พบเทคนิคการฝึกสมาธิอย่างถูกวิธี คือกุญแจสู่ความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติ

ไซแอนซ์เดลี่ (6 กรกฎาคม 2555) เคยฝึกสมาธิแล้วอยากเลิกฝึกสมาธิไหม? อาจเป็นเพราะคุณเลือกวิธีฝึกสมาธิผิด  การศึกษาใหม่ ที่เผยแพร่ทางออนไลน์ในวารสารวิทยาศาสตร์และการแพทย์ 7 กรกฎาคม พบว่า:  สิ่งสำคัญของการสร้างความมั่นใจในผู้ฝึกทำสมาธิมือใหม่คือเลือกวิธีฝึกสมาธิที่สะดวกสบายมากที่สุดดีกว่าเลือกวิธีฝึกสมาธิที่มีความนิยมมากที่สุด

เบิร์คเป็นศาสตราจารย์ของการศึกษาด้านสุขภาพที่เอสเอฟสเตทและผู้อำนวยการสถาบันเอสเอฟของรัฐเพื่อการศึกษาด้านสุขภาพแบบองค์รวม กล่าวว่า ถ้าพวกเขาทำตามข้างต้นมีแนวโน้มที่จะติด แต่ถ้าไม่ มีโอกาสสูงที่พวกเขาอาจจะล้มเลิกการฝึกสมาธิ สูญเสียผลประโยชน์ส่วนบุคคลมากมายนับไม่ถ้วนและสูญเสียผลประโยชน์ในทางการแพทย์

“เนื่องจากมีการใช้การฝึกสมาธิทั้งทั่วไปและทางคลินิกเพิ่มขึ้น คุณต้องให้แน่ใจว่าคุณกำลังค้นหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน” เขากล่าว ถึงแม้ว่าการทำสมาธิได้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสหรัฐอเมริกา  มีการศึกษาน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการหลักในการตรวจสอบความชอบของแต่ละบุคคลหรือผลประโยชน์ทางคลินิกที่เฉพาะเจาะจง

เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้ฝึกสมาธิ เบิร์ค เปรียบเทียบสี่วิธีของการฝึกทำสมาธิที่นิยม ได้แก่ – มันตรา (Mantra), การฝึกสติ (Mindfulness), เซน (Zen) และการฝึกชี่กง (Qigong Visualization ) – เพื่อดูว่าผู้เริ่มหัดปฏิบัติสมาธิชื่นชอบอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า

การศึกษาของผู้เข้าร่วมการทดลอง 247 คน ซึ่งได้รับการสอนวิธีการฝึกสมาธิแต่ละวิธีและขอให้ปฏิบัติที่บ้านและในตอนท้ายของการศึกษาประเมินผลว่าวิธีการฝึกสมาธิใดที่พวกเขาต้องการ   ร้อยละ 31 ชอบมันตรา (Mantra) และการฝึกสติ (Mindfulness)   ร้อยละ 22 และร้อยละ 14.8 ชอบเซน (Zen) และการฝึกชี่กง (Qigong) ตามลำดับ

ผลการศึกษาแสดงค่าของการให้ผู้ฝึกปฏิบัติทำสมาธิมือใหม่ใช้วิธีเรียบง่ายเข้าถึงวิธีการทำสมาธิได้มากขึ้น แต่พวกเขายังเน้นว่าไม่มีเทคนิคใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แม้วิธีการธรรมดาก็เป็นที่ต้องการของบางคน  ผู้เข้าร่วมทดลองที่มีอายุมากซึ่งเติบโตในขณะที่เซนกำลังเป็นเทคนิคการทำสมาธิที่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มที่จะชอบวิธีการฝึกสมาธิแบบเซนเป็นพิเศษ

ที่น่าสนใจคือมันตรา (Mantra) และการฝึกสติ (Mindfulness) ก็พบว่ามีความน่าสนใจพอ ๆ กัน แม้จะมีข้อเท็จจริงที่ว่าเทคนิคแตกต่างกันลึกซึ้ง  เบิร์คกล่าวว่า การฝึกสติ (Mindfulness) เป็นเทคนิคการทำสมาธิล่าสุดที่จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และเป็นวิธีเดียวกับผู้ฝึกปฏิบัติเริ่มต้นและผู้มีอาชีพด้านสุขภาพคุ้นเคย การฝึกสติ (Mindfulness) คือวิธีที่ผู้เข้าร่วมทดลองที่มีอายุน้อยที่สุดชอบมากที่สุด

“ถ้ามีบางคนเปิดเผยผ่านสื่อหรือผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพถึงเทคนิคเฉพาะของการทำสมาธิ  พวกเขาอาจทึกทักว่าเทคนิคการทำสมาธิที่เป็นที่นิยมนั้นดีที่สุดสำหรับทุกคน”  “แต่เหมือนกับพูดว่า ชุดสีชมพูหรือเสื้อกีฬาสีน้ำเงินเป็นที่นิยมในปีนี้และทุกคนใส่แล้วจะดูดี ในความจริงแล้ว มีความแตกต่างในแต่ละบุคคลแต่ละสิ่ง. เสื้อมีขนาดเดียวย่อมไม่พอดีกับทุกคน.”

หากบุคคลไม่ได้รู้สึกสะดวกสบายกับวิธีการฝึกทำสมาธิเฉพาะ ด้วยเหตุผลใดก็ตามพวกเขาอาจจะมีโอกาสน้อยที่จะยังคงนั่งสมาธิและจะสูญเสียประโยชน์ เช่น ลดความเครียด ลดความดันโลหิต หรือแม้แต่การรักษาการติดยาเสพติด

เบิร์คหวังที่จะเห็นการศึกษาเปรียบเทียบการฝึกทำสมาธิมากขึ้น โดยเฉพาะเพื่อตรวจสอบว่าวิธีการใดดีกว่าสำหรับปัญหาสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง เช่น การติดยาเสพติด หากเป็นกรณีนี้ บุคลากรทางการแพทย์ควรจะสามารถให้คำแนะนำผู้ป่วยถึงเทคนิคการฝึกทำสมาธิที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับผู้ป่วย การศึกษาเพิ่มเติมยังมีความจำเป็นเพื่อให้มีกฎเกณฑ์แนวทางการพยากรณ์ว่าวิธีการฝึกทำสมาธิใดที่จะเหมาะที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ

.

Related link:

Meditation. A new study highlights the importance of ensuring that new meditators select methods with which they are most comfortable, rather than those that are most popular. (Credit: © yellowj / Fotolia)

Finding Right Meditation Technique Key to User Satisfaction

ScienceDaily (July 6, 2012) — New to meditation and already thinking about quitting? You may have simply chosen the wrong method. A new study published online July 7 in Explore: The Journal of Science and Healing highlights the importance of ensuring that new meditators select methods with which they are most comfortable, rather than those that are most popular.

If they do, they are likely to stick with it, says Adam Burke, the author of the study. If not, there is a higher chance they may abandon meditation altogether, losing out on its myriad personal and medical benefits. Burke is a professor of Health Education at SF State and the director of SF State’s Institute for Holistic Health Studies.

“Because of the increase in both general and clinical use of meditation, you want to make sure you’re finding the right method for each person,” he said. Although meditation has become significantly more popular in the U.S., Burke said, there have been very few studies comparing multiple methods head to head to examine individual preference or specific clinical benefits.

To better understand user preference, Burke compared four popular meditation methods — Mantra, Mindfulness, Zen and Qigong Visualization — to see if novice meditation practitioners favored one over the others. The study’s 247 participants were taught each method and asked to practice at home and, at the end of the study, evaluate which they preferred. The two simpler methods, Mantra and Mindfulness, were preferred by 31 percent of study participants. Zen and Qigong had smaller but still sizable contingents of adherents, with 22 percent and 14.8 percent of participants preferring them, respectively.

The results show the value of providing new practitioners a simpler, more accessible method of meditation. But they also emphasize that no one technique is best for everyone, and even less common methods are preferred by certain people. Older participants, who grew up when Zen was becoming one of the first meditation techniques to gain attention in the U.S., in particular were more likely to prefer that method.

“It was interesting that Mantra and Mindfulness were found to be equally compelling by participants despite the fact that they are fundamentally different techniques,” Burke said. Mindfulness is the most recent meditation technique to gain widespread popularity, he added, and is often the only one with which a novice practitioner or health professional is familiar. Not surprisingly, Mindfulness was the method most preferred by the youngest participants.

“If someone is exposed to a particular technique through the media or a healthcare provider, they might assume because it’s popular it’s the best for everyone,” Burke said. “But that’s like saying because a pink dress or a blue sport coat is popular this year, it’s going to look good on everybody. In truth, different people like different things. One size does not fit all.”

If an individual is not comfortable with a specific method for any reason, he said, they may be less likely to continue meditating and would lose out on such benefits as reduced stress, lower blood pressure or even treatment for addiction.

Burke hopes to see more comparative meditation studies, especially to determine if particular methods are better at addressing specific health issues, such as addiction. If that’s the case, he said, healthcare professionals would be able to guide patients toward techniques that will be most effective for them. Additional studies are also needed to determine if there is a way to predict which method will be best suited for any particular individual, he said.

Story Source:

The above story is reprinted from materials provided by San Francisco State University, via EurekAlert!, a service of AAAS.

Journal Reference:

  1. Adam Burke. Comparing Individual Preferences for Four Meditation Techniques: Zen, Vipassana (Mindfulness), Qigong, and MantraEXPLORE: The Journal of Science and Healing, 2012; 8 (4): 237 DOI:10.1016/j.explore.2012.04.003

Data from: sciencedaily.com

Advertisements

จิตแพทย์ในนิวยอร์คผสานผสมจิตวิทยาสมัยใหม่กับการนั่งสมาธิเพื่อช่วยบำบัดคนไข้

ศาสตร์ด้านจิตวิทยาแห่งโลกตะวันตกกับเทคนิคทางด้านจิตวิญญานจากโลกตะวันออก กลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมอเมริกัน แม้ว่าศาสตร์ทั้งสองจะต่างกันคนละโลก

อดัม ฟิลิปส์

2 สิงหาคม 2555

สียงเทปบทสวดของพระทิเบตที่เปิดให้คนไข้ฟังขณะนั่งรอพบจิตแพทย์ในแมนฮัตตั้น ฟังแล้วเหมือนไม่ได้อยู่ที่นิวยอร์ค  ที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่ของสถาบันนาลันดาเพื่อศาสตร์ด้านการทำสมาธิ (Nalanda Institute for Contemplative Science) จิตแพทย์ โจเซฟ โลอิซโซ ผู้อำนวยการสถาบันและผู้ก่อตั้ง เรียนจบปริญญาเอกด้านพุทธศาสนาศึกษา หนังสือเล่มใหม่ที่เขาเขียนชื่อ Sustainable Happiness หรือ ความสุขที่ยั่งยืน เสนอข้อมูลความรู้ที่เขาใช้เวลาหลายสิบปีในการวิจัยและบำบัดคนไข้ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านจิตวิทยาดั้งเดิม ประสาทวิทยาสมัยใหม่ กับพุทธศาสนา 

จิตแพทย์โลอิซโซ กล่าวว่ามนุษย์เราถูกสร้างให้ปรับตัวเข้ากับชีวิตในธรรมชาติ แต่อารยธรรมที่เราสร้างขึ้นกลายเป็นกรอบกำหนดให้ชีวิตมนุษย์ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เขาเชื่อว่านี่เป็นสาเหตุให้คนส่วนใหญ่เกิดความเครียด เขายกตัวอย่างกรณีความเครียดที่เกิดจากการทำงาน เจ้านายสั่งให้ส่งงานตามเวลากำหนดแต่คุณกังวลว่าอาจจะทำไม่เสร็จ เกิดอาการหายใจลำบาก เหงื่อออกที่มือ เกิดความเหนื่อยล้า

ความเครียดที่เกิดขึ้น ในระยะยาว นำไปสู่อาการซึมเศร้า อาการเครียดเรื้อรัง ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ จิตแพทย์โลอิซโซ กล่าวว่า นี่ทำให้เขาผสมผสานการนั่งสมาธิและแนวทางการปฏิบัติในศาสนาพุทธเข้ากับการบำบัดรักษาผู้ป่วย การจดจ่อที่ลมหายใจเข้าออกและการเรียนรู้ที่จะควบคุมความคิด ความรู้สึก และความอยาก ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ช่วยลดความเครียดลงได้และยังเป็นเทคนิคที่ช่วยการฝึกสมองเสียใหม่

จิตแพทย์โลอิซโซ กล่าวว่าหากเรามีสติ เราจะสามารถเข้าใจหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างได้ชัดเจนขึ้น ช่วยให้ตนเองกำจัดความเข้าใจผิดและควบคุมไม่ให้แสดงปฏิกริยาตอบสนองที่เกินเหตุต่อเหตุการณ์ต่างๆ เลือกที่จะมองข้ามสิ่งที่รบกวนจิตใจเหล่านั้น มองหาทางออกอย่างอื่น และพยามยามมองให้ทะลุปรุโปร่งว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญคนนี้กล่าวว่า การนั่งสมาธิเป็นเทคนิคที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางจิตและสมองเพื่อช่วยให้คนเรามีความสุขและปลอดจากความเครียด

แนวทางบำบัดทางจิตแบบผสมผสานนี้ช่วยผู้ป่วยหลายคนของจิตแพทย์โลอิซโซมีอาการดีขึ้น รวมทั้งชายคนนี้ ผู้ป่วยคนนี้กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่า เขามีปัญหาโรคซึมเศร้า การบำบัดกับจิตแพทย์โลอิซโซช่วยให้เขาสามารถปรับตัวและเข้ากับคนอื่นรอบข้างได้ดีขึ้น

การฝึกจิตให้มีสติยังเป็นวิธีที่ได้ผลดีในการรักษาโรคอื่นๆด้วย ยกตัวอย่าง ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่โรคเข้าสู่ภาวะสงบ จิตแพทย์โลอิซโซ ได้ทำโครงการทดลองฝึกทำสมาธิและการพูดคุยแบบกลุ่มนานยี่สิบสัปดาห์แก่ผู้ป่วยหญิงหกสิบคนภาย

ภายหลังการฝึก ผู้เข้าร่วมโครงการเกือบทุกคนบอกว่ารู้สึกกังวลน้อยลงและมีความหวังในชีวิตมากขึ้น

และนั่นคือเป้าหมายของการสร้างความสุขที่ยั่งยืนตามแนวคิดของจิตแพทย์โจเซฟ โลอิซโซ่ ที่ผสมผสานจิตวิทยาแบบโลกตะวันตกกับการปฏิบัติทางจิตวิญญาณจากโลกตะวันออก

ที่มา: voathai.com

.

Related Link:

.

Psychiatrist incorporates Buddhist philosophy to heal patients

by Dava Castillo, All Voices, Jul 2, 2012

Buddhist philosophy and practice is incorporated into psychotherapty by Dr. Loizzo

New York, USA — In the practice and study of Buddhism, non-duality or wholeness is a binding philosophy and critical to achieving enlightenment. All beings are equal in wanting happiness and not wanting pain; therefore one should protect others as one protects the self. This is called “the exchange of self for others,” or mindfullness.

Joseph Loizzo, founder and director of The Nalanda Institute for Contemplative Science, has written a book called Sustainable Happiness in which he shares decades of research and clinical practice using traditional psychoanalysis, neuroscience and Buddhism in the practice of achieving wholeness.

“The main problem in our human condition has to do with the fact that our natures were adapted for life in the wild, and that because of civilization, we are living in very unnatural conditions,” says Loizzo, who believes this is the primary source of stress for most people. “The stress instincts are what prepare us to fight or fly or freeze sometimes in dangerous situations. But since civilization began to sort of take over our whole lives, these stress reactions are a less and less useful part of our makeup,” according to an interview with Voice of America.

Controlling involuntary responses in stressful situations result in shortness of breath, sweating, and adrenaline surges alerting the body it is in possible danger.

“And because really what is challenging us is not a predator, but is another human being,” he says, “whom we need to cooperate with and we need to negotiate with, essentially we become maladapted.”

Buddhist practices and philosophy have long been used for conflict resolution. Dr. Loizzo says by incorporating Buddhist techniques into his medical practice using meditation and breathing techniques, one can re-train the brain to control the body responses to reduce the stress which can lead to depression, chronic anxiety, hypertension and heart disease.

“The idea is that if you’re mindful, you are able to assess things more clearly, and you are able to catch the misperceptions and over-reactions as they occur and opt out of them and choose the alternative [and] to see what is happening to you. Meditation becomes sort of a teachable simple pragmatic system for strengthening the parts of our mind and our brain that we need to be healthy and happy.”

Personal story-telling

Australian aborigines have practiced story-telling for centuries. An adolescent experiences a rite of passage in which they create their own story by going on a “walkabout.” In this practice they trace the paths, or “songlines”, that their ancestors took, and imitate, in a fashion, their heroic deeds in order to build their own life rooted in tradition.

Personal story-telling is also one of the techniques Dr. Loizzo encourages. “That’s the way our minds work. Our minds produce stories and images. And so some of the skills we teach have to do with learning to tell ourselves more constructive stories that empower us and help us to build the life that we really want to live – not the one we are trying to survive, or are afraid of being stuck in forever.”

Such methods have been life-changing for many of Loizzo’s patients.

Depression was a major problem for me,” says one patient. “And through Dr. Loizzo’s support and our interaction I’ve been able to connect myself with other people and develop a network of people who support me in more meaningful relationships, things like that. It’s been a revolution in my life the way I think about myself and think about the world. I feel like I still have a long way to go but I’ve come a long way.”

Mindfulness techniques have been effective in other settings. For example, breast cancer patients whose disease has gone into remission often report PTSD-like symptoms long after treatment ends. Western medicine offers little to ease the continued fear and anxiety.

For a pilot study, Loizzo taught 60 women in a 20-week course that included meditation instruction and group discussions. Afterwards, most reported feeling less anxious and more hopeful about their lives. “Apart from curing and treating the disease, it’s important that we improve people’s quality of life.”

Combining Western psychotherapy with Eastern philosophy is the basis for Dr. Loizzo’s book and the direction of his practice.

Like the Australian Aborigines who, by singing the songs they created in walkabout, could navigate vast distances through the deserts of Australia’s interior, Loizzo’s patients are learning to navigate or “walkabout” in their own lives through meditation and creating constructive stories to empower them through daily living as well as in crises.

Data from : allvoices.com

.

See more video

.

Ajahn Mitsuo Gavesako – Breathing Meditation

How to Meditate on the Breath, developing Mindfulness. By Ajahn Mitsuo Gavesako (Japan) of Wat Sunandavanaram, Kanchanaburi, Thailand พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก วัดสุนันทวนาราม http://www.watpahsunan.org

.

The Power of Mindfulness & Compassion – Ajahn Brahm

.

Ajahn Brahm – Retreats

According to Ajahn Brahm, everyone deserves a ‘retreat’ – to pause mentally and physically. Retreating from the busyness of life leads to moments of silence, peace and contentment. This in turns helps to instill qualities that make one’s life more meaningful and fulfilled.

To quote from Ajahn’s book, Opening The Door of Your Heart,

“Grant yourself a moment of peace
and you will understand
how foolishly you have scurried about.”

So plan for yourself a retreat today.

.

Breath meditation Ajahn Brahm

Don’t Worry, Be Happy: Understanding Mindfulness Meditation

ScienceDaily (Oct. 31, 2011) — In times of stress, we’re often encouraged to pause for a moment and simply be in the ‘now.’ This kind of mindfulness, an essential part of Buddhist and Indian Yoga traditions, has entered the mainstream as people try to find ways to combat stress and improve their quality of life. And research suggests that mindfulness meditation can have benefits for health and performance, including improved immune function, reduced blood pressure, and enhanced cognitive function.

But how is it that a single practice can have such wide-ranging effects on well-being? A new article published in the latest issue ofPerspectives on Psychological Science, a journal of the Association for Psychological Science, draws on the existing scientific literature to build a framework that can explain these positive effects.

The goal of this work, according to author Britta Hölzel, of Justus Liebig University and Harvard Medical School, is to “unveil the conceptual and mechanistic complexity of mindfulness, providing the ‘big picture’ by arranging many findings like the pieces of a mosaic.” By using a framework approach to understand the mechanisms of mindfulness, Hölzel and her co-authors point out that what we think of as mindfulness is not actually a single skill. Rather, it is a multi-faceted mental practice that encompasses several mechanisms.

The authors specifically identify four key components of mindfulness that may account for its effects: attention regulation, body awareness, emotion regulation, and sense of self. Together, these components help us attend to and deal with the mental and physiological effects of stress in ways that are non-judgmental.

Although these components are theoretically distinct, they are closely intertwined. Improvement in attention regulation, for example, may directly facilitate our awareness of our physiological state. Body awareness, in turn, helps us to recognize the emotions we are experiencing. Understanding the relationships between these components, and the brain mechanisms that underlie them, will allow clinicians to better tailor mindfulness interventions for their patients, says Hölzel.

On the most fundamental level, this framework underscores the point that mindfulness is not a vague cure-all. Effective mindfulness meditation requires training and practice and it has distinct measurable effects on our subjective experiences, our behavior, and our brain function. The authors hope that further research on this topic will “enable a much broader spectrum of individuals to utilize mindfulness meditation as a versatile tool to facilitate change — both in psychotherapy and in everyday life.”

The article is tilted, “How Does Mindfulness Meditation Work? Proposing Mechanisms of Action From a Conceptual and Neural Perspective.”

Story Source:

The above story is reprinted from materials provided byAssociation for Psychological Science.

Data from: sciencedaily.com

‘Mindfulness’ exercises help curb stress and fatigue associated with arthritis

การฝึก “เจริญสติ” ช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้าที่เกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบอักเสบต่าง ๆ  เช่น โรคขออักเสบรูมาตอยด (Rheumatoid Arthritis), โรคข้อสันหลังอักเสบติดยึด (Ankylosing Spondylitis) , โรคขออักเสบสะเก็ดเงิน. (Psoriatic Arthritis)

“Mindfulness” exercises, which focus on experiencing the present moment, no matter how difficult, can help curb the stress and fatigue associated with painful rheumatoid joint disease, indicates a small study published online in the Annals of Rheumatic Diseases.

The authors base their findings on 73 patients between the ages of 20 and 70, all of whom had had painful joint disease, caused by rheumatoid arthritis, ankylosing spondylitis, or psoriatic arthritis for at least a year.
Half of them were randomly allocated to scheduled “mindfulness” exercises, which took place in 10 group sessions over a period of 15 weeks, plus a booster session around six months after the course had completed.

The sessions, which were facilitated by healthcare professionals trained in mindfulness techniques, addressed particular topics, such as recognising individual limitations, and strong emotions, such as anger, joy, and sorrow.
The exercises, which were part of the Vitality Training Programme of VTP, encouraged participants to become aware of, and deliberately concentrate on their feelings, thoughts and bodily experiences, including pain, without judging or trying to avoid them.

Participants were also given creative exercises, such as guided imagery, music and drawing, and shared their experiences with other members of the group.

The rest of the volunteers randomly allocated to the comparison group were given standard care plus a CD containing similar exercises for use at home, as and when they wanted.

Stress levels, coping abilities, and symptom control, including pain and fatigue, were assessed, using validated scores, immediately after all 10 sessions had finished, and again 12 months later.

In total, 67 participants completed all the assessments. These showed no differences in pain levels, disease activity or the ability to talk about feelings.
But there were significant differences in levels of stress and fatigue.
The number of participants with a high stress score of above 23 in the GHQ-20 questionnaire fell from 13 at the start of the study to two, just 12 months after the sessions had finished. Comparable figures in the comparison group were 10 and eight, respectively.

There was, however, a tangible fall in measured levels of fatigue in the intervention group: no such change was evident in the comparison group.
There have been previous attempts to use psychological and educational tactics to help people with arthritis cope better with the distressing aspects of the disease, but they have tended to be short term, say the authors.
The lasting improvements found with the VTP course “indicate that the participants may have incorporated some mindfulness strategies into their daily lives and that these strategies have strengthened their ability to respond to their stressful experience in a more flexible way,” they say.

The authors emphasise that while the treatment of rheumatoid arthritis has improved greatly, it is less effective in those with more established disease, and that ultimately the disease can only be partly controlled, forcing many patients to make very demanding lifestyle changes.

“There is therefore a need for complementary interventions that enhance individuals’ health-promoting resources and help them adjust to their disease,” they conclude.

More information: To be published at http://ard.bmj.com

Data from: medicalxpress.com

 

Related links:

Web link Buddhist meditation retreats

DOWNLOAD MEDITATION IN THAILAND HANDBOOK