วอาการจะดีขึ้น

ควรมาพบแพทย์เมื่อใด? ศ.นพ.วชิร กล่าวว่า เมื่อมีปัญหา คู่สมรสมีความต้องการอยู่ แต่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ จนเกิดปัญหาครอบครัว ในปัจจุบันพบว่าคนไข้กล้ามาพบแพทย์มากขึ้น แต่บางคนก็ไปหาซื้อยามาใช้เองโดยไม่ได้รับการตรวจคัดกรอง ก็มีความเสี่ยงเพราะไม่รู้ว่ายามีประสิทธิภาพหรือไม่ เป็นยาจริงหรือยาปลอม ถึงแม้จะเป็นยาจริงแต่ก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

มีความเห็นอย่างไรที่ อย.จะผลิตยาราคาถูกออกมาจำหน่าย ศ.นพ.วชิร กล่าวว่า ในแง่ค่าใช้จ่ายของคนที่ต้องใช้ยานี้คงประหยัดพอสมควร แต่ต้องมีการควบคุมให้ดี เพราะเมื่อยาราคาถูกการเข้าถึงง่าย การใช้อาจขาดความระมัดระวังและมีปัญหาตามมาได้  ถ้าแพทย์ไม่มีความรู้เกี่ยวกับยา ใช้ไม่ถูกต้อง ก็เป็นการสิ้นเปลืองและเกิดความเสี่ยง  ดังนั้นต้องควบคุมให้ดี ให้มีการใช้ที่ถูกต้อง ไม่ใช้พร่ำเพรื่อโดยไม่มีข้อบ่งชี้

โดยส่วนตัวยังเห็นว่าการใช้ต้องมีใบสั่งแพทย์อยู่ อย่างน้อยคนที่มีปัญหาควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองว่ามีโรคอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ต้องใช้ยาก็รักษาด้วยวิธีการอื่น การใช้ยาต้องระมัดระวัง ดูว่าคนไข้ทานยาตัวอื่นอยู่ก่อนหรือไม่

บางคนทานยานี้ไม่ถูกวิธี แทนที่จะทานตอนท้องว่างมีความเป็นกรดในกระเพาะอาหารสูง แต่ไปทานหลังทานข้าวอิ่มใหม่ ๆ หรือทานพร้อมกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาก็ไม่ออกฤทธิ์ทำให้ต้องทานซ้ำ พอใช้ยาไม่ถูกวิธีมันก็ไม่ได้ผล

คนที่มาพบแพทย์เคยกินยากลุ่มนี้มาก่อนหรือไม่? ศ.นพ.วชิร กล่าวว่า บางคนไม่กล้าใช้เลย แต่บางคนก็ใช้ แต่ส่วนที่เคยใช้อาจจะไม่ใช่ยากลุ่มนี้ แต่เป็นยาพื้นบ้าน ยาสมุนไพร เช่น กระชายดำ หรือยาที่มีการโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ

ท้ายนี้ขอย้ำว่าถ้ามีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ควรมาพบแพทย์ เพราะอาจมีโรคบางอย่างซ่อนอยู่ และอาจทำให้เกิดอันตรายในภายภาคหน้า จะได้รับการรักษาก่อน อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันไม่ให้โรคนั้นลุกลาม.

นวพรรษ บุญชาญ รายงาน

 

ที่มา: เดลินิวส์ 9 กันยายน 2555

เป็นโรคผิวหนังเป็น โรคสะเก็ดเงิน โดนโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศซ้ำ

นักวิจัยทางการแพทย์ของไต้หวัน พบสาเหตุซึ่งบีบหัวใจผู้ชายทั้งหลายว่า ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินอันเนื่องจากอาการแพ้ของผิวหนัง จะเสี่ยงกับการเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศสูงขึ้น

รายงานผลการศึกษาในวารสารวิชาการ “การแพทย์ทางเพศ” ได้ชี้แจงว่า แม้จะได้ศึกษากับผู้ป่วยโรคหย่อนสมรรถภาพจำนวนหลายพันคน  แต่ก็ยังไม่อาจลงความเห็นได้ว่า โรคสะเก็ดเงินเป็นสาเหตุทั้งหมดหรือไม่ หัวหน้าวิจัยของมหาวิทยาลัยแพทย์ไทเป ได้แต่กล่าวว่า “โรคสะเก็ดเงินเกี่ยวพันกับอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศอย่างแน่นอน”

เป็นที่ทราบกันดีว่า มีโรคเรื้อรังหลายโรค อย่างเช่น โรคหัวใจ และเบาหวาน มีส่วนทำให้ต้องเสี่ยงกับโรคหย่อนสมรรถภาพสูงขึ้น อาจเป็นเพราะหลอดเลือดและประสาทต่างๆ ทำงานหย่อนยานลงไป

นักวิจัยได้พบในการศึกษาหนนี้ว่า มีผู้เป็นโรค “นกเขาไม่ขัน” ที่เคยเป็นโรคสะเก็ดเงินมาก่อนมากถึงร้อยละ 11.

ที่มา: ไทยรัฐ 16 กุมภาพันธ์ 2555

Related link:

Taiwanese study links eczema to impotence

Men who have the allergic skin condition eczema may have a higher risk of erectile dysfunction than other men, according to a Taiwanese study.

Though the study of several thousand men with erectile dysfunction, which appeared in the Journal of Sexual Medicine, addressed a link, researchers said more study is needed and it is still too soon to confirm that eczema alone can cause impotence.

“There was an association between ED and prior atopic dermatitis,” wrote lead researcher Shiu-Dong Chung and colleagues at Taipei Medical University. Atopic dermatitis is the medical term for eczema.

“Future studies are recommended, both to replicate the results seen here and to clarify the mechanisms behind them.”

It’s well known that some chronic illnesses, such as heart disease and diabetes, are connected to a higher risk of erectile dysfunction, perhaps due to dysfunction in the blood vessels and nerves.

Some past studies have also found that men with certain inflammatory skin conditions, such as psoriasis, have a higher rate of erectile dysfunction than other men.

Chung and colleagues looked through insurance claims data on 3,997 men with newly diagnosed erectile dysfunction, and compared them with nearly 20,000 men the same age with no known history of erectile dysfunction.

Almost 11 percent of men with erectile dysfunction had eczema before the impotence diagnosis. By comparison, just under seven percent of men without erectile dysfunction had a history of eczema.

After the researchers weighed other factors, including health problems such as diabetes and heart disease, they found that men with erectile dysfunction were 60 percent more likely to have a history of eczema than men without ED.

What the findings mean is unclear.

One question is why skin diseases like eczema or psoriasis would be linked to erectile dysfunction. Chung’s team said it’s possible that the underlying inflammation of the diseases, which may affect blood vessels as well as the skin, is to blame.

Allergy expert Donald Leung, an allergist and immunologist at National Jewish Health in Denver, Colorado, said the results were “interesting” but the study had limitations.

One is that it relied on administrative claims, which may not be accurate. It was also not clear whether the men had eczema at the time of the erectile dysfunction diagnosis or at some point years earlier, said Leung, who did not take part in the study.

“More studies are needed to confirm that atopic dermatitis alone may be a cause of ED,” Leung told Reuters Health in an email, noting that any chronic health condition potentially creates emotional stress for a couple.

Chung and his team agreed, acknowledging that they had no information on the men’s lifestyle habits or family history, and some of those factors could help account for the connection between eczema and impotence.

Still, they suggested that doctors ask men with eczema about their sexual function, as part of “routine holistic care.”

SOURCE: http://bit.ly/yI9DBP

Association of Erectile Dysfunction with Atopic Dermatitis: A Population-Based Case-Control Study

Shiu-Dong Chung MD1,2,3, Joseph J. Keller MPH4, Herng-Ching Lin PhD3,*
Article first published online: 12 JAN 2012

ABSTRACT

Introduction.  Some studies have highlighted the high prevalence of erectile dysfunction (ED) in patients with dermatological diseases such as psoriasis, chronic hand eczema, and systemic sclerosis. However, to date, there is still no study that has explored the relationship between ED and atopic dermatitis (AD).

Aim.  Using a population-based data set, this case-control study aimed to examine the association of ED with prior AD by comparing the risk of prior AD between patients with ED and matched controls in Taiwan.

Methods.  This study used administrative claims data from the Taiwan National Health Insurance program. We identified 3,997 patients with newly diagnosed ED as cases and randomly selected 19,985 subjects without a history of ED as controls. Conditional logistic regression was used to calculate the odds ratio (OR) and corresponding 95% confidence interval (CI) for previously diagnosed AD between cases and controls.

Main Outcome Measure.  The prevalence and risk of having been previously diagnosed with AD between cases and controls were calculated.

Results.  Of the 23,982 sampled subjects, 1,758 (7.3%) had been previously diagnosed with AD; it was found among 425 (10.6%) cases and among 1,333 (6.7%) controls (P < 0.001). Conditional logistic regression analysis demonstrated that cases were more likely to have prior AD than controls (OR = 1.60, 95% CI = 1.42–1.80, P < 0.001) after adjusting for monthly income, geographic location, urbanization level, hypertension, diabetes, coronary heart disease, hyperlipidemia, obesity, and alcohol abuse/alcohol dependence syndrome.

Conclusions.  There was an association between ED and prior AD. We suggest that clinicians should be more attentive to sexual complaints from patients with AD. Chung S-D, Keller JJ, and Lin H-C. Association of erectile dysfunction with atopic dermatitis: A population-based case-control study. J Sex Med **;**:**–**.

sources: http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.1743-6109.2011.02587.x/abstract

Erectile Dysfunction, ED ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

Erectile Dysfunction / ปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของเพศชาย      

ถ้าปัญหาของคุณอยู่ที่การไม่ยอมแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอ ภาษาแพทย์เรียกปัญหา
นี้ว่า Erectile Dysfunction หรือ เรียกย่อๆว่า ED ซึ่งในภาษาไทยจะเรียกว่าภาวะหย่อนสมรรถภาพ
ทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากถึง 30 % ของหนุ่มอเมริกันทั้งหมด ส่วนหนุ่มไทยเราก็ไม่น้อยหน้า 
มีการประมาณกันว่าประมาณครึ่งหนึ่ง ของชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัว
โดยมีถึงสองในสาม ที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงรุนแรง ประมาณว่าในบ้านเรา มีผู้กำลังเผชิญกับโรค
ED มากกว่า 3 ล้านคน

กว่าจะใช้การได้
การที่อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวขึ้นได้นั้น ต้องมีหลายระบบทำงานร่วมประสานกัน เริ่มจากการมี
สิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศก่อน แล้วสมองก็จะส่งสัญญานไปยังอวัยวะเพศผ่านทางระบบ
ประสาททำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อควบคุมการไหลเวียนของเลือดเข้าอวัยวะเพศชาย ในขณะเดียวกัน
หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศจะขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้เลือดไหลมาคั่งอยู่ภายในอวัยวะเพศ
และเลือดก็ถูกกักไว้โดยเนื้อเยื่อรอบ ๆ เป็นผลให้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ถ้ามีอะไรก็ตามที่มาขัดขวาง
ขบวนการเหล่านี้ จะส่งผลให้เกิด ED ได้ทั้งสิ้น 

สาเหตุ และวิธีแก้ไข
ถ้าคุณมีปัญหานี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปหาหมอใกล้บ้านของคุณ หรือถ้าจะให้ดีก็หมอเฉพาะทาง
ของระบบทางเดินปัสสาวะ (Urologist) ทั้งนี้เพื่อค้นหาว่าอะไรที่เป็นต้นตอของปัญหาของคุณ แล้วจึง
เริ่มแก้ปัญหาไปตามลำดับขั้น โดยเริ่มจากวิธีที่สะดวก ง่าย และปลอดภัย ไปสู่วิธีที่ยาก และซับซ้อนขึ้นตามลำดับ

ผลจากการสำรวจชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปที่มีปัญหา(ED) การไม่แข็งตัว
ของอวัยวะเพศเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่

 โรคเบาหวาน-Diabetes มีโอกาสเกิด (ED) 70-75%
 โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง
 Hypertension
มีโอกาสเกิด (ED) 80-85%
 โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง
 และโรคหัวใจ Cardiovascular disease
มีโอกาสเกิด (ED) 95-100%


เนื่องจากสาเหตุของ ED มีมากมาย ตั้งแต่โรคของร่างกาย โรคของจิตใจ หรือแม้แต่ผลจากยา
บางชนิด หมอจึงต้องถามประวัติทางการแพทย์ของคุณอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติส่วนที่เกี่ยวข้อง
กับการมีเพศสัมพันธ์ของคุณ คำถามจะเจาะลึกมากจนคุณอาจจะต้องพาภรรยาของคุณมาด้วยเพื่อช่วยตอบ
เพื่อให้ได้รายละเอียดมาก และแม่นยำที่สุด พ้นจากการซักถามประวัติ หมอจะตรวจร่างกายของคุณ โดย
จะมีการตรวจอวัยวะเพศ และตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก มีการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ และอุจจาระ
หรืออาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติมอย่างอื่นเพื่อค้นหาสาเหตุเป็นพิเศษเฉพาะรายไป

ถ้าหากตรวจพบว่าคุณป่วยเป็นโรคทางกาย หมอจะรักษาโรคที่คุณป่วยนั้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรค
เบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การดื่มเหล้ามากเกินไป การกินยาลดความดันบางชนิด ซึ่งเมื่อหมอได้
แก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว ปัญหาเรื่องการแข็งตัวของคุณก็น่าจะหมดไป แต่ถ้าไอ้จู๋มันยังคงฟุบอยู่อย่างนั้น
คุณคงต้องเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปแล้ว

การดำเนินการขั้นต่อไปจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ว่าวิธีใดเหมาะสมกับคุณ จะใช้ยา
หรือวิธีการบำบัดต่างๆ การใช้ยา อาจจะจำเป็นในบางราย แต่ที่แน่ๆ ไม่ควรจะวินิจฉัยตัวเอง และซื้อยา
มาใช้เองเป็นอย่างยิ่ง แต่คุณก็ควรรู้จักยาที่คุณหมอส่วนใหญ่เลือกใช้รักษาไว้บ้าง เช่น 
ยา Sildenafil citrate ยานี้ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อเรียบของอวัยวะเพศ ทำให้มีเลือดมาเลี้ยงที่ภายใน
อวัยวะเพศมากขึ้นเมื่อมีสิ่งเร้าทางเพศ ส่งผลให้มันแข็งตัวได้ อาการข้างเคียงของยาก็พบได้หลายอย่าง 
เช่น หน้าแดง ปวดท้อง คัดจมูก ปวดหัวปวดกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไปก็มี 
ห้ามซื้อยากินเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องระวังมากในคนที่เป็นโรคหัวใจ…

ยา Alprostadil เป็นยาที่ไปเปิดหลอดเลือดให้เลือดมาเลี้ยงอวัยวะเพศเพิ่มขึ้น วิธีใช้ยาตัวนี้แปลกกว่า
ยาอื่นๆ คือต้องใช้โดยการฉีดเข้าไปในท่อปัสสาวะโดยตรง ผ่านท่อพลาสติกเล็กๆ ยานี้ใช้ได้ผลดีในผู้ที่
เป็นเบาหวาน และผู้ที่มีปัญหา ED จากการผ่าตัดในช่องเชิงกราน หรืออุบัติเหตุของไขสันหลัง อาการ
ข้างเคียงที่พบได้แก่ ความดันโลหิตลดต่ำเกินไป มึนศีรษะ เป็นลม อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป และอาจ
มีการระคายเคืองที่ช่องคลอดของหญิงได้ด้วย โดยจะมีอาการแสบๆ คันๆ ภายในช่องคลอด ยานี้ห้ามใช้
ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มในหลอดเลือด ยานี้มีมาในรูปครีมด้วย โดยใช้ทาลงบนปลายอวัยวะเพศ
ซึ่งให้ผลในลักษณะเดียวกับวิธีฉีดเข้าท่อปัสสาวะ

ฮอร์โมน มีการใช้ฮอร์โมนเพศเสริมในผู้ที่พบว่าปัญหา ED เกิดจากระดับฮอร์โมนเพศชายที่ต่ำเกินไป 
ฮอร์โมนเพศชายมีฤทธิ์เพิ่มความใคร่ในกามด้วย

อุปกรณ์สูญญากาศ เป็นท่อพลาสติกสำหรับใช้สวมอวัยวะเพศที่อ่อนตัว แล้วค่อยๆ ดูดลมออกทำให้ภายใน
ท่อเป็นสูญญากาศ ส่งผลให้มีเลือดไหลมายังอวัยวะเพศมากขึ้น จนอวัยวะเพศแข็งตัว เมื่อแข็งได้ที่แล้วก็ใช้
ห่วงยางรัดไว้ที่โคนของอวัยวะเพศไม่ให้เลือดไหลออก แล้วถอดท่อพลาสติกออกก็เป็นอันพร้อมใช้การได้
ทันที

อวัยวะเพศแบบฝัง ถ้าวิธีข้างต้นไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การฝังอวัยวะเพศเทียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่ง
แก้ปัญหาได้ แต่รายละเอียดเจาะลึกคงต้องไปคุยกับศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะแล้วล่ะครับ

ศัลยกรรมหลอดเลือด การผ่าตัดแก้ไขปัญหาของหลอดเลือดดำ และหลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศ
สามารถแก้ปัญหา ED ได้เช่นกัน แต่มีน้อยและจะใช้วิธีนี้ก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น

ปัญหาหลั่งเร็ว
สำหรับคุณที่มีปัญหาหลั่งเร็วก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะที่ว่าเร็วนั้น อาจเป็นเพราะคุณไปเอาหนังเอ็กซ์
มาเป็นมาตรฐาน ซึ่งดูเหมือนว่าพวกนั้นจะแสดงบทรักได้อึดจริงๆ ส่วนหนึ่งของปัญหาจึงอยู่ที่การตั้ง
มาตรฐานไว้สูงเกินจริง อีกสาเหตุหนึ่งคือขาดการฝึกฝนการร่วมรัก ลองปรึกษาหมอของคุณดู อย่างน้อย
ก็จะได้ผ่อนคลายความกังวล หรือหมออาจแนะนำให้คุณฝึกอะไรบางอย่างซึ่งจะช่วยให้คุณร่วมรักได้นานขึ้น

นอกจากนี้การทายาชาที่ปลายอวัยวะเพศแล้วสวมถุงยางทับอาจจะช่วยได้ดีทีเดียว แต่ข้อเสียคือ
ถ้าทามากอาจจะทำให้ชาจนหมดรส หรือจู๋ไปเลย และนอกจากนี้ยังมียาบางตัวที่มีฤทธิ์ชะลอการหลั่งน้ำกาม
ของฝ่ายชายได้ด้วย ซึ่งก็มีการนำมาใช้กันเพื่อช่วยผู้ที่มีปัญหานี้ 

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรจะรู้ไว้ประดับไอคิวเพศ คือว่า การแสดงความรักให้ฝ่ายหญิงเกิดความ
พึงพอใจจนถึงบางออร์ (กาสซึ่ม)ไม่จำเป็นต้องสอดใส่มากมาย อาจจะใช้อวัยวะอื่นเช่นลิ้น หรือนิ้วจุ่มน้ำลาย
ก็ได้ วิธีนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการหลั่งเร็วได้ดี แถมยังทำให้ฝ่ายตรงข้ามถึงบางออร์ (ที่ชายภูมิใจ) ได้หลายครั้ง
ด้วยถ้าจะทำ

ความใคร่ในกาม
ปัญหาทางเพศที่กล่าวถึงกันน้อยที่สุด คือ ปัญหาความต้องการทางเพศน้อยเกินไป ทั้งๆ ที่การจะมีเพศ
สัมพันธ์กันได้ต้องเริ่มจากการมีความต้องการทางเพศก่อน แล้วจึงเกิดการขันของน้องชายตามมาถ้า
อวัยวะเพศของคุณยังแข็งตัวได้แต่กลับไม่ได้มีความต้องการทางเพศมากนัก คุณควรคำนึงถึงปัญหาต่างๆ
ต่อไปนี้

ปัญหาสุขภาพทั่วไป โรคทุกชนิด ไม่ว่าเฉียบพลัน หรือเรื้อรังจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ 
ไม่ว่าจะเป็นเพียงไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการป่วยหนักๆ เช่น เป็นโรคหัวใจหรือมะเร็ง ในทางกลับกัน 
ถ้าคุณทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังและกินอาหารอย่างเหมาะสม ตลอดจนกินยา 
อย่างถูกต้องตามเวลา (ในกรณีที่คุณมีโรคประจำตัว) คุณย่อมจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น 
ฤทธิ์ของยา ไม่ว่าจะเป็นยาลดความดัน ยาคลายเครียด ยารักษาภาวะซึมเศร้า ล้วนแต่ลดความต้องการ 
ทางเพศได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยาเสพติดไม่ว่าจะเป็น เฮโรอีน โคเคน หรือกัญชา ก็ลดความต้องการทางเพศ 
เช่นกัน ถ้าปัญหาของคุณมีสาเหตุมาจากยา ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนหรือปรับยาให้เหมาะสม แต่คุณ 
คงต้องกล้าบอกหมอของคุณก่อนนะครับ 
ความเครียด ไม่ว่าจะมาจากเรื่องใด เรื่องแฟน เรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องเศรษฐกิจ ก็ล้วนแต่ 
่ลดความต้องการทางเพศของคุณลงได้ทั้งสิ้น แต่เมื่อคุณสามารถแก้ปัญหาที่มากวนใจเหล่านี้ได้ 
ความต้องการทางเพศก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม ถ้าคุณไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง ก็อาจลองพึ่งจิตแพทย์ 
ดูก็ดีนะครับ 
ความจำเจกับของเก่า ๆ ก็อาจจะเป็นสาเหตุของอย่างหนึ่ง ถ้าคุณเป็นอย่างนั้น ก็อาจจะใช้วิธีเปลี่ยน 
บรรยากาศ ใช้การกระตุ้นทางจักษุวิญญาณ เช่น การดูหนังโป๊เข้าช่วย สำหรับคนที่มีวุฒิภาวะทางเพศ 
เต็มที่แล้วหนังโป๊เป็นยาชูตัณหาชั้นเอก ไม่มีผลเสียข้างเคียง ดีกว่าความนาบชิดสนิทแนบกับคนใหม่ 
ที่เราอยากจะแอบอกอุ่น (ที่อาจจะมีผลข้างเคียงได้มาก ) 

กล้ารับความจริง
มีบ้างไหมที่คุณไม่ได้รู้สึกอยากเลย ไม่คิดที่จะมีอะไรๆ กับภรรยาของคุณเลย จะร่วมรักสักที
ก็แสนจะอึดอัด สับสน กังวลไปหมด ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เห็นจะมีปัญหาอย่างนี้เลย ถ้าเป็นอย่างนั้น ขั้นแรก
เลยที่คุณต้องทำคือยอมรับความจริงว่ามันเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้า
แล้วเดินหน้าไปปรึกษาหมอของคุณ ปัญหาของชายชาตรี ต้องแก้กันด้วยวิธีของชายชาตรี นั่นคือ แก้ที่ต้นตอ
ของปัญหา ก็มีแต่คุณ ภรรยาคุณ และหมอเท่านั้น ที่ช่วยกันแก้ปัญหานี้ได้ 

Data from: http://www.thailabonline.com/sexual-erectiledys.htm

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดย รศ. นพ. อนุพันธ์ ตันติวงศ์

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

รศ. นพ. อนุพันธ์ ตันติวงศ์
ภาควิชาศัลยศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เพศสัมพันธ์สำคัญไฉน
           เพศสัมพันธ์ของชายและหญิง โดยเฉพาะสามีและภรรยา เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญของชีวิตคู่ เป็นต้นกำเนิดของครอบครัว และก่อให้เกิดความรักและความผูกพันในกันและกัน

ถ้ามีปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ควรทำอย่างไร
           ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ หรือความบกพร่องทางเพศ คือภาวะที่ร่างกายและจิตใจไม่สามารถตอบสนองต่อการกระตุ้นทางเพศได้ตามปกติ ทำให้เกิดปัญหาในการร่วมเพศหรือการมีความสุขทางเพศ ปัจจุบันแพทย์มีวิธีตรวจวินิจฉัยรักษาและป้องกันปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นถ้ามีปัญหาควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย
อะไรที่เป็นความบกพร่อง

ความบกพร่องทางเพศของชายมี 3 ลักษณะ
1. ไม่มีความรู้สึกหรือความต้องการทางเพศ อาจเป็นเพราะอายุมากขึ้นหรือฮอร์โมนเพศต่ำ
2. อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งได้ไม่ดีพอ หรือไม่นานพอที่จะเกิดความพึงพอใจ ในเพศสัมพันธ์ มักเรียกว่าโรคหย่อนหรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ภาษาอังกฤษใช้ว่า Erectile Dysfunction หรือย่อว่า ED ED ถือว่าเป็นโรคพบได้บ่อยและพบมากขึ้นตามอายุ ผู้ชาย 1 ใน 2 คน จะเป็นโรคนี้ไม่มากก็น้อย
3. การหลั่งน้ำกามเร็ว พบได้บ่อยในคน สาเหตุเกิดจากจิตใจ

ตามธรรมชาติอวัยวะเพศแข็งตัวได้อย่างไร
           เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศจากสมองหรือประสาทสัมผัสต่าง ๆ ปลายประสาทที่อยู่ในอวัยวะเพศจะหลั่งสารบางอย่าง มีผลทำให้หลอดเลือดแดงภายในอวัยวะเพศขยายตัว เลือดแดงจะไหลเข้ามาในอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อพรุนคล้ายฟองน้ำมากขึ้น ทำให้อวัยวะเพศขยายโตและยาวขึ้น ขณะเดียวกันเลือดดำที่อยู่ขอบนอกจะถูกเบียดให้แฟบ ยิ่งทำให้เลือดมาคั่งในอวัยวะเพศ อวัยวะเพศจึงแข็งแตัวพร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้

เหตุใดจึงเกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
           สาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศมี 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ
1. เหตุทางกาย เกิดจากโรคหรือภาวะทางกายที่มีผลต่อระบบประสาท หรือระบบหลอดเลือดของอวัยวะเพศ หรือเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะเพศเอง
2. เหตุทางใจ เกิดจากโรคหรือภาวะทางจิตใจ ที่มีผลกระทบต่อการกระตุ้นทางเพศจากสมอง หรือประสาทสัมผัสเป็นสำคัญ เหตุทางกายมักพบในคนมีอายุ ส่วนเหตุทางใจมักพบในคนหนุ่ม อย่างไรก็ตามเหตุทางกายและใจมักเกิดร่วมกันได้เสมอ

ปัจจัยเสียงต่อการหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีอะไรบ้าง
1. โรคเรื้อรังทางระบบหลอดเลือดและประสาท เช่น โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบเป็นต้น
2. โรคระบบต่อมไร้ท่อ ที่สำคัญคือโรคเบาหวาน
3. โรคเกิดจากการผ่าตัด หรือภยันตรายต่าง ๆ เช่น การผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก หรือกระเพาะปัสสาวะ โรคของไขสันหลัง
4. โรคทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
5. บุหรี่และเหล้า
6. ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูงบางตัว ยากล่อมประสาท ยาฮอร์โมน และยาโรคกระเพาะเป็นต้น

“ถ้าหลีกเลี่ยงหรือกำจัด ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ สมรรถภาพทางเพศก็จะดีขึ้นได้”

 

รู้ได้อย่างไรว่าสมรรถภาพทางเพศหย่อน 
           การวินิจฉัยภาวะนี้ไม่ยาก คนเป็นเองก็รู้อยู่แก่ใจแล้ว แพทย์จะช่วยหาสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยการซักถามจากประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฎิบัติการง่าย ๆ ดังนั้นหน้าที่ของคนไข้คือบอกความจริงแก่แพทย์ให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศรักษาได้หรือไม่
รักษาได้แน่ เพราะปัจจุบันนี้มีวิธีรักษาหลายวิธี ตามความเหมาะสม และความต้องการของคนไข้แต่ละคน ได้แก่
1. การให้คำแนะนำปรึกษา ให้เข้าใจเหตุและผลของปัญหา การปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงหรือกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ
2. การใช้ยา ขณะนี้มียากินที่รักษาโรคนี้อย่างได้ผลดีพอควร กินง่าย ไม่ค่อยมีภาวะแทรกซ้อนแต่ก็มีข้อควรระวังและข้อห้ามใช้บางประการ อีกทั้งมีราคาแพง จึงควรใช้เมื่อจำเป็นและอย่างถูกต้อง ภายใต้การดูแลและแนะนำของแพทย์

ข้อควรรู้เกี่ยวกับยาไวอากร้า (VIAGRA) มีอะไรบ้าง
1. ใช้เฉพาะชายที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศเท่านั้น
2. ยานี้ได้ผลประมาณ 7 ใน 10 คน และไม่ช่วยให้พลังทางเพศสูงขึ้นแต่อย่างไร
3. ต้องใช้ให้ถูกวิธี เพราะมีอันตรายถึงตายได้ คนที่กินยากลุ่มไนเตรต เช่น ไอซอดิล (isordil) ไนโตรกลีเซอรีน (nitroglycerin) ห้ามใช้ยานี้เด็ดขาด
4. กินครั้งละ 1 เม็ด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ยาจะออกฤทธิ์ได้เมื่อมีการ กระตุ้นทางเพศเท่านั้น และจะใช้งานได้นานประมาณ 30 นาที
5. การกำจัดปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะเหล้าและบุหรี่ รวมทั้งการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความรักความผูกผันในครอบครัว จะทำให้ประสิทธิภาพของยาดีขึ้น และมีโอกาสเลิกหรือลดยาได้ในที่สุด
6. กระบอกสูญญากาศ เป็นกระบอกพลาสติกสวมครอบอวัยวะเพศ เมื่อดูดลมในกระบอกออกจนเป็นสูญญากาศ เลือดจะวิ่งเข้ามาในอวัยวะเพศแทน ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ แต่จะให้คงแข็งใช้งานต่อไปได้ หลังเอากระบอกออก ก็ต้องใช้ยางรัดที่โคนอวัยวะเพศ เพื่อกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกาย กระบอกนี้แม้จะราคาแพงประมาณ 3,000 – 10,000 บาท แต่ถ็ใช้ไปได้ตลอด จึงเป็นการประหยัดในระยะยาว และได้ผลกว้างขวางไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใด
7. ยาฉีด ใช้หลอดและเข็มเล็ก ๆ เหมือนที่ใช้ฉีดอินซูลินในคนไข้เบาหวาน โดยฉีดเข้าที่อวัยวะเพศโดยตรง ยามีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศขยายตัว และแข็งได้นานครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ข้อดีคือประสิทธิภาพสูง แต่ข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพง และอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้
8. ยาสอด ตัวยาเช่นเดียวกับยาฉีด แต่ใช้สอดเม็ดยาเล็ก ๆ เข้าทางท่อปัสสาวะ หลังจากคลึงอวัยวะเพศประมาณ 5-10 นาที ยาจะซึมเข้าไปในอวัยวะเพศและทำให้แข็งตัวขึ้นมาได้
9. การผ่าตัดแก้ไขเส้นเลือดแดงหรือดำที่มีปัญหา วิธีเหล่านี้ได้ผลน้อย จึงทำเฉพาะกรณีที่จำเป็นและเหมาะสมเท่านั้น
10. การใส่แกนอวัยวะเพศเทียม เป็นวิธีสุดท้าย เมื่อใช้อย่างอื่นไม่ได้ผลแล้ว แกนอวัยวะเพศเทียมค่อนข้างแพงมาก และศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะบางคนเท่านั้น ที่สามารถทำผ่าตัดชนิดนี้ได้

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (ED) ได้อย่างไร
1. หลีกเลี่ยงเหตุปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ และอาหารไขมันสูง
2. ควบคุมโรคที่เป็นอยู่แต่เนิ่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
3. บำรุงร่างกาย และจิตใจให้ผ่องใส แข็งแรง
4. รักษาชีวิตครอบครัวให้เป็นสุข

 

ข้อมูลจาก: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลับมหิดล

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=186

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=187