งานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปากของนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่กรุงลอนดอนปีที่แล้ว ทำความประหลาดใจให้กับทันตแพทย์เป็นอย่างมาก

voathai131003_001นักวิจัยในอังกฤษที่สำรวจสุขภาพในช่องปากของนักกีฬาประเทศต่างๆที่ไปร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อนในกรุงลอนดอนในปีที่แล้ว รู้สึกประหลาดใจกับผลที่ได้รับเป็นอย่างมาก

ศจ. ทันตแพทย์ Ian Needleman ของสถาบันทันตกรรม Eastman ของ University College ในกรุงลอนดอน บอกว่าที่คิดทำวิจัยเรื่องนี้ก็เพราะตั้งสมมุติฐานขึ้นมาว่า เพราะว่าสุขภาพในช่องปากสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้ เพราะฉะนั้นก็อาจส่งผลกระทบต่อการฝึกและการแข่งขันของนักกีฬาได้ด้วย

นักวิจัยตรวจสภาพช่องปากของนักกีฬาที่ไปร่วมการแข่งชันดังกล่าวมากกว่าสามร้อยคน และศจ. Ian Needleman บอกว่าที่พบเห็นก็คือ มีฟันผุกันมาก ผุหลายซี่ ไม่ใช่เพียงซี่เดียว นอกจากนี้ก็มีโรคเหงือก ฟันกร่อนเพราะรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีกรด และอาการบอบช้ำ ซึ่งคาดได้จากกีฬาบางประเภท

ทันตแพทย์ผู้นี้ประหลาดใจกับสุขภาพในช่องปากของนักกีฬาเหล่านี้มาก โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า นักกีฬาเหล่านี้อายุยังน้อย อยู่ในวัยรุ่นหรือยี่สิบกว่าๆเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ได้รับการดูแลทางการแพทย์เป็นอย่างดี เข้าใจดีว่าจะต้องรักษาร่างกายและฝึกฝนอย่างไรบ้าง แต่จะด้วยเหตุผลกลใดไม่เป็นที่ทราบ ไม่ให้ความสนใจกับการรักษาสุขภาพในช่องปาก

นักวิจัยชาวอังกฤษผู้นี้ชี้แนะว่า สุขภาพในช่องปากอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวเองของนักกีฬาได้ ยกตัวอย่างเช่น นักกีฬาที่เป็นโรคเหงือกและมีเลือดออกตามไรฟัน อาจรู้สึกอับอายและมีความมั่นใจในตนเองน้อยลง ซึ่งสามารถส่งผลกระทบนักกีฬาผู้นี้ในการแข่งขันได้

ในอีกด้านหนึ่ง นักกีฬาเหล่านี้มาจากประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐ ปัญหาของสุขภาพในช่องปาก อาจสะท้อนถึงแนวโน้มของสุขภาพในช่องปากของประชากรโดยรวมในแต่ละประเทศที่นักกีฬาเหล่านี้เป็นตัวแทนมาด้วยก็ได้ เพราะสุขภาพดังกล่าวยังอาจเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณบ่งชี้สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของนักกีฬานั้นๆด้วย

ยังจะมีการวิจัยเรื่องสุขภาพในช่องปากของนักกีฬาต่อไป เพื่อหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าวในอนาคต

03.10.2013

ที่มา : www.voathai.com

.

Related Article :

.

voanews131002_001

Survey: Poor Oral Health Among Olympians

Joe DeCapua
Last updated on: October 02, 2013

Olympic athletes train long and hard to achieve peak performance.  But a new study indicates training should include regular dental check-ups. More than 300 athletes at the 2012 London Olympics took part in a survey on oral health. They represented 25 sports, with most competing in track and field.

Ian Needleman, who led the research, said, “We put together a hypothesis that since oral health can affect quality of life it could have an impact on their training and performance. And that’s really what led to this research.”

Needleman is professor of restorative dentistry and evidence-based health care at the University College London Eastman Dental Institute.

“What we did for the day to day research was to carry out a detailed examination of the oral health of athletes. And these were athletes participating in the games that came along to the dental clinic. And the dental clinic is part of a major medical facility that’s always available in the Olympic village to games’ participants,” he said.

Athletes underwent examinations of their mouths, teeth and gums.

“We found a lot of tooth decay, which was surprising. More than half of athletes had tooth decay. And for a lot of them it wasn’t just one tooth. It was many teeth. But apart from that, lots of other issues – gum disease, which was really present in a lot of the athletes. Dental erosion, which is teeth wearing away due to acidic food and drinks.  And trauma – damage which you might expect from some sports, which involve contact or risk of trauma,” he said.

Needleman said that  the oral problems are surprising, given the fact that many athletes are only in their teens and 20’s.

“They’re a young group. They are otherwise very well supported medically – very health aware and training aware. But for some reason oral health doesn’t seem to have got onto the radar.”

Researchers also collected a lot of anecdotal evidence about how poor oral health affected competitors.

“It might have been pain preventing them training. And then one young guy telling us that he really hadn’t been able to train properly for a year, which is an extraordinary condition to be in. And clearly, if his training was affected then performance would be. We know very well that oral health problems can affected people’s confidence. People, for instance, who have frequently bleeding gums, often feel a bit embarrassed about that – less confident about being with others. And sport performance is to a great extent related to confidence,” he said.

Problems were found even among U.S. athletes, despite the wide availability of dental care in the country.

Needleman said there’s also growing evidence that infection or inflammation in the mouth can adversely affect the rest of the body. For example, inflammation may increase risk of injury and the ability to heal.

He added that the survey results for elite athletes may shed light on the oral health of the general populations of their home countries.

“What it suggests is that some of the challenges to oral health [experienced by] these athletes will exist in the general population. And not surprisingly there is also a very strong effect of social and economic status. So, these things are not equally distributed in populations.”

More research will be conducted to develop better ways to prevent oral problems in athletes. It’s known that frequent carbohydrate intake, possibly from sports drinks, may contribute to the problems. Also, intense training could weaken immune system response to infection.

Needleman said many teams have contacted him about the research.

SOURCE:  www.voanews.com

Advertisements

ฮือฮา ผลวิจัยอ้าง”แปรงฟันบ่อย เป็นผลดีต่อสมอง” ป้องกัน”ความจำเสื่อม”!

Credit : virginiagarberding.authorweblog.com

Credit : virginiagarberding.authorweblog.com

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่า ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล แลงเคสเชียร์ อ้างว่า การแปรงฟันบ่อยจะเป็นผลดีต่อสมอง เพราะสามารถป้องกันภาวะความจำเสื่อมได้

รายงานระบุว่า การแปรงฟันให้ขาวทุกวันไม่เพียงแต่จะมีโอกาสที่จะช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งช่องปาก, โรคหัวใจ และการเป็นเบาหวานเท่านั้น แต่ยังจะช่วยป้องกันให้คนเราไม่กลายเป็นคนความจำเสื่อม สาเหตุเพราะการแปรงฟันจะป้องกันเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคปาก ไม่ให้เข้าถึงสมอง และทำลายระบบศูนย์กลางของสมอง ทำให้เกิดภาวะเซลล์สมองเสื่อม และสูญเสียความทรงจำได้ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เชื้่อโรคในช่องปากสามารถสร้างปฏิกิริยาห่วงโซ่ในคนเราที่นำไปสู่ภาวะความจำเสื่อม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า เชื้อโรคทำให้เกิดการเป็นอัลไซเมอร์ แต่เชื้อโรคน่าจะทำให้โรคที่เป็นอยู่แย่หนักขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ในทุกๆ วัน เชื้อโรคจะเข้าไปสู่กระแสเลือดผ่านกิจกรรมต่างๆ ของคนเรา เช่น การกิน และการเคี้ยว ขณะที่ผลวิจัยนี้มุ่งเพื่อค้นหาว่าเชื้อโรคสามารถกลายเป็น “ตัวแปร” ในการทำให้คนเราอาจกลายเป็นโรคความจำเสื่อม ผ่านการทดสอบทางเลือด เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงที่คนเราจะพัฒนาไปสู่ภาวะอัลไซเมอร์ โดยผลสำรวจพบว่าจากการศึกษาผู้สูงวัยจำนวน 5,500 ราย ที่แปรงฟันน้อยกว่า 1 ครั้งต่อวัน มีโอกาสที่จะกลายเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าคนที่แปรงฟัน 3 ครั้งต่อวัน ถึง 65 เปอร์เซนต์

ที่มา : มติชน 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

.

Related Article:

.

Credit : metro.co.uk Brushing your teeth regularly could stop you developing dementia (Picture: Alamy)

Credit : metro.co.uk
Brushing your teeth regularly could stop you developing dementia (Picture: Alamy)

Brushing teeth regularly ‘could help prevent dementia’

By Hayden Smith

Tuesday 30 Jul 2013

Mum really does knows best – when you were nagged to brush your teeth as a child, she was looking after your health and memory, it seems.

Cleaning your pearly whites every day and night not only may prevent cancer, heart disease and diabetes… it may also stop you from developing dementia.

That’s because bugs that cause gum disease can reach the brain and destroy neurons, leading to nerve cell damage confusion and possible memory loss, a new study shows.

Scientists discovered that brain tissue from people with dementia was infected with a bacterium – porphyromonas gingivalis – usually associated with poor oral hygiene.

Prof StJohn Crean, dean of dentistry at the University of Central Lancashire, said: ‘The bacteria could be a trigger that sets off a chain reaction in people pre-disposed to dementia. We are not saying this bacteria causes Alzheimer’s, but it is likely it could make the existing disease condition worse.’

Scientists say the bacteria enters the bloodstream through everyday activities such as eating and chewing – but especially after invasive dental treatment.

They aim to discover if the bacteria can be used as a marker – via a simple blood test – to determine a patient’s risk of developing Alzheimer’s disease.

The discovery adds to a growing body of evidence that suggests a link between gum disease and dementia.

A recent study of 5,500 elderly people found those who brushed their teeth less than once a day were 65 per cent more likely to develop dementia than those who brushed three times a day.

SOURCE : metro.co.uk

แปรงฟันประจำคุ้มครองสมอง ปลอดโรคไปถึงจนแก่จนเฒ่า

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ศึกษาพบว่า ผู้ที่แปรงฟันประจำทุกวัน ทำให้ฟันและเหงือกแข็งแรงดี จะช่วยลดอันตรายของการเป็นโรคสมองเสื่อมในบั้นปลายชีวิตให้น้อยลงได้

พวกเขาได้ติดตามศึกษาผู้สูงอายุ  5,500 คน วัยระหว่าง 52-105 ปี อย่างใกล้ชิดมานานไม่ต่ำกว่า 18 ปี พบว่า ผู้ที่แปรงฟันเป็นประจำ จะไม่ค่อยเป็นโรคสมองเสื่อม จะเป็นน้อยกว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้แปรงถึงร้อยละ 65

หัวหน้าคณะผู้วิจัยแอนน์เลีย ปากานินิฮิลล์ แจ้งว่า เชื้อแบคทีเรียของโรคเหงือกอักเสบ พัวพันอยู่กับโรคหลายโรค เช่น โรคหัวใจ โรคลมอัมพาต และเบาหวาน และรายงานผลการศึกษาหลายเรื่อง แจ้งว่า ผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อม จะมีแบคทีเรียโรคเหงือกอยู่ในสมองมากกว่าผู้ปกติ เป็นที่เชื่อว่าแบคทีเรียของโรคเหงือก อาจจะเข้าสู่สมอง ก่อให้เกิดการอักเสบและทำให้สมองเสียหาย ด้วยเหตุนั้นจึงต้องการจะศึกษาให้รู้แจ้งว่า การรักษาสุขภาพฟันให้คงดีอยู่นาน จะพยากรณ์ให้รู้ว่าสมองจะยังคงดีอยู่ได้ ไปจนถึงบั้นปลายชีวิตหรือไม่.

ที่มา: ไทยรัฐ  23 สิงหาคม 2555

.

read more..

.

Women who look after their teeth and gums ‘have lower risk of dementia’

  • Inflammation triggered by gum disease has already been implicated in heart disease and diabetes

By DAILY MAIL REPORTER

PUBLISHED: 12:00 GMT, 21 August 2012 | UPDATED: 23:00 GMT, 21 August 2012

Remembering to brush your teeth could help keep your memory sharp in years to come.

Researchers who followed nearly 5,500 elderly folk over an 18-year period found those who brushed their teeth less than once a day were up to 65 per cent more likely to develop dementia than those who brushed three times a day.

Annlia Paganini-Hill, the study’s lead author, said: ‘Not only does the state of your mind predict what kind of oral health habits you practise, it may be that your oral health habits influence whether or not you get dementia.’

The study is not the first to link poor oral health with health conditions. For instance, those with gum disease are more prone to suffer a narrowing of the arteries that can cause heart attacks and strokes.

Some research has also found those with Alzheimer’s, the most common form of dementia, have more gum disease-related bacteria in their brains than others.

It’s thought gum disease bacteria causes inflammation and brain damage when it reaches the brain. The latest study tracked the health of almost 5,500 residents at a Californian retirement community from 1992 to 2010.

Some 18 years later, 1,145 of the original group had signs of dementia. Of 78 women who brushed their teeth less than once a day in 1992, 21 had dementia by 2010, about one case per 3.7 women.

In comparison, among those who brushed at least once a day, closer to one in every 4.5 women developed dementia – a 65 per cent greater chance of the disease.

Writing in the Journal of the American Geriatrics Society, the University of California researchers said that while they hadn’t proved dental decay can fuel dementia, the topic warrants more research.

They said: ‘If confirmed…regular oral hygiene and use of dentures may reduce the risk of dementia.’

Jessica Smith, of the Alzheimer’s Society, said: ‘There have been a number of studies looking at the link between inflammation caused by factors including poor dental health and dementia, but this link is not yet fully understood.’

Head injury and malnutrition are also important causes of tooth loss in adults, and either of those might increase the dementia risk, said Amber Watts, who studies dementia at the University of Kansas and wasn’t part of the study.

‘I would be reluctant to draw the conclusion that brushing your teeth would definitely prevent you from getting Alzheimer’s disease,’ she said.

data from: dailymail.co.uk

เหงือกอักเสบกระทบอวัยวะเพศ รุนแรงถึงขนาดหย่อนสมรรถภาพ

หมอไต้หวันศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ชายโดย เฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มแน่นและสูงอายุ ที่เป็นโรคเหงือกอย่างรุนแรง ล่อแหลมกับการเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศขึ้นได้ง่าย

นักวิจัยได้ใช้ข้อมูลจากการศึกษาขนาดใหญ่กับผู้ชายที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพเกือบ 33,000  คน  และจากผู้ที่เป็นปกติดีอยู่อีก  162,000 คน ในหมู่ผู้ชายเหล่านี้พบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบร้อยละ 12 และเป็นผู้มีอาการหย่อนสมรรถภาพร่วมอยู่ด้วย ร้อยละ 27 จนอาจกล่าวได้ว่า ผู้ชายที่หย่อนสมรรถภาพเหล่านี้จะเป็นโรคเหงือกกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะคนที่ยังหนุ่มอยู่ อายุไม่เกิน 30 ปี และผู้มีอายุเกิน 70 ปีไปแล้ว

ผลการศึกษาไม่ได้แสดงว่าการเป็นโรคเหงือก เป็นสาเหตุของอาการหย่อนสมรรถภาพ เพียงแต่เกี่ยวพันกันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หมอผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินปัสสาวะของสหรัฐฯ ผู้หนึ่ง ออกความเห็นว่า “เหตุที่โรคทั้งสองเกี่ยวพันกัน อาจจะเพราะการอักเสบที่เกิดขึ้น ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญเสียหายไปด้วย จึงเห็นควรว่า ผู้ชายที่เป็นโรคเหงือก ควรจะรีบไปรักษาเสีย เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเสียก่อน”.

ที่มา: ไทยรัฐ 25 พฤษภาคม 2555

.

Related Link:

.

Severe Gum Disease, Impotence May Be Linked

Men younger than 30, over 70 at particular risk, study shows

MONDAY, May 21 (HealthDay News) — Men with severe gum disease, known as periodontitis, are at greater risk for impotence, according to a new study that finds young men and the elderly at particular risk.

The researchers from Taiwan used data from a large study to identify almost 33,000 men with erectile dysfunction and randomly selected about 162,000 men without this condition.

Of these study participants, about 12 percent had periodontitis. This group with gum disease included about 27 percent of the men with erectile dysfunction and about 9 percent of those without sexual problems. The men were followed for five years.

The study found gum disease was much more prevalent among the men with erectile dysfunction than the control group. After taking into account other lifestyle factors, such as income and pre-existing medical conditions, the researchers found gum disease was still linked to impotence, particularly in men younger than 30 and those older than 70.

“Understanding all aspects of how and why a health condition occurs is vital to prevention and treatment goals,” said Dr. Tobias Kohler, a member of the American Urology Association Public Media Committee, in a committee news release. “This new study demonstrates how seemingly unrelated conditions can in fact be connected, underscoring the need for further research and education.”

The study did not show that gum disease causes impotence, merely that an association exists between the two.

One expert put forth a theory on a potential link between diseased gums and erectile dysfunction.

“I think the link between erectile dysfunction and gum disease is likely due to inflammation in the body, and the damage in the blood vessels supplying the penis,” said Dr. Aaron Katz, chairman of the department of urology at Winthrop-University Hospital in Mineola, NY. He added that men who have periodontitis should avail themselves of good dental care to help address the problem.

The researchers are from the Far Eastern Memorial Hospital and the Herng-Ching Lin School of Health Care Administration at Taipei Medical University. The study was to be presented Monday at a meeting of the American Urological Association, in Atlanta.

Data and conclusions presented at meetings should be considered preliminary until published in a peer-reviewed medical journal.

More information

The U.S. National Institutes of Health provides more information on gum disease.

— Mary Elizabeth Dallas

SOURCE: Aaron Katz, MD, chairman of urology, Winthrop-University Hospital, Mineola, NY; American Urological Association, news release, May 21, 2012

Last Updated: May 21, 2012

Data from: healthday