กินปลา ถั่ว ข้าวกล้อง หนีโรคสมองเสื่อม

thairath130603_002วารสาร “โรคสมองเสื่อม” ของสหรัฐฯ กล่าวบอกแนะนำว่าให้หมั่นกินอาหารที่อุดมด้วยน้ำมันปลา ถั่ว และข้าวกล้องไว้ จะสามารถชะลอหรือแม้กระทั่งป้องกันโรคสมองเสื่อมมาใกล้ตัวได้

วารสารเปิดเผยว่า นักวิจัยได้พบว่าอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี 3 และกรดโอเมก้า-3 จะช่วยเสริมพลังให้กับระบบภูมิคุ้มกันโรคในอันที่จะกวาดล้างคราบพิษและเป็นอันตราย ซึ่งจะทำลายสมองของผู้ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม

พวกเขายังได้พบว่าสารอาหาร 2 อย่างสามารถควบคุมการอักเสบและกวาดล้างคราบที่จับตามสมอง สารอาหารเหล่านี้ได้แก่วิตามินดี 3 และกรดไขมันโอเมก้า-3

เป็นที่เชื่อกันว่ามันจะเกิดคราบโปรตีนอมัยลอยด์ขึ้นในสมอง ก่อนหน้าที่จะปรากฏอาการของโรคขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 ปี โปรตีนเหนียวจะจับตัวเป็นคราบอันตราย ซึ่งจะไปฆ่าหน่วยประสาทและก่ออาการของโรคขึ้น

นักวิจัยยังกล่าวว่า อาหารของคนส่วนใหญ่มักจะขาดกรดโอเมก้า-3 ดังนั้นการกินปลามันๆ อย่างปลาแซลมอน และซาร์ดีนจะสามารถช่วยได้ นอกจากนั้นยังอยู่ในไก่ ถั่ว กะหล่ำหัวขนาดเล็ก กะหล่ำปม กะหล่ำปลีชนิดหนึ่ง ผักโขม รวมทั้งน้ำมันพืช ส่วนวิตามินดี 3 นั้น ร่างกายจะสร้างขึ้นเมื่อโดนแดด แต่ก็ยังมีในน้ำมันตับปลา อาหารเสริมพวกนม ธัญญาหารและไข่แดง.

ที่มา : ไทยรัฐ 3 มิถุนายน 2556

.

Related Article :

.

Vitamin D, omega-3 may help clear amyloid plaques found in Alzheimer’s

By Rachel Champeau February 05, 2013

A team of academic researchers has pinpointed how vitamin D3 and omega-3 fatty acids may enhance the immune system’s ability to clear the brain of amyloid plaques, one of the hallmarks of Alzheimer’s disease.
In a small pilot study published in the Feb. 5 issue of the Journal of Alzheimer’s Disease, the scientists identified key genes and signaling networks regulated by vitamin D3 and the omega-3 fatty acid DHA (docosahexaenoic acid) that may help control inflammation and improve plaque clearance.
Previous laboratory work by the team helped clarify key mechanisms involved in helping vitamin D3 clear amyloid-beta, the abnormal protein found in the plaque. The new study extends the previous findings with vitamin D3 and highlights the role of omega-3 DHA.
“Our new study sheds further light on a possible role for nutritional substances such as vitamin D3 and omega-3 in boosting immunity to help fight Alzheimer’s,” said study author Dr. Milan Fiala, a researcher at the David Geffen School of Medicine at UCLA.
For the study, scientists drew blood samples from both Alzheimer’s patients and healthy controls, then isolated critical immune cells called macrophages from the blood. Macrophages are responsible for gobbling up amyloid-beta and other waste products in the brain and body.
The team incubated the immune cells overnight with amyloid-beta. They added either an active form of vitamin D3 called 1alpha,25–dihydroxyvitamin D3 or an active form of the omega-3 fatty acid DHA called resolvin D1 to some of the cells to gauge the effect they had on inflammation and amyloid-beta absorption.
Both 1alpha, 25-dihydroxyvitamin D3 and resolvin D1 improved the ability of the Alzheimer’s disease patients’ macrophages to gobble-up amyloid-beta, and they inhibited the cell death that is induced by amyloid-beta. Researchers observed that each nutrition molecule utilized different receptors and common signaling pathways to do this.
Previous work by the team, based on the function of Alzheimer’s patients’ macrophages, showed that there are two groups of patients and macrophages. In the current study, researchers found that the macrophages of the Alzheimer’s patients differentially expressed inflammatory genes, compared with the healthy controls, and that two distinct transcription patterns were found that further define the two groups: Group 1 had an increased transcription of inflammatory genes, while Group 2 had decreased transcription. Transcription is the first step leading to gene expression.
“Further study may help us identify if these two distinct transcription patterns of inflammatory genes could possibly distinguish either two stages or two types of Alzheimer’s disease,” said study author Mathew Mizwicki, an assistant researcher at the David Geffen School of Medicine at UCLA.
  
While researchers found that 1alpha,25-dihydroxyvitamin D3 and resolvin D1 greatly improved the clearance of amyloid-beta by macrophages in patients in both groups, they discovered subtleties in the effects the two substances had on the expression of inflammatory genes in the two groups. In Group 1, the increased-inflammation group, macrophages showed a decrease of inflammatory activation; in Group 2,  macrophages showed an increase of the inflammatory genes IL1 and TLRs when either 1alpha,25-Dihydroxyvitamin D3 or resolvin D1 were added.
More study is needed, Fiala said, but these differences could be associated with the severity of patients’ nutritional and/or metabolic deficiencies of vitamin D3 and DHA, as well as the omega-3 fatty acid EPA (eicosapentaenoic acid).
“We may find that we need to carefully balance the supplementation with vitamin D3 and omega-3 fatty acids, depending on each patient in order to help promote efficient clearing of amyloid-beta,” Fiala said. “This is a first step in understanding what form and in which patients these nutrition substances might work best.”
According to Fiala, an active (not oxidized) form of omega-3 DHA, which is the precursor of the resolvin D1 used in this study, may work better than more commercially available forms of DHA, which generally are not not protected against the oxidation that can render a molecule inactive.
The next step is a larger study to help confirm the findings, as well as a clinical trial with omega-3 DHA, the researchers said.
The Alzheimer’s Association contributed to the initial phase of the study.
Fiala is a consultant for the Smartfish Company that is producing a drink with an active form of omega-3 DHA.
Additional study authors include Guanghao Liu, Larry Magpantay, James Sayre, Avi Siani, Michelle Mahanian, Rachel Weitzman, Eric Hayden, Mark J. Rosenthal, Ilka Nemere, John Ringman and David B. Teplow.
For more news, visit the UCLA Newsroom and follow us on Twitter.

 

SOURCE : http://newsroom.ucla.edu/portal/ucla/vitamin-d-omega-3-may-help-clear-242465.aspx

Advertisements

เซลล์ตกแต่งพันธุกรรมอาจกลายเป็นแนวทางบำบัดโรคแบบใหม่ในอนาคต

voathai130428_001ทีมนักวิจัยในสหรัฐเปิดเผยว่าในอนาคต แพทย์จะสามารถรักษาโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ด้วยเซลล์ที่ผ่านการทำพันธุวิศวกรรม สร้างความหวังว่าการรักษาโรคด้วยเซลล์ตกแต่งพันธุกรรมอาจจะกลายเป็นการรักษาโรคทั่วไปแทนการรักษาด้วยยา

ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย University of California ในซานฟรานซิสโกชี้ว่าการบำบัดโรคด้วยเซลล์เป็นแนวทางการรักษาโรคแบบใหม่ที่มีศักยภาพในการบำบัดโรคร้ายแรงหลายๆโรค รวมทั้งเบาหวาน มะเร็ง และโรคที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ศาสตราจารย์เวนเดล ลิม หัวหน้าทีมวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์ Systems and Synthetic Biology ที่มหาวิยาลัยกล่าาว่าเราสามารถกระตุ้นให้ระบบการต่อต้านเชื้อโรคตามธรรมชาติในร่างกายคนเราทำงานได้มากกว่าที่ทำอยู่

ศาสตราจารย์ลิมกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าร่างกายคนเราสร้างขึ้นจากเซลล์และภายในร่างกายคนเรา มีเซลล์หลายประเภท  อาทิ เซลล์ภูมิต้านทานที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค ร่างกายคนเรามีระบบบำบัดที่ซับซ้อนหลายอย่างอยู่ในตัว เพียงแต่เรายังไม่รู้ว่าจะใช้เซลล์เหล่านี้ให้ทำหน้าที่เหมือนยาที่สามารถบำบัดโรคได้ในตัวได้อย่างไร

ศาสตราจารย์ลิมกล่าวว่าทีมนักวิจัยได้เริ่มต้นพัฒนายุทธวิธีบำบัดโรคด้วยเซลล์ที่ซับซ้อนโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการทำงานของพันธุกรรมในการกำหนดพัฒนาการและการทำงานของเซลล์ต่างๆในร่างกาย

เขายกตัวอย่างว่าเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายตามธรรมชาติที่ต่อสู่กับการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งมักจะอ่อนแอ ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังทำการตกแต่งพันธุกรรมเซลล์ภูมิต้านทานให้เพิ่มจำนวนขึ้นและยังกำหนดให้ทำหน้าที่กำจัดโมเลกุลที่พบในเซลล์มะเร็งเป็นการเฉพาะ เขากล่าวว่าจาการทดลองบำบัดด้วยเซลล์ตกแต่งพันธุกรรม ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างน่าพอใจ

ศาสตราจารย์ลิมกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทีมงานพบข้อมูลที่น่าตื่นเต้นที่ทำให้พวกเขาเชื่อว่าการบำบัดโรคด้วยเซลล์ตกแต่งพันธุกรรมนี้สามารถทำได้และมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จ ในการทดลอง ทีมงานได้นำเซลล์จากร่างกายผู้ป่วยมะเร็ง และนำเซลล์ไปทำพันธุวิศวกรรมเพื่อให้ทำหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง ปรากฏว่าการบำบัดได้ผลดีในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) และมะเร็งในระบบเซลล์ภูมิคุ้มกัน (lymphoma) หลายคน

อย่างไรก็ดี ก่อนจะสามารถนำไปใช้บำบัดผู้ป่วยได้ทั่วไป การบำบัดโรคด้วยเซลล์ภูมิต้านทานตกแต่งพันธุกรรมนี้จะต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยอีกมากมายหลายครั้งโดยทีมนักวิจัยเอกเทศและโดยหน่วยงานควบคุมของรัฐบาลเสียก่อน

แต่ศาสตราจารย์ลิมกล่าวว่าการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการบำบัดโรคด้วยเซลล์ตกแต่งพันธุกรรมมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผู้ที่จะนำวิธีบำบัดโรคแบบนี้ไปใช้และยังจะมีบทบาทช่วยในการพัฒนาให้การบำบัดแนวใหม่นี้ดีขึ้น

หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่ายารักษาโรคมากมายที่เราใช้บำบัดอาการเจ็บป่วยล้วนเริ่มต้นมาจากสารธรรมชาติในพืชหรือในต้นไม้ ที่เรานำมากลั่นกรองจนมีความบริสุทธิ์และเพิ่มประสิทธิิผลในการรักษา ตลอดจนลดความเป็นพิษ การบำบัดด้วยเซลล์ตกแต่งพันธุกรรมก็จะต้องผ่านขั้นตอนเดียวกันนี้เพื่อให้แน่ใจว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาสตราจารย์ลิมและทีมงานได้จัดการประชุมเป็นเวลาหนึ่งวันกับบรรดานักวิจัยทางวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านชีวการแพทย์ระดับชั้นนำของสหรัฐเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าเป็นไปได้แค่ไหนที่การบำบัดด้วยเซลล์ตัดแต่งพันธุกรรมจะกลายเป็นวิธีหลักในการรักษาโรคในอนาคต

24.04.2013

ที่มา : www.voathai.com

.

Related Article :

.

Director of the UCSF Center for Systems and Synthetic Biology Wendell Lim (UCSF).

Director of the UCSF Center for Systems and Synthetic Biology Wendell Lim (UCSF).

Engineered Immune Cells May Yield Novel Disease Therapies

Rick Pantaleo

April 10, 2013

Researchers in California say that someday, doctors will be able to treat serious illnesses with modified cells, adding that the technique could become as common as it is now to treat the sick with drugs.

Researchers at the University of California, San Francisco say novel cell therapies have the potential to address critical needs in the treatment of some of the deadliest illnesses, including diabetes, cancer and inflammatory bowel diseases.

These possibilities are described in an article published in the online journal Science Translational Medicine, co-authored by Professor Wendell Lim, who is also director of the UCSF Center for Systems and Synthetic Biology. Lim says our body’s natural disease-fighting systems could be harnessed to do much more.

“Our bodies are made of cells and we have in our bodies cells, like immune cells, that go around and protect us,” said Lim. “So, they actually carry out complex therapeutic functions.  What we just haven’t really found a lot about is the idea that we can actually use these cells, these living sort of entities, as the actual medicine.”

Lim says researchers have been developing complex new cell therapy strategies that build on our growing knowledge of how genes program the development and inner workings of cells.

For example, because the body’s natural immune response to spreading cancer cells is often weak, scientists are engineering and growing populations of immune cells that target specific molecules found on cancer cells.   Lim said that there have already been some remarkable cancer recoveries that can be credited to these experimental cell therapy treatments.

“In the last year or two, there have been some other really exciting findings that have shown that the idea of using cells as therapies maybe have some real legs [can exist and be successful],” he said. “One of them is that people have started taking out immune cells from patients who have cancer and actually engineering them to now attack and kill that cancer.  And, that’s turned out to be remarkably effective for a handful of patients with leukemia and lymphoma that have been treated with this kind of engineered immune cell.”

As with any proposed new medical treatment, the cell therapies that are currently being developed will face lengthy and rigorous testing by independent laboratories and regulatory agencies before they can be put to regular use.

But Lim says the testing will not only protect any of those who may use the therapies, but may also play an important role in further developing and refining the therapies themselves.

“You know a lot of drugs that we use as therapeutics started out as some natural product within the bark of some tree,” he said. “And really that’s not a very controlled way of treating a disease. You have to know how to purify that compound, how to make variants of it that optimize the efficiency, but also minimize toxicity.  These are the type of things that we need to be able to do to cells to make this viable.”

Lim and his colleagues are conducting a daylong symposium on April 12 to discuss the future of cell therapy.  The meeting will feature talks by some of the nation’s leading researchers and biomedical scientists to see if cell-based therapies can someday become a viable pillar of medicine.

SOURCE : www.voanews.com