รู้จัก ‘มะเร็งเต้านม ชนิด HER2 บวก’

แม้จะป่วยเป็นโรคเดียวกัน แต่เมื่อโรคนั้นเป็นในอีกคน ก็ถือว่ามีความแตกต่างกัน ตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน เช่น โรคมะเร็งเต้านม ที่มีผลตรวจ HER2 เป็นบวก

ในงานแถลงข่าว “นวัตกรรมล่าสุดในการตรวจวินิจฉัยเพิ่มโอกาสการหายให้ผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย” นั้น ศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ วรรณไกรโรจน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย เผยว่า…

HER2 (Human epidermal growth receptor 2) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง พบได้บนพื้นผิวของเซลล์ ทำหน้าที่ควบคุมอัตราการเติบโตของเซลล์ และการแบ่งเซลล์ เมื่อเซลล์ผลิต HER2 มากจนเกินไป ก็จะทำให้เกิดการเติบโตของเนื้องอกที่รวดเร็วและผิดปกติ

อีกนัยหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยมะเร็งที่มีผล HER2 เป็นบวก จะมีการเติบโตของเนื้องอกที่รวดเร็วกว่าปกติและแพร่กระจายได้มากกว่าผู้ป่วยมะเร็งที่มีผล HER2 เป็นลบ อีกทั้งผู้ป่วยมะเร็งที่มีผล HER2 เป็นบวกยังไม่ตอบสนองต่อการรักษาโดยใช้ฮอร์โมน แต่จะตอบสนองต่อการรักษาที่ใช้ยา Trastuzumab ซึ่งเป็นยาที่มุ่งเน้นไปที่ตัวรับ HER2

ด้าน โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า ร้อยละ 25-30 ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และราวร้อยละ 20 ของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร มีปริมาณโปรตีน HER2 มากเป็นพิเศษบนพื้นผิวของเซลล์เนื้องอก

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยของแพทย์ว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีผล HER2 เป็นบวกหรือไม่ ต้องอาศัยผลการตรวจพิเศษ คือ การนำชิ้นเนื้อบริเวณที่สงสัยไปย้อมน้ำยาตรวจเฉพาะ หรือการย้อมสีด้วยมือ แล้วดูผ่านกล้องไมโครสโคป ซึ่งต้องให้นักพยาธิวิทยาเป็นผู้ทำการตรวจ กินระยะเวลานานถึง 36 ชั่วโมง จึงทราบผลตรวจ และเสี่ยงการปนเปื้อน ส่งให้เกิดความผิดพลาดในผลตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อได้

ล่าสุด ศ.นพ. โธมัส โกรแกน ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านพยาธิวิทยา มหาวิทยาลัยแอริโซนา (สหรัฐอเมริกา) และผู้บุกเบิกด้านการตรวจวิเคราะห์ชิ้นเนื้อ เผยว่า มีนวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อแบบอัตโนมัติ ในรูปแบบของเครื่องย้อมสีชิ้นเนื้ออัตโนมัติ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และให้ผลตรวจได้ภายใน 12 ชั่วโมง จึงถือว่าแม่นยำและรวดเร็วกว่าการทำโดยมนุษย์ 

ศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มว่า “อยากสนับสนุนให้ประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการตรวจชิ้นเนื้ออย่างเต็มที่ เพื่อให้การรักษาสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายมีความเหมาะสมและดีที่สุด นอกจากนั้น ขอแนะนำให้ผู้หญิงไทยตรวจเต้านมตนเองเป็นประจำ และไปพบแพทย์เมื่อพบว่ามีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น เพื่อป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านม”

ทั้งนี้ ศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ยังเผยถึงเรื่องราวของ HER2 เพิ่มเติมไว้ในคลิปวิดีโอ นอกจากนี้ ‘มุมสุขภาพ’ ยังพาดูรูปลักษณ์และการทำงานของเครื่องตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อแบบอัตโนมัติด้วย.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

 

ที่มา: เดลินิวส์ 24 กุมภาพันธ์ 2555

 

Advertisements

HER2 ตรวจชิ้นเนื้อร้าย ความหวังใหม่ รักษามะเร็งหายขาด

ยังคงเป็นโรคร้ายที่กำจัดไม่ได้เด็ดขาดเสียที สำหรับมะเร็ง โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ถือว่ามีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคนี้สูงที่สุด เป็นอันดับ 1 แต่ส่วนใหญ่การรักษาที่ผ่านมา จะเกิดปัญหาเรื่องการให้ยาที่ยังไม่ถูกต้องกับชนิดของมะเร็งที่เป็น  จึงมีการศึกษา และพัฒนาให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างล่าสุด ก็มีการคิดค้นเครื่องตรวจชิ้นเนื้อแบบใหม่ โดยตรวจที่ผลของ ‘HER2’  ซึ่งมีประโยชน์ต่อการรักษาอย่างมาก

HER2 (Human Epidermal Growth Receptor 2) เป็นโปรตีนที่พบได้บนพื้นผิวเซลล์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอัตราการเติบโตของเซลล์ และการแบ่งเซลล์ เมื่อร่างกายเกิดการผลิต HER2 มากเกินไป ก็จะทำให้การเติบโตของเนื้องอกรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งตัวเครื่องตรวจจะทำหน้าที่ในการประมวลผลบอกว่า ชิ้นเนื้อที่ตรวจเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ อีกทั้งยังบอกลักษณะของเซลล์ได้ด้วย เพราะแต่ละคนที่เป็นโรคนี้ มีสาเหตุของการเกิดโรคที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องรู้ เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องตามแต่ละบุคคล อีกทั้งเครื่องนี้ยังสามารถตรวจโรคอื่นๆ ที่จำเป็นต้องตรวจยีนส์ หรือโครโมโซมได้ด้วย  ไม่เฉพาะว่าต้องเป็นโรคมะเร็งอย่างเดียว โดยการตรวจรูปแบบนี้เรียกว่า ISH  คือการตรวจแบบระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบตัวแรก ที่เรียกว่า Dual-in-Situhybridization (DISH)

ทั้งนี้ข้อจำกัดก็มีอยู่บ้าง เพราะมะเร็งบางชนิดก็ยังไม่สามารถใช้การตรวจด้วยวิธีนี้ได้ ส่วนมะเร็งที่เกิดขึ้นทั่วไป อาทิ มะเร็งเต้านม ต่อมน้ำเหลือง  ปอด ลำไส้ ปากมดลูก ฯลฯ นั้นสามารถตรวจได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจจะอยู่ที่ 10,000 บาท ต่อเคส ใช้เวลาในการตรวจไม่เกิน 6 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันกว่าจะรู้ผล

สำหรับการตรวจแบบ Auto ด้วยเครื่องนี้ มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่าผู้หญิงประมาณ 800,000 คน/ปี จะได้รับการวินิจฉัยที่ดีมากขึ้น อีกทั้ง ในประเทศไทยเอง ก็มีการนำเข้าเครื่องตรวจชิ้นเนื้ออัตโนมัตินี้มาหลายโรงพยาบาลแล้ว ถือว่าเป็นอีก 1 ความหวังที่ช่วยในการรักษาโรคมะเร็งได้ดียิ่งขึ้น ส่วนจะรักษาได้หายขาดทุกคนหรือไม่ ก็ต้องอยู่ที่ระยะการเป็นของเนื้อร้าย รวมถึงการให้ยาในการรักษาที่ถูกต้องด้วย.

 

ที่มา: ไทยรัฐ 16 กุมภาพันธ์ 2555